ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 24-25 กรกฏาคม 2560

ข่าวเด่นวันที่ 24 - 25 กรกฏาคม 2560

1. นายกรัฐมนตรีชู 4 ปัจจัยที่จังหวัดเบ๊นแจควรพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุน

เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2560 นาย Nguyen Xuan Phuc นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เข้าร่วมงานสัมมนาการส่งเสริมการลงทุนจังหวัดเบ๊นแจ 2560 โดยมีคณะผู้บริหารจังหวัด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงและกรมต่างๆ รวมถึงนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศกว่า 500 ราย ตลอดจนคณะทูตของประเทศต่างๆ เช่น กงสุลใหญ่ไทย กงสุลใหญ่สิงคโปร์ กงสุลใหญ่อินเดีย ประจำนครโฮจิมินห์และเอกอัคราชทูตเดนมาร์ก เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีเวียดนามประกาศย้ำว่า จังหวัดเบ๊นแจเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและมีความน่าสนใจในการลงทุนในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีศักยภาพที่ยังรอการพัฒนา ตลอดจนมีภูมิประเทศที่เหมาะสมแก่การลงทุนทางด้านการเกษตรและการประมง เนื่องจากมีพื้นที่ติดทะเลทั้ง 3 ด้านและมีแม่น้ำโขงไหลผ่าน นอกจากนั้น จังหวัดเบ๊นแจยังมีพื้นดินที่เหมาะสมแก่การทำการเกษตรและมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศอย่างนครโฮจิมินห์ ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของนางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ไทย ณ นครโฮจิมินห์ ที่ได้กล่าวในงานสัมมนาดังกล่าวถึงการลงทุนไทยในจังหวัดเบ๊นแจว่า จังหวัดเบ้นแจเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของนักลงทุนไทยมาก โดยในปัจจุบันมีนักลงทุนไทยจำนวน 4 รายลงทุนในจังหวัด มีมูลค่าการลงทุนกว่า 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนไทยพิจารณาว่าเป็นข้อได้เปรียบของจังหวัดมาจากแนวคิด 3L ได้แก่ (1) Location ซึ่งจังหวัดตั้งอยู่ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการทำการเกษตรและการแปรรูป (2) Logistic ซึ่งนักลงทุนสามารถขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงหรือนครโฮจิมินห์และนครเกิ่นเทอได้โดยสะดวก และ (3) Labour โดยจังหวัดมีแรงงานเป็นจำนวนมาก กว่าครึ่งผ่านการอบรมทักษะอาชีพเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น สิทธิประโยชน์ในการลงทุนในจังหวัดและการช่วยเหลือนักลงทุนของคณะผู้บริหารจังหวัดยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนสนใจจะลงทุนในจังหวัดเบ๊นแจอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวเสริมว่า เป้าหมายสำคัญของจังหวัดคือการดึงดูดนักลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้บริหารควรส่งเสริมโอกาสของจังหวัดจากข้อได้เปรียบที่มี โดยเน้นย้ำ 4 ปัจจัยที่จังหวัดควรพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุน ได้แก่ (1) การให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนแก่นักลงทุนอุตสาหกรรมการแปรรูปการเกษตร และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตย่อยนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรม Phu Thuanh (2) การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนสาธารณูปโภค เช่น น้ำและไฟฟ้า ให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสูง (3) การพัฒนาการบริหารจัดการจังหวัดให้มีความทันสมัยและใส่ใจนักลงทุน สอดคล้องกับแผนการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 และยุทธศาสตร์ของประเทศ และ (4) การยกระดับคุณภาพมนุษย์และแรงงานในจังหวัด โดยพยายามเชื่อมต่อกับนครโฮจิมินห์และเชื่อมต่อกับ 4 จังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดเตี่ยนยาง จังหวัดจ่าวิง จังหวัดหวิงลอง และจังหวัดลองอาน

ในงานสัมนาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างจังหวัดเบ๊นแจและภาคเอกชนต่างๆ รวมถึงการมอบใบอนุญาตโครงการลงทุนต่างๆ ที่มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 45,000 พันล้านด่ง โดยในจำนวนนั้น บริษัท Vietworld ซึ่งเป็นโครงการลงทุนจากนักลงทุนไทยได้รับใบอนุมัติการลงทุนจากเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดเบ๊นแจ ในการลงทุนระยะที่ 3 ของบริษัท โดยนายศักดิ์ชัย วงศ์มาลาสิทธิ์ ผู้บริหารของบริษัทได้มารับมอบใบอนุมัติการลงทุนดังกล่าวด้วยตนเอง

ที่มา สำนักข่าว Zing Vietnam วันที่ 20 กรกฏาคม 2560

URL: http://news.zing.vn/thu-tuong-neu-4-thanh-to-de-ben-tre-thu-hut-nha-dau-tu-dang-cap-post764541.html

 

2. นครโฮจิมินห์ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมหลัก 4 ด้าน

นาย Nguyen Phuong Dong รองผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าของนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า สำนักงานฯ ให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมหลัก 4 ด้านภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ในแผนงานดังกล่าว สำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าของนครโฮจิมินห์จะพัฒนาอุตสาหกรรมโดยการสร้างฐานข้อมูลเพื่อบูรณาการข้อมูลระหว่างโรงงานผลิต/ผู้ผลิตและผู้กระจายสินค้า

