ความสัมพันธ์ / Bilateral Relations

ลู่ทางการค้าการลงทุน : ศักยภาพด้านการค้าการลงทุนของอินเดียและรายชื่อบริษัทอินเดียที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม

ศักยภาพด้านการค้าการลงทุนของอินเดียและรายชื่อบริษัทอินเดียที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม

                อินเดียเป็นประเทศมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลก มีประชากร 1.13 พันล้านคน(อันดับ 2 ของโลก) มีกรุงนิวเดลีเป็นเมืองหลวง มีเมืองมุมไบเป็นศูนย์กลางการค้า การเงินและ การคมนาคมเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นแหล่งผลิตภาพยนต์ฮินดีที่ใหญ่ที่สุด มีเมืองบังกะลอร์เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ อิเล็กทรอนิกส์ การบินและอวกาศ มีเมืองเจนไนเป็นศูนย์กลางธุรกิจในภาคใต้ของอินเดีย มีอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลัก

               GDP (07/08) ของอินเดียเติบโตร้อยละ 9 โดย GDP per Capita (07/08) เท่ากับ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐ อินเดียส่งออกสินค้าไปตลาดโลกเป็นมูลค่า 147,564 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่า GDP ในปี 2009 เติบโตประมาณร้อยละ 8 โดยมีอัตราการเจริญเติบโตภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยผลักดัน ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่สำคัญของอินเดีย ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอ สินค้าด้านวิศวกรรม อาทิ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ โลหะ อุปกรณ์คมนาคม ผ้าฝ้ายและเส้นใยประเภทต่างๆ แร่เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ฯลฯ

             อินเดียมีนโยบายเปิดการค้าเสรีมากขึ้น มีการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยให้สิทธิพิเศษและคุ้มครองผลประโยชน์สำหรับผู้ลงทุนในเขตผลิตเพื่อการส่ง ออก ในอนาคตหากความตกลง การค้าเสรีไทย-อินเดียด้านสินค้าลงนามแล้ว ก็จะเอื้ออำนวยให้ผู้นำเข้าสินค้าไทยและอินเดียนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่าง กันมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราภาษี ทำให้ต้นทุนสินค้าของทั้งสองประเทศถูกลง

อินเดียมีความสามารถในการผลิตสินค้าที่หลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ปิโตรเคมี ขุดเจาะผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ ผลิตเหล็กและโลหะต่างๆ การเงินการธนาคาร โทรคมนาคมและสิ่งทอ อุตสาหกรรมผลิตและประกอบรถยนต์ การผลิตยาและเวชภัณฑ์ การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การผลิตกระแสไฟฟ้า โดยอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า

รายชื่อบริษัทอินเดียจำนวน 10 บริษัทที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยม 10 ลำดับแรกของอินเดีย (ไม่จำกัดสาขา) ซึ่งบางบริษัทมีผลการประกอบการติดลำดับโลก ได้แก่

1. บริษัท Reliance Industries Limited เป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในอินเดีย ตั้งขึ้นโดยนาย Dhirubhai Amabani ได้รับเงินรายได้ปีละประมาณ 35.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเป็น บริษัทชั้นนำในระดับโลกโดยเป็นผู้ผลิตเส้นด้ายหนาสำหรับถักและผลิตเส้นใย ต่างๆเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมปิโตเคมีที่ใหญ่อยู่หนึ่ง ในสิบอันดับแรกของโลก โดยมีบริษัทลูกแรกเริ่มคือบริษัท Reliance Retail Limited และบริษัท Reliance Petroleum Limited และบริษัท Reliance Industrial Infrastructure Limited และในปัจจุบันมีบริษัทในเครือมากถึง 47 บริษัท

2. บริษัท Oil & Natural Gas Corporation เคยได้รับรางวัลบริษัทน้ำมันและก๊าซมี ผลการประกอบการเยี่ยมที่สุดในเอเชีย เป็นผู้จำหน่ายน้ำมันและก๊าซร้อยละ 84 ในอินเดีย ในปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นน้ำในอินเดีย แต่ยังเป็นบริษัทชั้นนำในด้านน้ำมันและก๊าซของโลกด้วย เป็นบริษัทในอินเดียที่ทำกำไรสูงสุด เป็นเจ้าของสัดส่วนผู้ผลิตน้ำมันดิบร้อยละ 77 ในอินเดีย ธุรกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมถึงการสำรวจ กลั่น ผลิต การตลาด และการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซ

