ข่าวเด่น : กสญ.ณ นครซีอานร่วมพิธีปิดภาคเรียนวิชามวยไทย มหาวิทยาลัยพลศึกษานครซีอาน News

ข่าวเด่น : กสญ.ณ นครซีอานร่วมพิธีปิดภาคเรียนวิชามวยไทย มหาวิทยาลัยพลศึกษานครซีอาน

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2558 เวลา 14.30 น. นายเมธี สุทธิวาทนฤพุฒิ กงสุลใหญ่ พร้อมด้วยนายธราพงษ์ จำนงค์ลักษณ์ กงสุลและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้เดินทางไปร่วมงานพิธีปิดภาคเรียนวิชามวยไทย ณ มหาวิทยาลัยพลศึกษานครซีอานและร่วมชมกิจกรรมการแสดงภายใต้โครงการสอนกีฬามวยไทยในต่างประเทศซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นคร ซีอานร่วมกับมหาวิทยาลัยพลศึกษานครซีอานจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยให้ชาวจีนได้รู้จัก

ในโอกาสนี้นายโจว หลี่ อธิการบดีม.พลศึกษาฯ นายจาง เฉาหยาง ผอ.สำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์ฯ และนางเหลียง หย่งเหมย เลขานุการภาควิชาวูซู ให้การต้อนรับกสญ.ฯและคณะ นายโจว หลี่ได้กล่าวถึงโครงการสอนมวยไทยในต่างประเทศว่าเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสกญ.ฯและม.พลศึกษา ซึ่งสกญ.ฯได้จัดคณะครูมวยไทยจากประเทศไทยนำโดยนายวิทวัส ค้าสมและครูผู้ช่วยอีกสองท่าน มาสอนวิชามวยไทยให้แก่นักศึกษาและคณาจารย์ในม.พลศึกษาฯเป็นระยะเวลา 3 เดือน (ก.ย.-พ.ย. 2558) โดยมีนักศึกษาและอาจารย์ชาวจีนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมกีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวซีอานมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถประยุกต์/ผสมผสานกับกีฬาวูซูซานต้า (มวยจีน)ให้เข้ากับมวยไทยได้เป็นอย่างดีซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากอาจารย์และนักเรียน จากนั้นนายเมธี สุทธิวาทนฤพุฒิ กสญ.ฯได้แสดงความยินดีที่โครงการสอนมวยไทยฯ ซึ่งสกญ.ฯได้ริเริ่มและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากม.พลศึกษาฯ ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากทั้งอาจารย์ นักศึกษาและประชาชนชาวจีนที่ชื่นชอบศิลปะมวยไทยเป็นอย่างดี สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมไทยและตอกย้ำความสัมพันธ์ไทยและจีนที่มีความใกล้ชิดกันในทุกระดับและหวังว่าจะใช้เวทีความร่วมมือแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันต่อไปได้ในอนาคต 

ภายในงานมีการแสดงมวยไทยจากนักศึกษาภาควิชาวูซู โดยการแสดงแบ่งออกเป็น 4รายการได้แก่ 1) การรำไหว้ครู 2) การแสดงมวยไทยจากครูผู้ฝึกสอนชาวไทย 3) การแสดงมวยไทยโบราณ (มวยคาดเชือก) และ 4)การแสดงทักษะพื้นฐานมวยไทยของกลุ่มนักศึกษาหญิง ภายหลังจบการแสดง กสญ.ฯ ได้เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจำนวน 40 คนและถ่ายรูปร่วมกัน

สืบเนื่องจากความนิยมในศิลปะวิชามวยไทยและกระแสตอบรับที่ดีจากนักศึกษาและประชาชนชาวจีนที่มารับการอบรมจึงมีเอกชนจีนหลายรายประสงค์จะเปิดค่ายมวยไทยในนครซีอาน จึงนับได้ว่าเป็นการหยั่งรากของศิลปะการป้องกันตัวของไทยในหมู่ชาวจีนได้อย่างงดงาม

***********************