สารสนเทศ ประเทศไทย : พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 News

สารสนเทศ ประเทศไทย : พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ
 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 เวลา 20.15 น.

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

เนื่องในโอกาสมหามงคล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ ในวันที่ 2 เมษายน 2558 นี้ รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันทำความดีตาม “โครงการปณิธานความดีปีมหามงคล ทำดี เริ่มได้ ที่ใจเรา” ทุกอย่างถ้าเริ่มต้นที่ตัวเรา และเผื่อแผ่แบ่งปันไปหาผู้อื่น จะทำให้เกิดผลดีต่อสังคมโดยร่วมกับประเทศชาติด้วย

รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้นเพื่อถวายเป็นของขวัญ และแสดงถึงพลังแห่งความรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรจากทั่วทุกภูมิภาคมีแด่พระองค์

พระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้ทรงปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระปรีชาสามารถ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก เยาวชน ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และผู้ด้อยโอกาสให้ดีขึ้น สามารถยืนหยัดด้วยลําแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ประชาชนชาวไทยยอมรับว่า พระองค์ทรงเป็น “เจ้าฟ้าของคนเดินดิน”

ขอขอบคุณทางองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) คุณนิติพงษ์ ห่อนาค คุณอาทิตย์ สาระจูฑะ คุณจักราวุธ แสวงผล และคุณกตัญญู มีผลที่ได้แต่งเนื้อร้องและทำนอง คุณอพิสิษฎ์ ณ ตะกั่งทุ่ง คุณชาญวุฒิ บุญแย้ม และคุณนิวัฒ อ่ำแสงที่ได้เรียบเรียงเพลง “เจ้าฟ้าของคนเดินดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ รวมถึงทีมงานและศิลปินทุกท่าน ที่ร่วมเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย ได้ถ่ายทอดความรู้สึก และแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเทพฯ ของเราทุกคนด้วย เป็นบทเพลงที่ไพเราะมาก มิวสิกวิดีโอก็น่าประทับใจ

ประเทศไทยของเราในขณะนี้มีสิ่งดี ๆ มากมายที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้ผมได้ไปสำรวจคลองผดุงกรุงเกษม ได้ล่องเรือชมทิวทัศน์โดยรอบ มีมุมมองที่สวยงามมาก บางส่วนอาจจะต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม พวกเราคนไทยกันเองนั้นไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เห็นเหมือนที่ผมเห็นทั้ง ๆ ที่ในกรุงเทพฯ ก็เคยถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองเวนิสของฝั่งตะวันออก” ผมอยากให้ทุกคนคิดร่วมกันว่า หากเราให้มีการพัฒนาปรับปรุง อนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ตึกเก่า ๆ วัดวาอารามหลายแห่ง มีเอกลักษณ์มีความงดงามอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสร้างอะไรใหม่ เพียงแต่ฟื้นฟูบูรณะให้ของมีค่าเหล่านี้กลับมาดูสง่างาม สวยงามเป็นสมบัติของชาติเหมือนเดิม

สำหรับในการพัฒนาชุมชนตามริมคลองนั้น จะทำให้เกิดการสัญจรทางน้ำใหม่ขึ้น และมีการทดลองใช้มาแล้ว ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ลดปัญหาการจราจรทางถนนได้พอสมควร ต่อไปคงขยายไปที่อื่น ๆ ด้วย แต่เราต้องแก้ไขเรื่องปัญหาน้ำเสียด้วย จะได้ทำไปพร้อม ๆ กัน

การจัดระเบียบต่าง ๆ นั้น รัฐบาลพยายามที่จะทำ ในห้วงที่ผ่านมา มีคนที่ต้องรับผลกระทบด้วย จากการจัดระเบียบ การยกเลิกการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นหัวข้อในการปฏิรูปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลเข้าใจและให้ความสำคัญจะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และจะหามาตรการช่วยเหลือเยียวยา ทั้งขั้นต้นและระยะต่อไป ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ทุกคนควรจะคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบ ผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักด้วย

