ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 20 - 21 พฤษภาคม 2561

ข่าวเด่นวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2561

1. เปลือกส้มโออบแห้งไทยบุกตลาดนครโฮจิมินห์

เปลือกส้มโออบแห้งจากประเทศไทยที่วางขายอยู่ในนครโฮจิมินห์มีราคากว่า 500,000 – 600,000 ด่ง / 1 กิโลกรัม (ประมาณ 750-840 บาท) สามารถดึงดูดผู้บริโภคชาวเวียดนามได้เป็นจำนวนมาก เพราะมีบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและสีสันที่สวยงามกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศเวียดนาม

ผู้ค้าและผู้นำเข้าส้มโออบแห้งไทยในนครโฮจิมินห์ที่มีหน้าร้าน/ ค้าออนไลน์หลายราย กล่าวว่า เปลือกส้มโออบแห้งที่นำเข้าจากประเทศไทยได้รับความนิยมมากกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศเวียดนาม แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่า 3 เท่าตัว และสามารถขายได้เดือนละหลายสิบกิโลกรัม นอกจากนั้น เปลือกส้มโออบแห้งจากไทยยังสามารถเก็บได้นานและมีการบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่าส้มโออบแห้งเวียดนาม

จากการสำรวจของสำนักข่าว VnExpress พบว่า ปัจจุบัน มีผู้นำเข้าเปลือกส้มโออบแห้งไทยในเวียดนามมากกว่า 10 ราย และมีมูลค่าการนำเข้าหลายพันล้านด่ง โดยมีราคานำเข้าเริ่มต้นเพียงกิโลกรัมละ 150,000 – 220,000 ด่ง แต่เมื่อนำไปขายต่อให้กับร้านค้าปลีก กลับมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าและสร้างกำไรเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ปัจจุบัน การปลูกส้มโอในประเทศเวียดนามมีจำนวนเพียงแค่ 1 ใน 4 เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย และยังไม่มีบริษัทใดที่ทำการแปรรูปส้มโออบแห้งให้ได้มาตรฐานได้ดีเทียบเท่า ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากไทยได้

ที่มา สำนักข่าว VnExpress วันที่ 16 พฤษภาคม 2561

URL: https://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/hang-hoa/hon-nua-trieu-dong-mot-kg-mut-vo-buoi-thai-3749377.html

 

2. นายกรัฐมนตรีเวียดนามสั่งการให้ภาครัฐนครโฮจิมินห์แก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินบริเวณ Thu Thiem โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 นาย Nguyen Xuan Phuc นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในนครโฮจิมินห์เร่งแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินบริเวณ Thu Thiem New Urban Area ในเขต 2 ของนครโฮจิมินห์โดยเร็ว

โครงการ Thu Thiem New Urban Area ได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี 2539 ให้พัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าและศูนย์กลางการบริการที่ทัยสมัยของนครโฮจิมินห์ ซึ่งจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินจากผู้อยู่อาศัยจำนวนกว่า 15,000 ครัวเรือน ซึ่งมีกระบวนการที่ล่าช้าและมีผู้อาศัยหลายครัวเรือนบริเวณดังกล่าวได้ออกมาเรียกร้องว่าค่าชดเชยที่ภาครัฐจัดสรรให้ต่ำเกินไปและไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างการเวนคืนที่ดิน เกิดปัญหาในด้านการวางแผน การจัดการที่ดิน การจัดเก็บเอกสาร และเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินในบริเวณดังกล่าวยืดเยื้อเป็นระยะเวลาหลายปี

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Phuc กล่าวว่า จากการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปี กระบวนการเวนคืนที่ดินและจัดสรรที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับผู้ได้รับผลกระทบดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 99 แล้ว ซึ่งโครงการ Thu Thiem New Urban Area จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของนครโฮจิมินห์เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำเป็นต้องมีการเสียสละ ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐของนครโฮจิมินห์ที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ย้ำว่าการพัฒนานครโฮจิมินห์จะต้องไม่เอาเปรียบและคำนึงถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผนดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี Phuc กล่าวปิดท้ายว่า การจัดการข้อพิพาทจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ต้องเคารพและรักษาสิทธิของประชาชน นักลงทุน และภาครัฐ ตลอดจนต้องเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย โดยภาครัฐจะต้องมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการข้อพิพาทดังกล่าวให้มากขึ้น โดยผู้ตรวจการรัฐบาลจะเข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเรียกร้องต่างๆ และจะส่งรายงานตรงให้กับตนรับทราบภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2561