อุตสาหกรรมที่สำคัญทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (2) อุตสาหกรรมยางพาราและเคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมเครื่องกล และ (4) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

นอกจากนี้ สำนักงานฯ จะยังช่วยจัดหาผู้ซื้อ-ผู้ขายที่มีความเหมาะสม สร้างเสถียรภาพในตลาด ส่งเสริมการบริโภคภายในท้องถิ่น และช่วยเสริมสร้างแบรนด์ทางการตลาด รวมถึงการส่งเสริมการค้าภายในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการส่งออก

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 รายได้จากการขายปลีกสินค้าและบริการในนครโฮจิมินห์มีมูลค่ากว่า 449.91 พันล้านด่ง (ประมาณ 19.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่งยอดขายปลีกสินค้าเพียงอย่างเดียวมีมูลค่า 291 พันล้านด่งต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.2 เมื่อเทียบเป็นรายปี

มูลค่าการส่งออกและนำเข้าของนครโฮจิมินห์อยู่ที่ประมาณ 2.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเพียงร้อยละ 45.93 ของแผนงานประจำปี ซึ่งคาดว่าในช่วง 6 เดือนที่เหลือจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

ในการประเมินความน่าดึงดูดของสภาพแวดล้อมในการลงทุนของนครโฮจิมินห์ ตัวแทนของสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าของนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า นครโฮจิมินห์ยังคงมีข้อจำกัดในการดึงดูดนักลงทุน เช่น อัตราค่าเช่าที่สูงเนื่องจากต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาในการปรับพื้นที่ อุปสรรคเหล่านี้ทำให้บริษัทหลายแห่งไม่สามารถเช่าที่ดินได้

ทั้งนี้ มีการกู้เงินจำนวน 139 ล้านล้านด่งจาก The bank-enterprise link-up programme ในนครโฮจิมินห์ เพื่อดำเนินการเปิดธุรกิจกว่า 4,600 แห่ง ในการประชุมประสานงานระกว่างองค์กรและธนาคาร ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน และมีธนาคารพาณิชย์จำนวน 21 แห่งที่ปล่อยกู้ให้กับลูกค้าจำนวน 612 ราย มีมูลค่ารวม 49.01 ล้านล้านด่ง

ที่มา   Vietnam Investment Review   วันที่ 18 กรกฎาคม 2560

URL: http://www.vir.com.vn/hcmc-to-focus-on-four-key-industries.html?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook

 

3. นครเกิ่นเทอเรียกร้องให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน 27 โครงการ

สำนักงานการส่งเสริมการลงทุนนครเกิ่นเทอรายงานว่า ในระหว่างการประชุมการส่งเสริมการลงทุนระหว่างนครเกิ่นเทอและนักลงทุนชาวเกาหลีใต้ในวันที่ 17 กรกฏาคม 2560 สำนักงานคณะกรรมการประชาชนนครเกิ่นเทอได้เรียกร้องให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน 27 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยลงทุนมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 14 โครงการจะเป็นการลงทุนในลักษณะของภาคเอกชนโดยตรง ส่วนอีก 13 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะเป็นการลงทุนในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership; PPP)

โครงการลงทุนต่างๆ ที่นครเกิ่นเทอสนับสนุนให้ลงทุน ได้แก่ โครงการอุตสาหกรรมการเกษตรขั้นสูง โครงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างนิคมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานในนครเกิ่นเทอ

เมื่อนับถึงปลายเดือนมิถุนายน 2560 นครเกิ่นเทอสามารถดึงดูดโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้ 74 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 649.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนั้น นักลงทุนชาวเกาหลีใต้เป็นผู้ลงทุนมากที่สุดด้วยจำนวนเงินลงทุนกว่า 246 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย Nhuyen Minh Toai ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้านครเกิ่นเทอ เปิดเผยว่า ในปี 2559 นครเกิ่นเทอส่งออกสินค้าไปยังเกาหลีใต้มูลค่า 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 60 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มูลค่า 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ 2559 และนำเข้าสินค้า 6 เดือนแรกมีมูลค่า 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การค้าขายระหว่าง 2 ประเทศยังคงมีปริมาณน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนาย Toai ได้สนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ในนครเกิ่นเทอเร่งใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศให้มากที่สุด ซึ่งบริษัทเวียดนามที่ส่งออกสินค้าไปยังเกาหลีใต้ควรจะเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรสนิยมของผู้บริโภค และแนะนำให้ผู้ประกอบการชาวเกาหลีใต้เร่งผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานระดับสูงเพื่อขายในตลาดเวียดนามมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค และอื่นๆ