ปัญหาของแต่ละครอบครัว แต่ละคน รัฐบาลกำลังทำอยู่ เป็นปัญหาที่สะสมยาวนาน เราอย่าไปโทษใครเลยว่าจะเกิดอะไร ไม่เกิดประโยชน์แล้วตอนนี้ เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราสามารถกำหนดอนาคตได้ เปลี่ยนโชคชะตาได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับมือเราทั้งสิ้น ใจเราที่จะทำได้

หลายกลุ่มออกมาต่อต้านการทำงานรัฐบาล ผมว่าไม่เกิดประโยชน์ ประชาชนก็ฟังกันแล้วกันว่าจะฟังผม แล้วคิดตาม หรือจะฟังที่เขาพูดมาแล้วก็ไม่มีอะไรที่ก้าวหน้าขึ้นมาอีก ขอให้พูดกันด้วยเหตุผล จะเชื่อผมก็เชื่อด้วยหลักการและเหตุผลด้วย รัฐบาลพร้อมจะฟังทุกข้อติชมต่าง ๆ ติมาในทางที่เกิดประโยชน์ ติมาในเรื่องที่จะต้องแก้ไข ไม่ใช่ติทั้งหมด คงไม่ใช่ และกลายว่าผมไปห้ามต่อต้าน ผมไม่ได้ห้ามท่านเลย ไม่เห็นด้วยก็บอกมา  ขอให้คำนึงถึงสถานการณ์ อนาคตของชาติของลูกหลานด้วย

กฎกติกาใหม่ต้องเดินไปข้างหน้า กำลังจะเป็นประชาคมอาเซียน หยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ก้าวถอยหลังก็ไม่ได้อีก แค่อยู่กับที่ก็เหนื่อยแล้ว เพราะฉะนั้นต้องสร้างความมั่นคงแข็งแรง และก้าวไปข้างหน้าให้เร็ว ๆ เวลาเรามีน้อย รัฐบาลก็ทำมาบ้างในระยะแรก อนาคตก็ต้องทำโดยใครต่อไปก็ไม่ทราบ ก็ต้องมาทำต่อ อยู่ที่ประชาชนทั้งหมด เพราะประชาชนอยากที่จะมีส่วนร่วมก็ต้องให้เขามาทำให้เรา เพราะฉะนั้นประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ประชาชนก็ต้องได้รับความสุข มีความพึงพอใจทุกเรื่องที่รัฐทำให้ ร่วมมือกัน

เรื่องมาตรา 44 (ม. 44)  มีอยู่แล้ว จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว คราวนี้เมื่อเรายกเลิกกฎอัยการศึกก็จำเป็นต้องเขียนให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้นเอง เพราะมาตรา 44 เขียนไว้อยู่แล้ว ว่าเราสามารถจะดูเรื่องงานความมั่นคงด้วย และถ้าปล่อยไว้ก็เป็นปัญหาต่อไป ไม่ว่าจะพระราชบัญญัติความมั่นคง (พ.ร.บ. มั่นคง)  พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) เพราะคนไทยส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าเป็นส่วนน้อยที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ผมไม่โทษประชาชนอยู่ที่คนนำ พอแตกเป็นฝ่าย ขาดความสามัคคี ทะเลาะเบาะแวงใช้กำลัง มีบาดเจ็บล้มตาย และไม่มีคนรับผิดชอบ รัฐทำอะไรไม่ได้ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ทำให้การดำรงชีวิตของประชาชนเดือดร้อน นึกถึงคนที่เขาอยู่ตรงกลาง ๆ บ้าง เขาก็ไม่ได้เห็นชอบอะไรทุกอย่าง แต่เขาไม่อยากมาสู้รบด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้คนอยู่ตรงกลาง มาช่วยผมพัฒนาประเทศ ในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ที่ชะงักงันมาตลอดเวลา การใช้อำนาจทำไม่ได้ ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ กฎหมายอย่างที่ทราบดี จับใครอะไรไม่ได้ ผิดกฎหมายก็ปล่อยปละละเลย วันนี้เราไม่ปล่อยทุกเรื่องก็เดือดร้อนกันพอสมควร ขอเวลา จะแก้ไขต่อไปในอนาคต

เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยต่าง ๆ กำลังทำอยู่ การจะมีเสรีภาพมีสิทธิต้องอยู่ในกรอบที่ไม่ทำให้คนเดือดร้อน และมีช่องทางต่าง ๆ ที่จะสามารถคัดค้านไม่เห็นด้วยมากมาย ด้วยวิธีการของประชาธิปไตย ไม่ใช่นำอาวุธมายิงกันบนถนนไม่ได้ เพราะฉะนั้นกฎอัยการศึกในระยะแรก มีความจำเป็นเพราะหยุดสถานการณ์ที่มีความรุนแรง ที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีคนบาดเจ็บล้มตายมาตลอดระยะเวลา ทั้ง 5-6 เดือนที่ผ่านมาก่อนที่เราเขามา

เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ใช้อำนาจเด็ดขาดวันนั้น ไม่ถึงวันนี้ วันนี้ก็เห็นทุกคนให้ความร่วมมือดีต่าง ๆ ก็ลดลงไป และสร้างความชัดเจนขึ้น ในการใช้กฎหมาย ในการใช้มาตรา 44 ใช้อำนาจตามความมาตรา 44 มาทำเท่านั้นเอง และเขียนให้ชัดเจนขึ้น จริง ๆ มีอยู่แล้ว อันนี้ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ไปมีอำนาจเหนือศาล คือหมายความตรงนี้คือหมายความว่า ถ้าอะไรที่ทำไม่ได้ เพราะว่าติดกฎหมายตัวนี้ เราสามารถใช้มาตรานี้ เพื่อทำให้เดินหน้าได้ ซึ่งคือการสร้างสรรค์ อยากให้เข้าใจอย่ามาตีกันเรื่องนี้อีกต่อไป ผมทำให้สงบ สร้างความเข้าใจกับต่างประเทศด้วย

วันนี้หลาย ๆ คนไปต่างประเทศ ทั้งต่างชาติ ทั้งไทย ที่หนีกฎหมายทั้งหมดไปนั่งเข้าแถวกัน กินอาหารกันสนุกสนานในประเทศเพื่อนบ้าน ต่างประเทศด้วย ผมบอกให้กลับมา แล้วการที่ท่านไปพูดจาให้ต่างประเทศเข้าใจเราผิด ๆ เสียหายประเทศ ท่านไม่สงสาร ท่านไม่เสียดาย ท่านเกลียดผม โกรธผม ผมไม่ว่า แต่ท่านต้องมาพูดกับผม ไม่ใช่ไปทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน ทุกประเทศเขาไม่มั่นใจเรา เขาเกลียดเรา ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริง ท่านทำได้อย่างไร ท่านไม่รักประเทศไทยเลยหรือ หรือท่านคิดแต่เพียงว่า ถ้าท่านทำไม่ได้ ท่านอยู่ไม่ได้ ท่านครองอำนาจไม่ได้ แล้วท่านจะต้องทำให้ประเทศเสียหาย ล้มจมไปเลย ถ้าคิดแบบนั้น ผมว่าท่านแย่มาก ไปพิจารณาตัวเองด้วย และกรุณาให้ทุกส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน ช่วยทำความเข้าใจกับต่างประเทศด้วย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของต่างชาติ ตะวันตก และในอาเซียน แม้กระทั่งในประเทศของเรายังไม่เข้าใจเราเลย ว่าเราทำอะไรมา เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ลืมไปหมด เอาแต่เพียงหน้าที่อย่างเดียว ว่าจะต้องทำให้คนได้เข้าถึง เท่าเทียม ไม่ถูกรังแก มองอย่างเดียว และไม่มองคนอื่นบ้าง คนบริสุทธิ์เขาถูกรังแกด้วยหรือไม่ ไปรักษาสิทธิ์ให้คนอื่น ๆ เขาด้วย คนที่ไม่ได้ไปขัดแย่งกัน คนที่ไม่ได้ไปต่อต้านเดินขบวนอีก 60 กว่าล้านคน ไม่ดูเขา สิทธิเขาก็มี เจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายไม่เคยมองด้านนี้เลย เพราะฉะนั้นผมขอร้องคนไทยก็ดูแล้วกัน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก็กรุณาพิจาณาด้วย ผมไม่อยากบังคับท่าน

