ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2560

ข่าวเด่นวันที่ 20-21 มิถุนายน 2560

1. ปัญหาการจราจรหนาแน่นบริเวณท่าเรือ Cat Lai กำลังสร้างปัญหาอย่างมาก

เจ้าหน้าที่จราจรในนครโฮจิมินห์กำลังหาทางแก้ไขปัญหาจราจรหนาแน่นบริเวณด้านในและรอบนอกท่าเรือ Cat Lai ในเขต 2 นครโฮจิมินห์ เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยการขนส่งสินค้าทางเรือเข้าประเทศเวียดนามกว่าครึ่งหนึ่งใช้บริการท่าเรือดังกล่าว

ปัญหาการจราจรติดขัดในบริเวณดังกล่าวทำให้ผู้สัญจรไปบริเวณถนนรอบๆ ท่าเรือ ได้แก่ ถนน Nguyen Thi Dinh ถนน Vo Chi Cong ถนน Dong Van Cong และ ถนน Mai Chi Tho ติดอยู่บนถนนเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมง พร้อมทั้งทำให้ผู้อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าวไม่สามารถสัญจรไปมาได้สะดวก

จากการสำรวจสภาพปัญหาการจราจรในบริเวณดังกล่าวในวันที่ 17 มิถุนายน 2560 พบว่า รถบรรทุกหลายคันติดขัดอยู่บริเวณถนนหน้าทางเข้าท่าเรือและบริเวณถนน Vo Chi Cong มีสภาพการจราจรติดขัดมากที่สุดซึ่งรถไม่สามารถเคลื่อนได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้คนขับรถบรรทุกต้องลงจากรถมาซื้อน้ำดื่มและนั่งล้อมวงคุยกัน

นาย Nguyen Cong Danh คนขับรถบรรทุกจากเขต Tan Binh กล่าวว่า ปัญหาสภาพการจราจรติดขัดเป็นเรื่องปกติของถนนเส้นดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงเวลา 02.00 น. – 04.00 น. ช่วงเวลา 6.00 น. – 10.00 น. ช่วงเวลา13.00 น.– 15.00 น. และช่วงเวลา 16.00 น. – 18.00 น. เป็นช่วงที่มีสภาพการจราจรหนาแน่นเป็นอย่างมาก และหากเป็นช่วงวันพุธ – ศุกร์ สภาพการจราจรก็จะหนาแน่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสาเหตุหลักๆ เกิดจากสภาพท้องถนนชำรุด

นาย Tran Quang Lam รองผู้อำนวยการสำนักงานคมนาคม นครโฮจิมินห์ แจ้งว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้สภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวหนาแน่นเป็นอย่างมาก ได้แก่ 1. คนขับรถบรรทุกหลายคนมักจะถ่ายเทสินค้าเข้า-ออก บริเวณทางเข้าท่าเรือ 2. คนขับรถบรรทุกหลายคนไม่ปฎิบัติตามกฎจราจร 3. การสร้างทางแยกบริเวณถนน Nguyen Thi Dinh และถนน Vo Chi Cong 4. มีจำนวนรถมาใช้บริการมากเกินไป และ 5. ความล่าช้าในการดำเนินงานด้านเอกสารก่อนเข้าท่าเรือ

นาย Lam ได้กล่าวเสริมว่า ทางสำนักงานคมนาคมจะใช้มาตรการที่รัดกุมยิ่งขึ้นในการจัดการกับปัญหาการจราจรหนาแน่นในบริเวณดังกล่าว การสร้างทางแยกจะเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จเร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนดและทางสำนักงานจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น สำนักงานคมนาคมได้ขอความร่วมมือจากท่าเรือ Cat Lai ให้ใช้ระยะเวลาดำเนินการด้านเอกสารบริเวณทางเข้าให้น้อยลง และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างถนนเชื่อมท่าเรือกับถนน Vo Chi Cong เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่นในบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานคมนาคม นครโฮจิมินห์จะใช้เงินกว่า 10 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 439.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนา 11 โครงการเพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือ

ที่มา หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre วันที่ 19 มิถุนายน 2560 หน้า 8

 

2. จำเป็นต้องมีนโยบายช่วยเหลือการควบรวมกิจการในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อลดหนี้เสีย

 

สมาคมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในนครโฮจิมินห์ (HoREA) ได้แจ้งว่า นโยบายช่วยเหลือการควบรวมกิจการในโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะสามารถลดหนี้เสียที่เกิดขึ้นจากโครงการที่ดำเนินการล่าช้าได้มาก โดยสมาคมผู้ประกอบการฯ แนะนำว่า ควรจะมีนโยบายสนับสนุนให้กู้ยืมสำหรับผู้ที่สนใจจะลงทุนในลักษณะควบรวมกิจการ พร้อมทั้งควรจะเพิ่มสินเชื่อให้นักลงทุนเหล่านั้นอีกด้วย

สมาคมผู้ประกอบการฯ กล่าวว่า หนี้เสียที่เกิดขึ้นในโครงการอสังหาริมทรัพย์สามารถส่งผลเป็นวงกว้างต่อภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนั้น หนี้เสียยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ในปัจจุบัน มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในนครโฮจิมินห์ประมาณ 500 โครงการหยุดดำเนินงาน ซึ่งทำให้เกิดหนี้เสียเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น การจัดการกับปัญหาหนี้เสียยังเป็นเรื่องที่ยากมากๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้เกิดการควบรวมกิจการขึ้น

สมาคมผู้ประกอบการฯ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้กฎหมายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มนโยบายช่วยเหลือการควบรวมกิจการไปหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆ อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ประกอบการฯ ต้องการเรียกร้องให้สภาแห่งชาติพิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นการลดโอกาสในการเกิดฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนั้นยังจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของภาคธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนทำให้โครงการที่หยุดดำเนินการไปแล้วสามารถกลับมาดำเนินการได้ใหม่อีกด้วย