3. ธนาคารชาติอินเดีย เป็นธนาคารอินเดียที่ใหญ่ที่สุดและเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของอินเดีย ประกอบธุรกิจให้บริการด้านธนาคารผ่านเครือข่ายที่กว้างขวางและมีจำนวนสาขา มากที่สุดในอินเดีย รวมทั้งมีสาขาในต่างประเทศด้วย โดยรวมมีสาขาถึง 16,000 แห่ง มีบริการธนาคารสัญจร internet banking, Demat Services, ATM Services, Corporate Banking, Merchant Banking, Agricultural Banking, online services อาทิ ให้เงินกู้เพื่อการศึกษา เพื่อลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

4. Indian Oil Corporation เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านปิโตรเลียมและเป็นรัฐวิสาหกิจด้านการค้าที่ใหญ่ ที่สุดในอินเดีย อยู่ในลำดับที่ 116 ของบริษัทชั้นนำ 500 แห่งของโลกที่จัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune ประจำปี 2551 เป็นผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่กว้างขวางที่ สุดในอินเดียถึง 17,606 แห่ง เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งสถานีบริการก๊าซแอลพีจีและเป็นผู้ให้บริการก๊าซหุงต้ม แก่ 47.5 ล้านครอบครัวในอินเดีย เป็นผู้ค้าน้ำมันดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องประเภทต่างๆ

5. ICICI Bank เป็นธนาคารเอกชนที่ใหญ่ทิ่สุดในด้านตลาดทุนของอินเดีย เป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นลำดับสองในด้านอสังหาริมทรัพย์ มีเครือข่ายถึง 1,399 สาขา มีศูนย์ประกอบการ ในภูมิภาคถึง 49 แห่ง มีสำนักงานในภูมิภาค 22 แห่ง และมีเครื่องเอทีเอ็ม 4,485 แห่ง ให้บริการด้าน personal banking, corporate net banking, NRI, internet banking, 24 hr customer care

6. NTPC หรือ National Thermal Power Corporation Limited เป็นบริษัทด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีกำลังการผลิตถึง 29,894 MW โดยใช้ก๊าซ 7 แห่ง ใช้ถ่านหิน 15 แห่ง และร่วมลงทุน 4 แห่ง เป็นบริษัทชั้นนำที่ได้รับเลือกเป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในลักษณะองค์กร ขนาดใหญ่ สำนักงานหลัก 2 แห่งตั้งอยู่ในรัฐโอริสสา ธุรกิจหลักของบริษัทเป็นธุรกิจด้านก่อสร้าง วิศวกรและเป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า

7. Steel Authority of India Limited เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีรายรับประมาณ 455,550,000,000 รูปี เป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย เป็นบริษัทผู้ผลิตเหล็กที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 16 ของโลก

8. Tata Steel เดิมชื่อบริษัท TISCO และ Tata Iron and Steel Company เป็นบริษัทเหล็กอินเดียที่ใหญ่เป็นลำดับ 6 ของโลก มีกำลังการผลิตถึง 28 ล้านตัน เป็นบริษัทเอกชน ที่ผลิตเหล็กที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ในอินเดีย ในปี 2551ทำกำไรได้ประมาณ 123,500,000,000 รูปี โรงงานหลักอยู่ที่ Jharkhand, Jameshedpur บริษัทมีธุรกิจอยู่ทั่วโลก สำนักงานจดทะเบียนอยู่ที่เมืองมุมไบ

9. Bharti Airtel เป็นบริษัทธงของ Bharti Enterprises เป็นบริษัทในด้านโทรคมนาคมที่อยู่ในลำดับแรกในธุรกิจภาคโทรคมนาคม เป็นบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Business Week เมื่อปี 2550 ว่ามีผลการดำเนินการดีที่สุดในโลก เป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่เปิดให้บริการโทรศัพท์ ประกอบธุรกิจด้าน Enterprise Services, Mobile Services, Broadband and Telephone Services

10. Reliance Communications เปิดให้บริการข้อมูลด้านสารสนเทศ การคมนาคม สาธารณูปโภค และบริการแก่ปัจเจกบุคคลและบรรษัท ให้คำปรึกษา ประกอบธุรกิจด้าน Reliance Landline, BroadNet, Rworld, Reliance Global call, Reliance IPTV, Wireless Phone, Mobile-CDMA, GSM เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการประกอบการและจัดการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ โทรศัพท์ทั้งหมด

บริษัทในภาคการผลิตของอินเดียที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม 10 อันดับแรก ได้แก่

1. บริษัท Larsen & Toubro เป็นบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประกอบธุรกิจในด้านอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทสร้างตึกที่สวยงามหลายแห่ง มีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายประเภท บริษัทนำเสนอรูปแบบที่หลากหลายของการออกแบบวิศวกรรมและให้บริการรับปรึกษา ต่างๆ ตลอดจนให้บริการจัดหาผลิตภัณฑ์สำหรับอาคารต่างๆ