โครงการ Thu Thiem New Urban Area มีพื้นที่ 657 เฮกตาร์ ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของเขต 2 นครโฮจิมินห์   ซึ่งคาดหวังว่าจะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที้อยู่อาศัยในลักษณะ Inner-city ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงบประมาณของภาครัฐที่ใช้ในการเวนคืนที่ดินและหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน และค่าดอกเบี้ย มีจำนวนมากกว่า 29 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 1.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ที่มา หนังสือพิมพ์ Dan Tri วันที่ 15 พฤษภาคม 2561

URL: http://dantri.com.vn/chinh-tri/thu-tuong-chi-ro-dia-chi-trach-nhiem-trong-du-an-thu-thiem-20180515204109569.htm

 

3. บริษัท Warburg Pincus จับมือกับบริษัท Becamex IDC Corp เปิดตัวบริษัท BW Industiral ในจังหวัดบินห์เยือง

บริษัท Warburg Pincus บริษัทหุ้นนอกตลาด (Private Equity) ชื่อดังระดับโลก ได้จับมือกับบริษัท Becamex IDC Corp เปิดตัวบริษัท BW Industiral บริษัทอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ในจังหวัดบิ่นห์เยือง ทุนจดทะเบียนกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัท Warburg Pincus ถือหุ้นร้อยละ 70 และมีแผนการจะพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและพื้นที่โลจิสติกส์ให้เช่ากว่า 200 เฮกตาร์ในจังหวัดบิ่นห์เยือง ด่งนาย ไฮฟอง หายเยือง และบั๊กนิงห์ ซึ่งได้รับการหมายมั่นว่าบริษัท BW Industiral จะเป็นผู้พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ให้เช่ารายใหญ่ทึ่สุดในประเทศเวียดนาม

การร่วมทุนดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่คลังสินค้าสมัยใหม่ โรงงานแบบสำเร็จรูป และพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศเวียดนาม โดยบริษัท BW Industiral พร้อมจะช่วยสนับสนุนโครงการลงทุนในด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของประเทศ

นาย Jeffrey Perlman ประธานผู้อำนวยการและประธานฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท Warburg Pincus กล่าวว่า บริษัท BW Industiral มีแผนการพัฒนาพื้นที่โลจิสติกส์และพื้นที่อุตสาหกรรมสำหรับบริษัทชั้นนำต่างประเทศ ตลอดจนพื้นที่คลังสินค้าสำหรับบริษัท E-Commerce โดยปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีพลวัตทางเศรษฐกิจสูงและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นปัจจัยผลักดันธุรกิจบริการพื้นที่อสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ให้เช่าให้ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

นาย Nguyen Van Hung ประธานบริษัท Becamex กล่าวว่า การร่วมลงทุนดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนามอย่างยั่งยืนและจะทำให้ประเทศเวียดนามเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านเศรษฐกิจของโลก

ที่มา หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 หน้า 2

 

4. 4 เหตุผลที่ทำให้ที่ดินในนครโฮจิมินห์มีราคาสูงขึ้นไม่หยุด

นาย Huynh Phuc Nghia รองคณะบดีคณะ International Business – Marketing มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ นครโฮจิมินห์ กล่าวว่า มี 4 ปัจจัยที่ทำให้ที่ดินในนครโฮจิมินห์และเขตโดยรอบมีราคาสูงขึ้นไม่หยุด ได้แก่

1. การเก็งกำไรที่ปลอดภัย

ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในนครโฮจิมินห์ไม่เคยตกลง เนื่องจากสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในประเทศ ภาวะค่าเงินเฟ้อ ตลอดจนเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตของนครโฮจิมินห์ ทำให้นักลงทุน/ผู้ซื้อที่ดิน ต้องการซื้อที่ดินมาเก็งกำไร เนื่องจากหลายคนมองว่าการลงทุนในที่ดินเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย

2. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับที่ดินนับวันยิ่งมีราคาสูงขึ้น

ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับที่ดิน อาทิ ค่าสร้างบ้าน ค่าดำเนินการด้านเอกสาร ค่ารักษาที่ดิน และค่าน้ำค่าไฟ     ทำให้เจ้าของที่ดินต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาที่ดินสูงขึ้น

3. ความต้องการครอบครองที่ดิน

ในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา กระแสการซื้อที่ดินในนครโฮจิมินห์ และในประเทศเวียดนามมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดที่มีความผันผวนและมีการเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนั้น ความต้องการครอบครองที่ดินที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคาที่ดินจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

4. ที่ทองคำ

ที่ดินบริเวณใดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำเลที่เหมาะสมและสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานได้ ที่ดินเหล่านั้นจะมีราคาที่สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับบริเวณอื่นๆ และส่งผลให้นักลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างต้องการซื้อที่ดินเหล่านั้น

ที่มา สำนักข่าว VnExpress วันที่ 15 พฤษภาคม 2561

URL: https://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/bat-dong-san/bon-ly-do-gia-dat-sot-cao-nhung-kho-giam-3749513.html