คนไทยในต่างประเทศ

ความสัมพันธ์ทางการทหาร ไทย - แอฟริกาใต้้

ภาพรวม

แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีความสำคัญที่สุดประเทศหนึ่งสำหรับไทยในทวีป แอฟริกา โดยเป็นหุ้นส่วนหลักทางยุทธศาสตร์ของไทยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการกงสุลกับแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2535 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2536 เดิมไทยได้เปิดสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโจฮันเนสเบอร์ก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535 ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2536 ได้เปลี่ยนสถานะเป็นสถานเอกอัครราชทูตและย้ายไปตั้งที่กรุงพริทอเรียแทน และเคยแต่งตั้งนาย ลีโอนาร์ด โนเอล ฮาวีย์ (Leonard Noel Harvey) เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำเมืองเดอร์บัน (ปัจจุบันพ้นหน้าที่ไปแล้ว) เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐแอฟริกาใต้คนปัจุบันคือ นายนนทศิริ บุรณศิริ ส่วนฝ่ายแอฟริกาใต้เคยเปิดสถานกงสุลใหญ่ประจำกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2535 และได้เปลี่ยนสถานะเป็นสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2537 เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นางสาว Robina Patricia Marks นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ได้แต่งตั้งให้นายแสวง เครือวัฒนสกุล เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และมีเขตอาณาทางการกงสุลครอบคลุมจังหวัดเชียงรายด้วย


การเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีความราบรื่นและใกล้ ชิด รวมทั้งมีท่าทีระหว่างประเทศที่สอดคล้องกัน ในปี 2536 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 10 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ไทยและแอฟริกาใต้ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระมงคลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการออกตราไปรษณียากรพิเศษ เป็นรูปช้างจากไทยและจากแอฟริกา

ในปี 2552 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ในภาพรวมมีพัฒนาการ ไปในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยให้ความสนใจศักยภาพทางเศรษฐิกิจและทรัพยากรธรรมชาติ ของภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานถึงมากขึ้นโดยบุคคลในวงการต่าง ๆ ในทางชื่นชมและชื่นชอบ อาทิ ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกการเกษตรรายสำคัญของโลก หรือในฐานะประเทศที่มีประสบการณ์การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร สาธารณสุข และการท่องเที่ยว ที่ประเทศในทวีปแอฟริกาสามารถศึกษานำไปเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ จากการสำรวจของบริษัทนำเที่ยวในแอฟริกาใต้ ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมเป็นอันดับ 2 ของชาวแอฟริกาใต้ รองจากมอริเชียส อย่างไรก็ดี การเดินทางของประชาชนในภูมิภาคไปยังประเทศไทยในภาพรวมมีปริมาณลดลง สาเหตุสำคัญมาจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก อีกประการหนึ่งคือขาดสายการบินที่บินตรงระหว่างไทยและแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มบริการเส้นทางบิน กรุงเทพ-โจฮันเนสเบอร์ก อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2553

การค้า

แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกาและเป็นตลาดส่งออกข้าว ที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาใต้ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในปี 2555 การค้าระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีมูลค่ารวม 3,575 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 2,202.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 1,373 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 828.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปแอฟริกาใต้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สำหรับสินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย และอัญมณี

ทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะเพิ่มพูนปริมาณการค้าระหว่างกันและต่างสนับสนุนให้ ใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมาธิการการค้าร่วม (Joint Trade Committee – JTC) ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพเพื่อกระชับความร่วมมือทางการค้า ระหว่างกันต่อไป

ไทยและแอฟริกาใต้ ได้ลงนามความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 และมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย-แอฟริกาใต้ (Joint Trade Commission – JTC) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546 รวมทั้งได้มีการประชุมครั้งแรกที่กรุงพริทอเรีย ในเดือนธันวาคม 2546