นอกจากนั้น ในวันที่ 19 กรกฏาคม 2560 คณะผู้นำนครเกิ่นเทอได้เข้าร่วมประชุมกับเหล่านักลงทุนสัญชาติสิงคโปร์และญี่ปุ่น โดยนาย Truong Quang Hoai Nam รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครเกิ่นเทอ ได้กล่าวว่า นครเกิ่นเทอต้องการให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในโครงการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ของนครเกิ่นเทอ พื้นที่กว่า 242.2 เฮกตาร์ ในนิคมอุตสาหกรรม Cai Rang ซึ่งโครงการดังกล่าวประกอบไปด้วยการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก พื้นที่เก็บสินค้า และพื้นที่ขนถ่ายและกระจายสินค้า

จากแผนการพัฒนาโลจิสติกส์แห่งชาติจนถึงปี 2563 และแนวทางการพัฒนาโลจิสติกส์จนถึงปี 2573 พื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจะต้องมีศูนย์โลจิสติกส์ 1 แห่ง ซึ่งจะใช้เป็นศูนย์รวมระบบโลจิสติกส์ของจังหวัดในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ได้แก่ นครเกิ่นเทอ จังหวัดจ่าวิงห์ จังหวัดเหิ่วยาง จังหวัดหวิงลอง จังหวัดเกี่ยนยาง จังหวัดก่าเมา จังหวัดบากเลียว จังหวัดซอกจาง และจังหวัดอานยาง โดยจะต้องมีพื้นที่ขั้นต่ำ 30 เฮกตาร์ภายในปี 2563 และมากกว่า 70 เฮกตาร์ภายในปี 2573

ที่มา หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 18 กรกฏาคม 2560 หน้า 1 และสำนักข่าว Vietnam Breaking News วันที่ 19 กรกฏาคม 2560

URL: https://m.vietnambreakingnews.com/2017/07/can-tho-lures-foreign-investment-in-logistics-2/

 

4. โครงการรถไฟความเร็วสูงนครโฮจิมินห์-นครเกิ่นเทอ

นาย Nguyen Thanh Phong ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้สั่งการให้สำนักงานคมนาคมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงนครโฮจิมินห์-นครเกิ่นเทอ เพื่อที่จะส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่สำคัญในการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมของนครโฮจิมินห์ รวมถึงจังหวัดรอบข้าง เช่น จังหวัดลองอาน จังหวัดเตี่ยนยาง จังหวัด หวิงลอง และนครเกิ่นเทอ

โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนครโฮจิมินห์-นครเกิ่นมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนการพัฒนาทางรถไฟแห่งชาติเวียดนามในปี 2563 และเป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญในวิสัยทัศน์แห่งชาติปี 2593 ซึ่งเส้นทางที่รถไฟวิ่งจะเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญๆ ในจังหวัดต่างๆ ข้างต้น ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรม Binh Chanh, Ben Luc, Thanh Duc, Tan An และ Trung Luong เป็นต้น

โครงการรถไฟความเร็วสูงนครโฮจิมินห์-นครเกิ่นเทอจะตัดผ่านพื้นที่กว่า 11,720 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยในบริเวณดังกล่าวกว่า 14 ล้านคน ซึ่งสามารถให้บริการรถไฟได้หลายสาย เช่น รถไฟความเร็วสูงนคร       โฮจิมินห์-นครเกิ่นเทอ รถไฟสายนครโฮจิมินห์-เมืองหมีทอ รถไฟสายนครโฮจิมินห์-เมืองหมีถ่วน และรถไฟสายการท่องเที่ยว โดยรถไฟที่ให้บริการผู้โดยสารจะสามารถวิ่งในความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถไฟขนสินค้าจะสามารถวิ่งในความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในปี 2551 สำนักวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์คมนาคม สังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นผู้เสนอแนวคิดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยโครงการดังกล่าวมีความสำคัญในการพัฒนาภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เนื่องจากภายในปี 2563 การขนส่งสินค้าในบริเวณดังกล่าวจะมีปริมาณกว่า 2.9 ล้านตันต่อปี และจะมีผู้คนสัญจรไปมากว่า 31.8 ล้านคนต่อปี ซึ่งทางสำนักวิจัยฯ คาดว่าจะต้องใช้เงินในการลงทุนโครงการดังกล่าวกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยังไม่รวมค่าเวนคืนที่ดิน ซึ่งจะเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2561 – 2567 และใช้งานได้ในปี 2568

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 กระทรวงคมนาคมได้ประกาศแผนการดำเนินงานเส้นทางความยาว 173.6 กิโลเมตร ประกอบไปด้วย 14 สถานีย่อย และ 2 สถานีหลัก เริ่มต้นจากสถานี An Binh จังหวัดบิ่งห์เยือง และสิ้นสุดที่สถานี Cai Rang นครเกิ่นเทอ ใช้เงินลงทุน 157,254 พันล้านด่ง (ประมาณ 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเงินค่าเวนคืนที่ดินกว่า 48,743 พันล้านด่ง โดยจะใช้งบประมาณจากเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance; ODA) การขายตราสารหนี้ เงินงบประมาณรัฐบาลกลาง และเงินลงทุนของภาคเอกชน

ที่มา หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre วันที่ 17 กรกฏาคม 2560

URL: http://tuoitre.vn/tin/chinh-tri-xa-hoi/20170717/45-phut-ket-noi-tphcm-can-tho/1353292.html

***************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์