ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจ BIC

“ไทย” ครองอันดับหนึ่งประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยวมณฑลส่านซี

“ไทย” ครองอันดับหนึ่งประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยวมณฑลส่านซี

ในปี 2559 ประเทศไทย ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายของการพักผ่อนของชาวมณฑลส่านซี โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ ทะเล เกาะและกิจกรรมทางน้ำข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวมณฑลส่านซีรายงานเกี่ยวกับ สถิตินักท่องเที่ยวจากมณฑลส่านซีที่เดินทางไปต่างประเทศ  โดยประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายอันดับหนึ่ง ตามด้วยประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ตามลำดับ ทั้งนี้ในปี 2559 มีนักท่องเที่ยวชาวมณฑลส่านซีเดินทางไปประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 95,801 คน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 59.86 และมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในมณฑลส่านซี 37,824 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 32.46 โดยอยู่ในลำดับที่ 3 ของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่เดินทางมามณฑลส่านซี

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก สนง. การท่องเที่ยวมณฑลส่านซี

                                          

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก สนง. การท่องเที่ยวมณฑลส่านซี

 นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในมณฑลส่านซี

ประเทศ

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

1. มาเลเซีย

81,747

81,058

103,793 (+28.14%)

2. สิงคโปร์

42,738

36,520

51,783 (+41.79%)

3. ไทย

21,458

25,544

37,824 (+48.07%)

4. อินโดนีเซีย

25,270

14,049

18,289 (+30.18%)

5. ฟิลิปปินส์

17,094

5,292

5,691 (+7.54%)

6. เวียดนาม

-

3,352

4,047 (+20.73%)

7. เมียนมา

-

1,268

2,377 (+87.46%)

 

ทั้งนี้ ในปี 2559 พบว่าสถิติการขอรับการตรวจลงตรา ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน มีจำนวน 22,662 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.65 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจากมณฑลส่านซีที่เดินทางไปประเทศไทยทั้งหมด และเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ขอรับการตรวจลงตราที่สถานกงสุลใหญ่ฯ แล้วพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วมากถึง 3.06 เท่า ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทยที่ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่งผลให้มีผู้ขอรับบริการตรวจลงตราที่สถานกงสุลใหญ่ฯ มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดจากการขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa On Arrival)

 

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้น ได้แก่

1. ชาวจีนมีกำลังซื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก China Tourism Research Institute รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนยังคงครองอันดับหนึ่งในการเป็น Top Spender นับตั้งแต่ปี 2555 สอดคล้องกับข้อมูลจาก Jingdaily.com ที่ระบุว่า มูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างประเทศในปี 2559 มีมากถึง 229,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 67.15 และคาดการณ์ว่ามูลค่าการใช้จ่ายการท่องเที่ยวในต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีนจะสูงถึง 255,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568  

2. ชาวจีนนิยมการเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเองมากขึ้น

แนวโน้มการท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Free Independent Traveler: FIT’s) เป็นที่นิยมในกลุ่มคนยุค 80’s และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถวางแผนการเดินทางและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับข้อมูลจาก discoverlosangeles.com ที่ระบุว่า การท่องเที่ยวด้วยตนเองในต่างประเทศของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2557 โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT’s มากถึงร้อยละ 70.64 ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งหมดที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี

3. การเข้าถึงข้อมูลและสื่อออนไลน์สะดวกมากขึ้น

ปัจจุบันจีนมีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตมากถึง 710 ล้านคน และด้วยการเข้าถึงสื่อข้อมูลออนไลน์และการขยายตัวของ Application ต่างๆ ทำให้ธุรกรรมออนไลน์สำหรับการท่องเที่ยวในต่างประเทศ อาทิ การสำรองที่พัก การซื้อบัตรโดยสาร-เครื่องบิน และการซื้อแพคเกจทัวร์สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น  

4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวจีนระบุว่า ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวในประเทศจีนปี 2558 เฉลี่ยที่ 857 หยวน/คน โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 ร้อยละ 2.06 ในทางกลับกันกลับพบว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวในต่างประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนปี 2558 เฉลี่ยที่ 6,000 หยวน/คน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 ถึงร้อยละ 36.22

5. การขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น  

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้พัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้เจริญรุดหน้าในหลายๆ ด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติในมิติต่างๆ อาทิ 1) การสร้างระบบสาธารณูโภคขั้นพื้นฐาน เช่น การก่อสร้าง/ขยายสนามบิน การสร้างเขตโลจิสติกส์ทางอากาศเพื่อรองรับการขนส่งทางอากาศที่มีมากขึ้น การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าระหว่างเมืองและสนามบิน 2) การปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการบิน เช่น ปรับปรุงสถิติการตรงต่อเวลาของสายการบินพาณิชย์จีน โดยในปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 76 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 8 และ 3) การอนุมัติเส้นทางการบินระหว่างประเทศ โดยในปี 2559 สัดส่วนการเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศเติบโตร้อยละ 25 ในขณะที่เส้นทางการบินในประเทศเติบโตร้อยละ 10 ข้อมูลจากสนามบินซีอานเสียนหยางระบุว่า เส้นทางการบินตรงระหว่างนครซีอาน-ประเทศไทย (สถานะ ณ วันที่  20 มี.ค. 2560) มีจำนวนทั้งสิ้น 25 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ดังนี้

สายการบิน

เส้นทางการบิน

จำนวนเที่ยวบิน/สัปดาห์

1. Thai Air Asia

กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - ซีอาน

7

2. OK Airways

ซีอาน - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

7

3. OK Airways

ซีอาน – ภูเก็ต

7 (เริ่ม 28 มี.ค. 2560)

4. Thai Lion Air  (Chartered Flight)

ซีอาน – ภูเก็ต

 4 (ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และเสาร์)  

บทสรุป

ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศเป้าหมายลำดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นและกระแสนิยมไทยในพื้นที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากการสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานการท่องเที่ยวของมณฑลส่านซีเพิ่มเติมพบว่า ชาวมณฑลส่านซีนิยมเลือกเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่มีเกาะ ทะเล และกิจกรรมทางน้ำ ซึ่งนอกเหนือจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่มีชื่อเสียงอาทิ จ. ภูเก็ต จ. พังงา และ จ. กระบี่แล้ว อาจพิจารณาส่งเสริมหรือประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวที่ยังเป็น Hidden Gems ของประเทศไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้า ในขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของนักท่องเที่ยวชาวจีนควบคู่กัน 

ข้อมูลอ้างอิง

1. https://www.forbes.com/sites/danielreed/2016/01/07/chinese-worlds-biggest-spenders-on-foreign-       travel/#446fc0fb32e7

2. http://www.sxta.gov.cn/sxtourgov/proscenium/content/2017-01-22/14065.html

3. https://www.travelchinaguide.com/tourism/2015statistics/outbound.htm

4. https://jingdaily.com/report-chinese-travelers-to-spend-255-billion-abroad-by-2025/

5. http://www.cnta.gov.cn/xxfb/jdxwnew2/201512/t20151221_755402.shtml

6. http://www.cnta.gov.cn/zwgk/lysj/201610/t20161018_786774.shtml

7. http://news.163.com/air/17/0225/12/CE4CBLKI000181O6.html

8. http://www.199it.com/archives/570134.html

9. http://www.anna.aero/2016/07/26/chinese-airlines-growing-over-25-percent-internationally-in-2016/