ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2562

นักลงทุนต่างชาติเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในภาคใต้ของเวียดนาม

นาย Pham Thanh Kien ผู้อำนวยการกรมการค้าและการลงทุนนครโฮจิมินห์กล่าวว่า ในปัจจุบันชาวเวียดนามมีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35 โดยในปี 2561อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในนครโฮจิมินห์สร้างรายได้ร้อยละ 17 จากรายได้ของภาคธุรกิจค้าปลีก และเวียดนามมีรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์การเกษตรกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของเวียดนามได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์มาตรฐานการผลิตและบรรจุภัณฑ์ส่งผลให้มีการจัดจำหน่ายสินค้าในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป

นักลงทุนชาวต่างชาติมีข้อได้เปรียบเมื่อเข้ามาลงทุนในเวียดนามเนื่องจากเวียดนามมีวัตถุดิบด้านการเกษตรและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยเป็น1 ใน 5 ประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางอาหารมากที่สุดในโลก และเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่มีการส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตรมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประชากรวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง และความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอาหารในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและรัฐบาลมีแผนที่จะถอนหุ้นจากบริษัท Vinamilk และ Habeco ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้นด้วย

นาง Ly Kim Chi ประธานสมาคมธุรกิจอาหารนครโฮจิมินห์ (HCMFFA) กล่าวว่า ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในเวียดนามจำนวนมากโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้าขนาดกลาง เช่น MINISTOP, 7-Eleven, Family Martพยายามลดต้นทุนการดำเนินงานและกำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ที่ดีและสะอาด จึงเป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น ซึ่งกว่าร้อยละ 98 ยังเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันต่ำ ต้องมุ่งพัฒนาศักยภาพการผลิตตนเองเพื่อให้ได้มาตรฐาน

นาย Huynh ThanhDienจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์นครโฮจิมินห์กล่าวว่าหากต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจท้องถิ่นต้องเพิ่มศักยภาพทางการผลิต คุณภาพและบรรจุภัณฑ์ให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล โดยในระยะยาวธุรกิจท้องถิ่นก็ควรเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกและรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมนักลงทุนเวียดนามเช่นเดียวกับนักลงทุนต่างชาติ อาทิ สิทธิประโยชน์การเช่าพื้นที่ การจัดเก็บภาษี และควรปกป้องธุรกิจของเวียดนามจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

แหล่งที่มา: VIR Vietnam Investment Review วันที่ 28 มกราคม 2562        

URL:https://www.vir.com.vn/foreign-investors-pour-more-money-into-food-processing-and-drinks-industry-65540.html

 

โครงการการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมจำนวนมากกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาล

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับข้อคิดเห็นต่อข้อเสนอ การเพิ่มโครงการก่อสร้างการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติจังหวัดที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมมากที่สุดคือจังหวัดบากเลียว โดยคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฯ ได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมฯ บรรจุโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่มีศักยภาพการผลิต 608 เมกะวัตต์ เข้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติและเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมฯ อนุมัติโครงการพลังงานลมอีก 3 โครงการโดยโครงการผลิตไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งนี้มีกำลังการผลิตรวมกว่า 246.4 เมกะวัตต์เพิ่มเติม ในขณะที่คณะกรรมการประชาชนจังหวัดซอกจางได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมฯ อนุมัติการดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมขนาด 100.8 เมกะวัตต์

จนถึงปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมฯ ได้รับข้อเสนอให้บรรจุโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 3 แห่งข้างต้น มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกว่า 1,000 เมกะวัตต์ เข้าไปในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ซึ่งทำให้มีศักยภาพการผลิตรวมเกินเป้าหมาย 800 เมกะวัตต์ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งนี้นาย Nguyen Xuan Phuc นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เคยออกมาตัดสินใจเพื่อจัดตั้งกลไกการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ซึ่งขณะนี้โครงการฯ อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรมฯโดยข้อตัดสินใจดังกล่าวได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการรับซื้อไฟฟ้าจากกังหันลมไว้ที่ 8.5 และ 9.8 เซ็นต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ / ชั่วโมงสำหรับโครงการที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งและนอกชายฝั่งตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมเมื่อปี 2554 ที่ 78 เซ็นต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ / ชั่วโมงสำหรับโครงการที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง

แหล่งที่มา : The Saigon Times วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562

URL : https://english.thesaigontimes.vn/66041/wind-power-projects-await-approval.html

 

นครดานังกระตุ้นให้มีการลงทุนในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นหลังเทศกาลตรุษเวียดนาม

สำนักงานส่งเสริมการลงทุนนครดานังเผยว่า หลังเทศกาลตรุษเวียดนาม นครดานังมีแผนการกระตุ้นการลงทุนใน 44 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้งบประมาณสาขาละ 30,000 ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนดังกล่าวมี 22 โครงการอยู่ในภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทคโนโลยีขั้นสูงของนครดานัง (Danang Hi-Tech Park)

นอกจากนี้ นครดานังยังส่งเสริมการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งต้องใช้งบลงทุนมูลค่า 150 – 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการผลิตส่วนประกอบอุปกรณ์กึ่งตัวนำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้า รวมถึงเงินลงทุนสำหรับโครงการในเขตเมืองในพื้นที่ 60 เฮกตาร์และเขตนิเวศ Truoc Dong Lake ซึ่งมีพื้นที่ 100 เฮกตาร์ด้วย

นครดานังมีแผนดำเนินงานต่อในโครงการที่หยุดชะงักและยังไม่ได้รับใบอนุญาตการลงทุน ได้แก่ โครงการก่อสร้างเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แห่งที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 50 เฮกตาร์ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท Sembcorp สัญชาติสิงคโปร์ ได้เสนอลงทุนในโครงการดังกล่าวกว่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐแต่ยังต้องรอการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และกระทรวงกลาโหมเวียดนาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนทางทะเล

ในขณะเดียวกัน บริษัท Matrix Holdings สัญชาติฮ่องกง ต้องการสร้างสนามแข่งม้า ศูนย์ฝึกและขยายพันธุ์ม้าในนครดานัง ด้วยเงินลงทุนรวม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหาพื้นที่ที่เหมาะสม นอกจากนี้ นครดานังจะให้ความสำคัญกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในโครงการดิจิทัลเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีการเกษตรขั้นสูงโดยโครงการที่ใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้รับการอนุมัติให้ลงทุนในนคร ฯโดยเฉพาะการลงทุนจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป

ที่มา : The Saigon Times วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562

URL :https://en.thesaigontimes.vn/tinbaichitiet/66060/