แอฟริกาใต้ ถือเป็นตลาดใหม่ของไทย ที่มีขนาดใหญ่ในแอฟริกา แต่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีลู่ทางขยายตัวอีกมาก โดยไทยสามารถใช้แอฟริกาใต้ เป็นประตูการค้าเข้าไปสู่ตลาดประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ อาทิ แองโกลา บอตสวานา โมซัมบิก โดยเฉพาะประเทศสมาชิกในกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) และกลุ่มสหภาพศุลกากรแอฟริกาตอนใต้ (Southern Africa Customs Union – SACU) โดยในปัจจุบันแอฟริกาใต้มีการนำเข้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาแอฟริกาใต้ ในด้านท่าเรือและเส้นทางขนส่งสินค้าจากท่าเรือที่เมืองเดอร์บัน เมืองเคปทาวน์ และ Port Elizabeth

ปัจจุบันมีผู้นำเข้ารายย่อยจากแอฟริกาใต้และประเทศใกล้ เคียง นิยมเดินทางไปซื้อสินค้าต่างๆ ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป จากย่านราชดำริ ตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดประตูน้ำ และตลาดสำเพ็งเป็นจำนวนมาก โดยสินค้าไทยจัดได้ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยม ถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าสินค้าจากจีนก็ตาม

การลงทุน

     ปัจจุบัน ปริมาณการลงทุนในภาพรวมระหว่างไทย-แอฟริกา ใต้ยังมีน้อย ภาคธุรกิจที่มีศักยภาพต่อการลงทุนร่วมกัน ได้แก่ ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โรงแรม การก่อสร้าง ธนาคาร และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร แอฟริกาใต้มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในไทยจำนวน 1 โครงการ มูลค่า 7.3 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมเบา (อัญมณีและเครื่องประดับ) ธุรกิจไทยที่ลงทุนในแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ได้แก่ ร้านอาหารและสปา จำนวนกว่า 20 ร้าน ปัจจุบันมีการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น อาทิ

                             - กลุ่มธุรกิจบ้านปู ในธุรกิจการก่อสร้างโรงแรม เหมืองถ่านหิน

                             - กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในธุรกิจค้าข้าว สินค้าเกษตร และอาหารแปรรูป

                             - บริษัทค้าสากลปูนซีเมนต์ไทย ที่เพิ่งเริ่มเปิดสำนักงานในปี 2553 ค้าเม็ดพลาสติกและสินค้ากระป๋อง และอยู่ระหว่างการศึกษาลู่ทางการนำเข้าไวน์และถ่านหินจากแอฟริกาใต้มา จำหน่ายในไทย

                             - บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ในธุรกิจก่อสร้าง โรงแรมและสนามกอล์ฟ

                             - โรงงานผลิตสีสำหรับใช้กับถนนที่เมืองเดอร์บัน ซึ่งถือเป็นโรงงานอุตสาหกรรมของไทยแห่งแรกในแอฟริกาตอนใต้


คนไทยในแอฟริกาใต้

ในปี 2555 มีคนไทยอยู่ในแอฟริกาใต้ประมาณ 3,000 คน แบ่งแรงงานไทยในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการบริการ (ร้านอาหารและสปา) ประมาณ 1,500 คน (ขึ้นอยู่กับฤดูการจ้างงาน) ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝีมือและกึ่งฝีมือ อาทิ ช่างเชื่อมท่อและช่างประกอบท่อ และ คู่สมรสของชาวต่างชาติ ประมาณ 750-800 คน ผู้ประกอบการร้านอาหาร/สปา ประมาณ 700 คน  และนักศึกษาประมาณ 100 คน

ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย

2.1 ความตกลงว่าด้วยการบริการทางอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2536)

2.2 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ลงนามเมื่อปี 2536)

2.3  อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วน ที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุน (ลงนามเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2539)

2.4 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อปี 2542)

2.5 ความตกลงทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2544)

2.6 ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (ลงนามเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2544)

2.7 ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546)


การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง

1. ฝ่ายไทยเยือนแอฟริกาใต้

    1.1 ระดับพระราชวงศ์

· สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 5 - 16 กุมภาพันธ์ 2542 เพื่อทรงเป็นองค์ปาฐกในการประชุม TWOWS Second General Assembly & International Conference ในหัวข้อเรื่อง “Women, Science & Technology for Sustainable Human Development” ที่เมืองเคปทาวน์ ตามคำกราบทูลเชิญของ Third World Organization for Women in Science (TWOWS) และทรงเป็นอาคันตุกะของรัฐบาลแอฟริกาใต้ระหว่างวันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2542

· สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแอฟริกาใต้ในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และองค์หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (World Summit on Sustainable Development-WSSD) ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม - 5 กันยายน 2545 ตามคำกราบทูลเชิญของประธานาธิบดี Thabo Mbeki แห่งแอฟริกาใต้

· สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แวะพักเพื่อทรงเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งที่ท่าอากาศยานนานาชาตินคร โจฮันเนสเบอร์ก เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2546 เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ก่อนเสด็จนิวัติประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการเสด็จฯ เยือนเคนยาและแทนซาเนีย ทั้งนี้ ในวโรกาสดังกล่าวได้เสด็จฯ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญของแอฟริกาใต้ในบริเวณใกล้เคียงด้วย

1.2 ฝ่ายการเมืองระดับสูง

- ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 1 - 5 มีนาคม 2536 ซึ่งนับเป็นการเยือนแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ระดับ สูงของรัฐบาลไทย หลังจากที่ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการกงสุลกับแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2535

- นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางไปร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ระหว่างวันที่ 8 - 10 พฤษภาคม 2537

- ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางไปร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายธาโบ มเบกิ (Thabo Mbeki) ระหว่างวันที่ 14 - 17 มิถุนายน 2542

- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางไปร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายธาโบ มเบกิ (Thabo Mbeki) และพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของประชาธิปไตยและการยกเลิกการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 25 - 28 เมษายน 2547

- นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยไปร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ นายจาคอบ ซูมา (Jacob Zuma) เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2552

- พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เยือนแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 2 - 9 สิงหาคม 2552

- นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 8 - 15 กันยายน 2552

- พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เยือนแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24 - 29 มกราคม 2553


2. ฝ่ายการเมืองระดับสูงของแอฟริกาใต้ที่เยือนไทย


- นายเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2540

   Ø สุนทรพจน์ของนายแมนเดลาเนื่องในโอกาสงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ (16 กรกฎาคม 2540) ที่นี่

   Ø สุนทรพจน์ของนายแมนเดลาเนื่องในโอกาสรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (17 กรกฎาคม 2540) ที่นี่

   Ø สุนทรพจน์ของนายแมนเดลาเนื่องในโอกาสงานเลี้ยงอาหารกลางวันโดยสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และหอการค้าไทย-แอฟริกาใต้ (17 กรกฎาคม 2540) ที่นี่


- นายเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยโรคเอดส์ ครั้งที่ 15 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2547

   Ø สุนทรพจน์ของนายแมนเดลาในพิธีปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยโรคเอดส์ ครั้งที่ 15 (16 กรกฎาคม 2547) ที่นี่

- พลเอก G.N. Ngwenya ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแอฟริกาใต้ เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรับเชิญของ พล.อ.ทรงกิตติ จักการ์บารตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระหว่างวันที่ 22 - 27 สิงหาคม 2553
 

- พลอากาศโท Carlo Gagiano ผู้บัญชาการทหารอากาศแอฟริกาใต้ เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรับเชิญของ พลอากาศเอก อิทธิพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2553

- วันที่ 28 มกราคม 2555 นายแพทย์ Pakishe Aaron Motsoaledi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แอฟริกาใต้ เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 ในโอกาสนี้ นายแพทย์ Pakishe Aaron Motsoaledi ได้เข้าพบหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการสาธารณสุขกับผู้เชี่ยวชาญ จากกระทรวงสาธารณสุขด้วย




*****************************


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
18 กันยายน 2555