2. Hindustan Lever Network เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในอินเดีย เป็นบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดและเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า อุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย เป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลผิวพรรณและผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาบ้าน อาหาร น้ำดื่มต่างๆ โดยบริษัทได้ผลิตสินค้าจำนวน 400 ยี่ห้อใน 14 ประเภทสินค้า

3. Bombay Dyeing เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในอินเดีย บริษัทผลิตผ้าดิบ ผ้าที่ทอด้วยเครื่องทอชนิด airjet และ projectile ด้ายดิบหรือย้อมสี ผลิตเส้นใยที่ปราณีต ผ้าลาย dobby ผลิตผ้าปูที่นอนต่างๆ เป็นผู้นำอุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดีย เป็นบริษัทธงของกลุ่มบริษัท Wadia

4. Aditya Birla Group เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ใน 500 บริษัทยอดเยี่ยมของโลกที่จัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune มีสาขาอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย บราซิล เยอรมนี แคนาดา ออสเตรเลีย เป็นผู้ผลิตสินค้าโลหะ และทองแดง ฉนวน สีย้อม ซิเมนต์ เสื้อผ้ายี่ห้อต่างๆ ระบบโทรศัพท์มือถือ Viscose Filament Farm โรงงานผลิตปุ๋ยซึ่งใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เป็นต้น

5. Haldai Petrochemicals เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสินค้าชั้นนำของอินเดีย แรกเริ่ม ทำธุรกิจเกี่ยวกับปิโตรเคมีในภาคตะวันออกของอินเดีย เป็นสัญลักษณ์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเบงกอลตะวันตก บริษัทเน้นผลิตสินค้าปิโตรเคมีจากผลผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ง่าย บริษัทผลิต propylene และ ethylene เป็นผู้จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและบริการรายใหญ่

6. Ranbaxy เป็นบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีสาขาตั้งอยู่ใน 49 ประเทศ และมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ใน 11 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในอินเดีย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลาย เป็นบริษัทผู้ผลิตยาประเภท generic ชั้นนำของโลก ผลิตสินค้ายาประเภทต่างๆได้มากถึง 23 ใน 25 ประเภท

7. Apollo Tyres เป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำในอินเดีย เป็นเจ้าของสัดส่วนตลาด ยางรถบรรทุกถึงร้อยละ 30 มีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในซิมบับเวและแอฟริกาใต้ โรงงานผลิตสี่แห่งตั้งอยู่ในอินเดีย มีเครือข่ายจำหน่ายถึง 4,000 แห่ง บริษัทผลิตทั้งยางรถยนต์และยางในรถยนต์

8. Asian Paints เป็นผู้ผลิตสีที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและใหญ่เป็นลำดับ 3 ในเอเชีย บริษัทมีกิจการอยู่ใน 21 ประเทศและมีโรงงานผลิตทั่วโลก ทำการผลิตสีรถยนต์ ชิ้นส่วน การเคลือบผิวต่างๆ ผลิตสีอุตสาหกรรมและสีสำหรับเรือ โดยโรงงานในอินเดียตั้งอยู่ที่รัฐมหาราษฏระ รัฐคุชราต รัฐทมิฬนาดู รัฐอานธรประเทศ และรัฐอุตตรประเทศ

9. Jindal Steel เป็นบริษัทธงของเครือ Jindal และเป็นบริษัทรายใหญ่ของอินเดีย เป็นผู้ผลิตเหล็กและกระแสไฟฟ้ารายสำคัญของอินเดีย กำลังจัดตั้งโรงงานผลิตเหล็กขนาด 6 ล้านตันใน รัฐโอริสสา และมีโรงงาน O P Jindal Super Thermal Power Plant ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1,000 MW ใน Raigarh บริษัทมีสาขาครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางในอินเดียและมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ กรุงนิวเดลี

10. Videocon Group เป็นผู้นำในการผลิตสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนในอินเดีย บริษัทผลิตเครื่องซักผ้า แอร์ วีซีดี โทรทัศน์ ตู้เย็น และตู้แช่ เป็นผู้ผลิตหลอดภาพที่ใหญ่เป็นลำดับ 3 ของโลก และเป็นผู้ผลิตเครื่องซักผ้าประเภทที่ปลอดสนิมรายแรก มีโรงงานอยู่ 17 แห่งในอินเดีย และมีโรงงานตั้งอยู่ในหลายประเทศ

อุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อินเดียมีบริษัทชั้นนำ 10 อันดับแรก ได้แก่