หลาย ๆ ประเทศก็ยินดี ประเทศไทยมีความสุข เรียบร้อย ก็เตรียมการที่จะพัฒนาร่วมกัน ไม่ว่าจะรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตะวันตก ตะวันออก จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาพูดคุยกับผมแล้ว ก็พร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนต่อไป แล้วหลายประเทศก็จะเร่งรัดให้เกิดขึ้น การลงทุนก็มากขึ้น ถ้าไปดูสถิติของ BOI แล้วการลงทุนในกิจการต่าง ๆ ที่เราต้องการที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วย วันนี้ก็เดินหน้า ทุกอย่างก็อาจจะกำไรน้อยลงบ้าง บางอย่างก็ลดลง บางอย่างชะลอตัว บางอย่างฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ไปดูให้แยกแยะหน่อย ถ้าเหมาว่าเสียทั้งหมดไม่ได้ ถ้าเสียทั้งหมดเพราะว่าไม่เข้มแข็ง ไม่ผูกพันกัน ไม่เชื่อมโยงกัน ไม่เกื้อกูลกัน ต่างคนต่างขาย ต่างคนต่างส่งออก ต่างคนต่างมีกำไร ไม่ได้หรอก วันนี้รื้อใหม่ทั้งหมดโครงสร้างเหล่านี้ใช้เวลา ผมคิดว่าจะดีขึ้นในระยะเวลาอันไม่นานนัก

ในส่วนของโครงการต่าง ๆ ตรวจสอบแล้ว อันไหนไม่ทุจริตก็เดินหน้า นี่คือสิ่งที่ผมใช้มาตรา 44 ไปด้วย เข้าไปตรวจสอบ แล้วก็ขับเคลื่อน อันไหนทำไม่ได้ก็ต้องทำใหม่ ทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศขึ้น

เรื่องของความปลอดภัย โปร่งใส เป็นธรรม ก็ทำหมดความขัดแย้งลดลง มีแต่เพียงกลุ่มที่ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ ทางการเมือง หรือผู้ที่ไม่เปิดใจยอมรับ ว่าประเทศไทยนั้นอยู่ในฐานะใด คิดแต่เพียงว่าทุกอย่างดีอยู่แล้ว ถ้าดีอยู่แล้ว คงไม่เป็นแบบนี้ ต่างชาติก็ลังเล วันนี้เขามั่นใจกว่าเดิม ผมพยามจะปรับพัฒนาการใช้อำนาจของผมให้ดีที่สุด แต่ผมจำเป็นต้องทำเพื่อคนไทยส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนไปแล้ว กฎหมายคงไม่ต้องอธิบายกันอีก มาตรา 44 ที่ว่า อย่ากังวล ไม่ได้ทำความผิดอย่ากังวล “สร้างสรรค์”  แล้วแก้ปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศ บางอย่างนั้นต้องใช้อำนาจแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเดินหน้าไม่ได้ แล้วเรื่องความมั่นคงเช่นกัน ถ้ารอวิธีการปกติ ก็จับไม่ได้เหมือนเดิม แล้วจับมาก็ต้องมีหลักฐาน ใช่หรือไม่

