บริการ

งานนิติกรณ์ : การรับรองเอกสาร

1. การรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย

    เอกสารประกอบ

    (1) คำร้องขอนิติกรณ์

    (2) หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (3) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (4) บัตรประจำตัวที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกให้ (Residence Identity Card / Iqama) พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (5) ต้นฉบับเอกสารที่จะขอให้รับรองลายมือชื่อ พร้อมสำเนา (ผู้ร้องต้องแนบคำแปลภาษาอาหรับเป็นภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแล้วด้วย)

    (6) ค่าธรรมเนียม 70.- ริยาล ต่อฉบับ


2. การรับรองลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือให้ความยินยอม

    การรับรองลายมือชื่อของบุคคลที่ลงนามในหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือให้ความยินยอม ผู้ขอรับรองจะต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตนเองโดยขอให้นำเอกสารดังต่อไปนี้ไปประกอบการขอรับรอง

    (1) คำร้องขอนิติกรณ์

    (2) หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (3) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (4) บัตรประจำตัวที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกให้ (Residence Identity Card / Iqama) พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (5) ต้นฉบับเอกสารที่จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ [หนังสือมอบอำนาจ (ในต่างประเทศ)] [หนังสือให้ความยินยอม]

    (6) ค่าธรรมเนียม 70.- ริยาล ต่อฉบับ

หมายเหตุ ผู้ร้องจะต้องมาติดต่อเพื่อดำเนินการด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ทุกกรณี


3. การรับรองเอกสารภาษาไทยที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในซาอุดีอาระเบีย

    เอกสารประกอบ

    (1) คำร้องขอนิติกรณ์

    (2) หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (3) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (4) บัตรประจำตัวที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกให้ (Residence Identity Card / Iqama) พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (5) ต้นฉบับเอกสาร พร้อมสำเนา 1 ชุด และคำแปลเอกสารของต้นฉบับภาษาไทยเป็นภาษาอาหรับ 1 ชุด

    (6) ค่าธรรมเนียม 70.- ริยาล ต่อฉบับ

หมายเหตุ  ภายหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องต้องนำเอกสารไปขอรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียด้วย จึงจะสามารถใช้ยื่นเป็นหลักฐานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ในซาอุดีอาระเบียได้


4. การรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยราชการในประเทศไทยเพื่อใช้ในประเทศซาอุดีอาระเบีย

    ขั้นตอน

    1. ผู้ร้องต้องแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอาหรับ และขอรับการรับรองเอกสารที่สำนักจุฬาราชมนตรี

        ที่อยู่ อาคารสำนักจุฬาราชมนตรี ชั้น 3 ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530  โทรศัพท์ 0-2949-4278 , 0-2949-4312-3  โทรสาร 0-2949-4220 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ info@skthai.org

    2. เมื่อสำนักจุฬาราชมนตรีรับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องต้องนำเอกสารดังกล่าวไปขอรับการรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

        ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210   โทรศัพท์ 0-2575-1060 ถึง 61   โทรสาร 0-2575-1054 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ consular04@mfa.go.th

    3. หลังจากที่กรมการกงสุลได้รับรองเอกสารแล้ว ผู้ร้องต้องนำเอกสารดังกล่าวไปขอรับการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย

        ที่อยู่  ชั้น 23,24 อาคารแสงทองธานี 82 ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ 0-2639-2999 โทรสาร 0-2639-2950

    4. เมื่อเดินทางไปถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว ผู้ร้องต้องนำเอกสารไปขอให้กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) รับรองอีกครั้งหนึ่ง จึงจะสามารถใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานยื่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ของทางการซาอุดีอาระเบียได้

        ที่อยู่ Ministry of Foreign Affairs, Riyadh P.O. Box 11544, Riyadh Tel. (+966) 11 405 5000 , (+966) 11 406 7777

หมายเหตุ หากเป็นเอกสารที่จะใช้ในศาล ต้องนำเอกสารดังกล่าวไปรับรองที่กระทรวงยุติธรรมก่อนด้วย จึงจะสามารถใช้อ้างอิงได้ตามกฎหมายในซาอุดีอาระเบีย


5. การรับรองสำเนาเอกสาร (เฉพาะเอกสารที่ทางราชการไทยออกให้)

    เอกสารประกอบ

    (1) คำร้องขอนิติกรณ์

    (2) หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (3) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (4) บัตรประจำตัวที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกให้ (Residence Identity Card / Iqama) พร้อมสำเนา 1 ชุด

    (5) เอกสารที่นำมายื่นเพื่อขอให้รับรองสำเนา ซึ่งจะต้องเป็นเอกสารที่ทำสำเนาจากต้นฉบับที่ทางราชการไทยออกให้ โดยผู้ร้องต้องนำต้นฉบับมาแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมกับสำเนาเอกสาร ทั้งนี้ สำเนาที่นำมารับรองจะต้องอ่านได้ความชัดเจนและมีข้อความตรงกันกับต้นฉบับ

    (6) ค่าธรรมเนียม 70.- ริยาล ต่อฉบับ


หมายเหตุ

- การแปลเอกสาร

  ผู้ร้องสามารถขอรับบริการแปลเอกสารภาษาอาหรับหรือภาษาอังกฤษจากบริษัท/สำนักงานรับแปลแห่งใดในซาอุดีอาระเบียก็ได้ หรือหากผู้ร้องสามารถทำคำแปลของต้นฉบับเอกสารด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ก็สามารถทำได้ โดยผู้แปลจะต้องลงนามรับรองคำแปลถูกต้อง

 

- กรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง

  ขอให้มีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสาร พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกให้ (Residence Identity Card / Iqama) / สำเนาหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ชุด

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด

ตุลาคม 2562