1. บริษัท Manatec เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ตรวจสภาพรถยนต์ (automobile service station) รายแรกของเอเชีย โดยผลิตอุปกรณ์หลากหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถยนต์และตั้งศูนย์ รถยนต์โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ผลิตแอร์รถยนต์

2. บริษัท Yugal Precision Pvt. Ltd. เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ส่งสินค้าจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะแหวนประเภทต่างๆ และงานขึ้นรูปเหล็กประเภทต่างๆ อาทิ brass synchronizers rings, forged parts

3. บริษัท Maruti Omni ปัจจุบันรถยนต์กว่าครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายในตลาดอินเดีย เป็นรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัท Maruti Omni โดยบริษัทฯ เป็นบริษัทลูกของบริษัท Suzuki Motor Corporation Japan มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทตั้งแต่รถ Maruti 800 รถยนต์นั่งทุกประเภท รถขับเคลื่อน 4 ล้อ นับจนถึงปัจจุบันผลิตรถยนต์และจำหน่ายไปแล้วกว่า 7.5 ล้านคันเฉพาะในอินเดีย และส่งออกทั่โลกเป็นจำนวน 500,000 คัน ได้รับเงินรายได้ในปีงบประมาณ 2551-2552 จำนวน 203,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับผลกำไรภายหลังหักภาษีเท่ากับ12,187 ล้านรูปีอินเดีย

4. บริษัท Tata Motors เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ได้รับรายได้ระหว่างปี 2551-2552 เท่ากับ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์ และเป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งรายใหญ่ 1 ใน 3 ของอินเดีย เป็นผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่ลำดับ 4 และเป็นผู้ผลิต รถบัสรายใหญ่เป็นลำดับ 2 ของโลก มีลูกจ้างจำนวน 23,000 คน ปัจจุบันมีรถทาทาอยู่ในอินเดียกว่า 4 ล้านคัน ฐานการผลิตอยู่ที่ Jamshedpur (Jharkhand), Pune (Maharashtra), Lucknow (Uttar Pradesh), Pantnagar (Uttarakhand) and Dharwad (Karnataka) มีสำนักงานอยู่ในสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ประเทศไทยและสเปน ได้ร่วมธุรกิจกับบริษัท Fiat ของอิตาลี และปัจจุบันได้เข้าถือหุ้นใหญ่บริษัทรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์

5. บริษัท Atasi Overseas PVT Ltd. เป็นบริษัทที่ส่งออกรถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ และรถยนต์ที่ผลิตในอินเดียไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

6. บริษัท Tata Engineering & Locomotive Co (Telco) เป็นบริษัทใน Tata Group เป็นบริษัทผลิตรบรรทุกเชิงภาณิชย์ขนาดกลางและหนักลำดับ 5 ของอินเดีย และเป็นผู้ผลิตรถบัสขนาดกลางและหนักเป็นอันดับ 2 ของอินเดีย

7. บริษัท Mahindra & Mahindra เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ประเภทเอนกประสงค์และรถบรรทุกขนาดเล็ก รวมทั้งรถสามล้อ เป็นผู้นำด้านรถยนต์อเนกประสงค์ในอินเดีย โดยครองตลาดครึ่งหนึ่งของอินเดีย ที่ผ่านมาได้ส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายในยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ เอเชียใต้และตะวันออกกลาง

8. บริษัท Ashok Layland ในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เป็นผู้นำเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมรถยนต์เชิงพาณิชย์ในอินเดีย โดยเน้นผลิตรถบัสสองชั้น ขนาด 18 ที่นั่ง - 82 ที่นั่ง ขนาดตั้งแต่ 7.5 ตัน-49 ตัน โดยรถบัส 8 ใน 10 คันในอินเดียผลิตโดยบริษัทฯ และบรรทุกผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อวัน

9. บริษัท Atlas Cycles เป็นบริษัทผลิตรถจักรยานรายใหญ่ในอินเดีย รวมทั้งรถจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันต่างๆ

10. บริษัท The REVA Electric Car Company เป็นบริษัทผลิตรถไฟฟ้าของอินเดีย ตั้งอยู่ที่บังกะลอร์ เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท Maini Group ของอินเดียกับบริษัท AEV LLC ของสหรัฐฯ

                 จากข้อมูลการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของอินเดีย พบว่า GDP ของอินเดียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2546-2550 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.9 GDP (07/08) เติบโตร้อยละ 9 และคาดว่า GDP ในปี 2009 เติบโตประมาณร้อยละ 8 ประกอบกับอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรที่มีกำลังซื้อสินค้าจำนวนมากประมาณ 350 ล้านคน ดังนั้น อินเดียจึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนของไทย

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ

18 มกราคม 2553