ธุรกิจ

บทความด้านเศรษฐกิจ : มาเลเซียเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น

โดย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงกัวลาลัมเปอร์
 
มูลค่าการค้าของมาเลเซียในปี 2558 เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 1.2 หรือประมาณ 1.466 ล้านล้านริงกิต ซึ่งมาจากการส่งออกและนำเข้าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 779.95 พันล้านริงกิต และ 685.65 พันล้านริงกิตตามลำดับ
 
Datuk Seri Ong Ka Chuan รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม เปิดเผยในงาน “Malaysia Trade Performance 2015” ว่า ปี 2558 มาเลเซียมีดุลการค้าเกินดุล 94.29 พันล้านริงกิต ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14.3 จากปี 2557  ซึ่งบ่งบอกว่ามาเลเซียมีดุลการค้าเกินดุล 18 ปีติดต่อกัน และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นทั้งๆที่ทั่วโลกประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ” 
 
Datuk Ong กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของการส่งออก โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 80.2 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมดจากเดิมร้อยละ 76.7 ในปี 2557 ภาคการผลิตที่ยอดเยี่ยมของเราได้ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากราคาสินค้าตกต่ำ ทั้งนี้อาเซียนยังคงเป็นคู่ค้าและตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของมาเลเซีย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 27.4 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของมาเลเซียในปี 2558 การส่งออกไปอาเซียนขยายตัวร้อยละ 2.8 หรือประมาณ 219.29 พันล้านริงกิต ซึ่งมาจากการค้าผ่านความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทที่มีมากขึ้น การค้าข้ามแดน และการ outsourcing ภายในภูมิภาค  ส่วนการนำเข้าโตขึ้นร้อยละ 3.7 ประมาณ 182.12 พันล้านริงกิต 
 
“เราคาดหวังว่าการค้าระหว่างเรากับอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีที่กำลังมาถึงนี้หลังจากการจัดตั้ง AEC อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ AEC มีเป้าหมายในการสร้างตลาดและฐานการผลิตเดียวในภูมิภาค  และคาดกันว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะฟื้นตัว การบริโภคภาคเอกชนจะเข้มแข็งขึ้นในยุโรป และการเติบโตในญี่ปุ่นจะยังมั่นคง จีนจะยังคงปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะยังคงอยู่ภายใต้ความกดดันต่อไป บริษัทควรใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุดจาก FTA ที่มาเลเซียทำกับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี” เขากล่าวเพิ่มเติม
 
ข้อคิดเห็น สำนักงานฯ เห็นว่า แม้ข้อมูลตัวเลขการค้าของมาเลเซียในปี 2558 จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้มากนักและ  ภาคการส่งออกขยายตัว 1.9%  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจของมาเลเซียอยู่ในภาวะอึมครึมและยังเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย  ตัวเลข FDI ของมาเลเซียในปีที่ผ่านก็มีสัดส่วนลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การตกต่ำของราคาน้ำมันดิบและค่าเงินริงกิตอ่อนตัวส่งผลให้ราคานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของมาเลเซียเพิ่มสูงขึ้น จีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของจีนก็มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความต้องการจากจีนที่ดูเหมือนจะยังไม่กระเตื้องขึ้นก็จะถ่วงการส่งออกของมาเลเซียต่อเนื่องในปีนี้ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ชาวมาเลเซียยังชะลอการจับจ่ายใช้สอยลงเนื่องจากราคาสินค้าภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการเก็บภาษี GST ซึ่งส่งผลต่อสินค้าต่าง ๆ ที่นำเข้าจากไทย และจากการสอบถามผู้นำเข้าสินค้าไทยหลายรายต่างก็ประสบปัญหายอดขายสินค้าลดลงและแบกรับภาระต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่ต้องการขยายตลาดส่งออกสินค้าไทยมายังมาเลเซียในช่วงที่มาเลเซียกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ จึงอาจต้องใช้ทั้งความอดทน ความพยายาม และเวลา รวมทั้งควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจมาเลเซียอย่างใกล้ชิด