เรื่องการผ่อนผัน ผ่อนปรนในเรื่องของศาลทหารต้องเข้าใจด้วย ถ้าผิดในเรื่องที่ห้ามไว้ เรื่องที่ห้ามผมไม่ได้ไปห้ามชีวิตความเป็นอยู่ท่านเลย ห้ามแต่เพียงว่าไม่ให้ท่านทำประเทศชาติเสียหาย ผมว่าถ้าอธิบายดี ๆ เขาเข้าใจ แต่ท่านก็หาวิธีการอธิบายจนไม่เข้าใจ จนเขามาโจมตีประเทศไทย ผมบอกไปแล้วว่าไม่ชอบ ผมก็มาว่าผมคนเดียว  ก็อยากให้ประชาชนเป็นสุข พลเมืองทั่วไปอย่ากังวล ทำสุจริตชน ไม่มีปัญหาหรอก รัฐบาลจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เกิดความเป็นธรรม พิทักษ์รักษาชีวิตทรัพย์สินของท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถ เช่น วันนี้ก็เรื่อง ICAO กำลังเดินหน้าอยู่ เรื่องของการพูดคุยกัน ในเรื่องขอความร่วมมือ เรื่องการสนับสนุนสมาคมท่องเที่ยวไทย ในปัจจุบันนั้นยังไม่ได้ถูกปรับลด แจ้งเตือนมาก่อน ให้เวลา เราก็มีปัญหาในเรื่องของด้านโครงสร้าง การบริหารองค์กร ความเชื่อถือจากต่างประเทศ แต่ความปลอดภัยต่าง ๆ เราก็ยังโอเคอยู่ นักบินก็ยืนยัน เรามีมาตรฐานอาจจะดีกว่าหลาย ๆ ประเทศด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่าเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้ไม่ทันสมัย บุคลากร ก็ตั้งแต่ปี 2548  ผ่านมา 10 ปีแล้ว ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข ก็คงเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงาน และก็ของรัฐบาลด้วย ไม่เป็นไปตามที่ ICAO กำหนด เราต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

สิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังทำอยู่เร่งด่วน ภายใน 30 วัน ก็คือ ระยะที่ 1  จะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพราะโครงสร้างเดิมมี 11-12 คน เท่านี้ ไม่ทันสมัย ไม่ได้รับความเชื่อถือ ก็จะใช้อำนาจตั้งขึ้นมา 30 วัน ทั้งหมดจะใช้เวลาทั้งหมด 90 วัน เขาให้เวลาเราเท่านั้น 30 วันแรก ผมเร่งมา เดิมต้องใช้ 3 เดือน 2 เดือน 3 เดือน เป็นต้นไป ไม่ได้ ผมให้กรมการบินพลเรือน ปัจจุบันทำงานให้ได้ก่อน จัดคนเข้าไป เพิ่มเติมเข้าไป ใช้ มาตรา 44  เข้าไปทำ ไม่อย่างนั้น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เดิมทำไม่ได้ จะจ้างคนมาอะไรมา จ้างต่างประเทศมาช่วย สร้างความเชื่อมั่นก็ต้องทำ 1เดือนนี้ต้องทำให้ได้ สั่งงานไปแล้ว

ระยะต่อไป 90 วันนี้ต้องทำให้ได้ คือจะต้องจัดตั้งกรมควบคุมขนส่งทางอากาศ เพราะวันนี้เที่ยวบินมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเป็นแสน ๆ เที่ยว วันนี้ เพราะฉะนั้นคนเท่าเดิมไม่ได้แล้ว ต้องแบ่งแยกหน้าที่กัน ใครจะเป็นผู้กำกับดูแล ประเมินผล ใครจะเป็นหน่วยปฏิบัติ ที่จะต้องไปคอนแทค กับโน่น กับนี่ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ สายการบินต่าง ๆ ทั้งหมด ไม่มี ไม่พร้อม ต้องปรับโครงสร้าง ใช้เวลา 1 ปี   – 1ปีครึ่ง  แต่ถ้าเราใช้ ม.44 จะใช้ประมาณ คาดจะไม่เกิน 90 วัน 3 เดือน ผมสั่งไปตามนี้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็เห็นด้วย และจะเร่งดำเนินการให้ได้ แล้วก็มีการฝึกอบรมบุคลากร แล้วก็จากคำแนะนำความร่วมมือจากองค์กรระหว่างประเทศด้วย ที่เกี่ยวกับเรื่องด้านการบินพลเรือนมาช่วยด้วย อย่างน้อยก็สร้างความเชื่อมั่นด้วยระยะแรก

เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ และการจัดสรรที่ดินทำกินก็มีความก้าวหน้าตามลำดับ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผมให้ความเร่งด่วน ติดกฎหมายหลายฉบับ ใช้เวลา ถ้าใช้หลาย ๆ กระทรวง งานเดียวบางที 3-5 กระทรวง อาจจะต้องใช้เวลาเป็นปี แก้กฎหมาย กว่าจะบูรณาการได้ อะไรได้ ไม่ได้ วันนี้เราบูรณาการให้ กฎหมายติด อาจจะใช้ ม. 44 เรียกว่าสร้างสรรค์ ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้หรอก ใช้เวลาเป็นปี ๆ แล้วไม่ทัน ไม่ทันต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว ถ้าไม่มีมาตรา 44 ใช้ไม่ได้ทำไม่ได้ แล้วรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็กำหนดให้ทำ เพื่ออย่างนี้เท่านั้น

เรื่องของการขุดลอกคูคลองในกรุงเทพฯ ต้องเร่งดำเนินการ เดี๋ยวไม่ทันน่าน้ำหน้า ผมก็จะให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ ในการทำงานให้เหมาะสม โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร (กทม.)  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการน้ำ ทหารช่าง เข้าไปดูว่าจะทำอย่างไร คลองต่าง ๆ ที่มีปัญหา ที่คนไปอยู่ 4-5 พันครอบครัวจะทำอย่างไร ทำอย่างไรจะไม่ต้องเดือดร้อน ทำอย่างไรจะทำงานได้ ปรับรูปแบบอยู่ และจะให้ผู้รับผิดชอบมารายงานมาเรียนให้ท่านทราบต่อไป

วันนี้ผมเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ผมให้ท่านได้มีโอกาสได้ฟังผู้ปฏิบัติงานด้วย วันนี้ผมเรียนเชิญท่าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีในกลุ่มของความมั่นคง มาชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องบ้าง ที่ผ่านมานั้น หน้าที่ผมคือริเริ่ม กำหนดนโยบาย แล้วก็ร่วมกันคิดร่วมกันหารือหาข้อยุติ ประชุมกันไปกันมาหาข้อยุตติให้ได้โดยเร็ว แล้วจากนั้นท่านรองนายกฯ ก็จะไปเป็นผู้ขับเคลื่อน ร่วมกับรัฐมนตรีในแต่ละฝ่าย กำกับดูแลด้วยคณะกรรมการพิเศษต่าง ๆ ที่ตั้งมาหลายสิบคณะ นำไปสู่การปฏิบัติ เร่งรัด ประเมินผล สร้างความโปร่งใส ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย ช่วยกันด้วย ไม่เช่นนั้นไม่สำเร็จ ที่ผมพูดมาทั้งหมด หรือทำมาทั้งหมด ตลอดระยะเวลาของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วย เป็นการทำเพื่ออนาคต แล้วสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ก็จะมีรองนายกรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ เรามีตั้งหลายฝ่าย นอกจากฝ่ายความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ยุติธรรม ต่างประเทศ ผลัดกันมาพูดคุย จะได้เห็นว่าทุกท่านก็ทำงาน ทำงานเหมือนที่ผมพูด แต่ที่ผ่านมาเขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสมาพูด ท่านอาจจะเข้าใจว่าคนอื่นไม่ทำ เขาทำหมด เขาเหน็ดเหนื่อย แต่เขาไม่ได้ออกมาพูด แล้ววันนี้ผมให้ท่านมีโอกาสมาพูดด้วย ท่านมีอะไรก็ถามมา มีอะไรจะติ ชม วิจารณ์ ก็ว่ามาแล้วกัน ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุข สวัสดีครับ

.........................................

              ที่มา : http://www.thaigov.go.th/