ที่มา VnExpress วันที่ 18 มิถุนายน 2560

URL: http://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/bat-dong-san/horea-can-rong-cua-cho-chuyen-nhuong-du-an-de-giam-no-xau-3601165.htmlc

 

3. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในนครโฮจิมินห์ยังคงรอการพัฒนา

 

สำนักงานสาธารณสุขนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมายังนครโฮจิมินห์แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้นมีน้อยที่สุด แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างมากในอนาคต โดยในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 40,000 คนจากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รัสเซียและกัมพูชา เดินมาใช้บริการที่โรงพยาบาล Cho Ray และโรงพยาบาล Dai Hoc Y Duoc โรงพยาบาล FV และอื่นๆ

ตัวแทนโรงพยาบาล Cho Ray และโรงพยาบาล Dai Hoc Y Duoc เห็นพ้องกันว่า คุณภาพบริการทางการแพทย์ของนครโฮจิมินห์มีคุณภาพที่สามารถเทียบเท่าได้กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะด้าน ทันตกรรม ศัลยกรรม และโรคหัวใจ นอกจากนี้ การฝังเข็มและการรักษาแบบพื้นบ้านก็มีชื่อเสียงเช่นกัน แม้ว่าค่าบริการด้านสุขภาพของประเทศเวียดนามจะสูงกว่าประเทศอินเดีย แต่ยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก เช่น ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดหัวใจในนครโฮจิมินห์มีราคาเพียง 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายที่ประเทศไทย ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในนครโฮจิมินห์มีศักยภาพที่รอการพัฒนาอยู่อีกมาก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เพราะยังขาดความร่วมมือระหว่างภาคสาธารณสุขและภาคการท่องเที่ยว

นาย Huynh Nguyen Loc ผู้จัดการสถาบันการแพทย์แผนโบราณนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่สถาบันมีบริการ 2 ประเภทได้แก่ 1. บริการรักษาโรคแผนโบราณ และ 2. บริการสอนการรักษาแผนโบราณ ที่สามารถดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติได้อย่างมาก โดยเฉพาะลูกค้าจากสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ใช้บริการจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี แต่การบริการเหล่านั้นยังถูกบริหารจัดการโดยบริษัทท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามไม่ได้มีความสนใจในการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวลักษณะนี้เลย

นาย Phan Dinh Hue ผู้จัดการบริษัทการท่องเที่ยว Viet Circle Travel and Service กล่าวว่า ศูนย์บริการด้านการแพทย์ต่างๆ ในนครโฮจิมินห์ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และควรมีใบอนุญาตประกอบการจากประเทศของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานการท่องเที่ยวได้ทำข้อตกลงกับสำนักงานสาธารณสุขเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการบริการทางการแพทย์ เช่น การตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจโรคหัวใจและมะเร็ง ทันตกรรมและการแพทย์ท้องถิ่น เป็นต้น โดยคลินิกที่ต้องการอยู่ในรายชื่อคลินิกการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะต้องแจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขทราบเพื่อรอการอนุมัติ และสำนักงานสาธารณสุขจะประสานงานร่วมกันกับสำนักงานการท่องเที่ยวต่อไป

ที่มา หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 19 มิถุนายน 2560 หน้า 3

 

4. แผนการขยายสนามบิน Tan Son Nhat จะได้รับการพิจารณาในช่วงปลายปี 2560

นาย Nguyen Xuan Phuc นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมจ้างบริษัทที่ปรึกษาชาวต่างชาติมาศึกษาพื้นที่และเสนอแนวทางในการขยายสนามบินทางทิศเหนือและใต้ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารให้ได้ 45 ล้านคนต่อปี โดยรัฐบาลได้ขอให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างรอบคอบ รวมถึงพิจารณาข้อเสนอของที่ปรึกษาชาวเวียดนาม อีกทั้งโครงการจะต้องเป็นไปตามกฎการจราจรทางอากาศ ใช้จำนวนเงินที่เหมาะสมและการก่อสร้างที่รวดเร็วเพื่อให้สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมากขึ้นในระยะเวลาที่เร็วขึ้น นอกจากนี้ ระบบโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของสนามบินจะต้องสอดคล้องกับระบบการจราจรในนครโฮจิมินห์ด้วย

หลังจากที่ศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินแผนการต่างๆ แล้วเสร็จ กระทรวงคมนาคมจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น สำนักงานการก่อสร้าง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ในการเลือกคณะกรรมการกลางเพื่อประเมินโครงการ ก่อนที่จะนำเสนอให้รัฐบาลในช่วงปลายปี 2560

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ยุติการขยายพื้นที่โครงการสนามกอล์ฟ โครงการหมู่บ้านจัดสรร ร้านอาหารและโรงเรียน บริเวณรอบสนามบิน เพื่อที่จะใช้พื้นที่เหล่านั้นในแผนการขยายพื้นที่สนามบิน

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้เร่งการเตรียมการก่อสร้างสนามบิน Long Thanh ซึ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล  โดยเมื่อแล้วเสร็จ สนามบิน Tan Son Nhat ก็จะยังคงเปิดใช้งานอยู่

บริษัทออกแบบและปรึกษาการก่อสร้างสนามบินของกระทรวงกลาโหม ได้เสนอทางเลือก 7 ประการในการขยายสนามบิน โดยมี 4 ทางเลือกเสนอให้ให้เวนคืนที่ดินมาจากสนามกอล์ฟบริเวณสนามบิน Tan Son Nhat อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนปฏิเสธทางเลือกนี้ เนื่องจากจะต้องเวนคืนพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล

ที่มา หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 19 มิถุนายน 2560 หน้า 3

*********************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์