ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 16 มิถุนายน 2560

ข่าวเด่นวันที่ 16 มิถุนายน 2560

1. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นครโฮจิมินห์ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

ภาพที่ 1 ห้างสรรพสินค้า Saigon Center

นาย Stephen Wyatt ประธานบริษัท Jones Lang LaSalle Vietnam กล่าวว่า ในปี 2560 การควบรวมกิจการอสังหาริมทรัพย์ในนครโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีเงินหมุนเวียนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม สำนักงานให้เช่า โรงแรมและที่ดินสำหรับอุตสาหกรรม

ในช่วงต้นปี 2560 มีการควบรวมกิจการมากมาย อาทิ ในเดือนมีนาคม บริษัท Keppel Land สัญชาติสิงคโปร์ได้ซื้อหุ้นร้อยละ 16 ในกิจการห้างสรรพสินค้า Saigon Centre มูลค่า 845.9 พันล้านด่ง (ประมาณ 37.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ของบริษัท Southern Waterborne Transport Corporation (Sowatco) สัญชาติเวียดนาม ผ่านบริษัท Krystal Investments ซึ่งเป็นบริษัทลูก และในเดือนเดียวกัน บริษัท Hong Kong Land สัญชาติฮ่องกงได้เป็นหุ้นส่วนของบริษัท Ho Chi Minh City Infrastructure Investment (CII) ในการพัฒนาที่พักอาศัยในบริเวณ Thu Thiem เขต 2 นครโฮจิมินห์

นอกจากนั้น นักลงทุนญี่ปุ่นก็มาลงทุนในเวียดนามเพิ่มขึ้นด้วย ในเดือนกันยายน 2559 บริษัท Kajima ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่สุดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับบริษัทกับบริษัท Indochina Capital เพื่อลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 10 ปี ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัย โรงแรมและรีสอร์ทในนครโฮจิมินห์ นครดานังและกรุงฮานอย นาย Keisuke Koshijima กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไปแผนกต่างประเทศ ของบริษัท Kajima กล่าวว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์การลงทุนที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ของบริษัท

นอกจากอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์แล้ว อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินสำหรับอุตสาหกรรมก็ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้มากเช่นกัน บริษัท CFLD Vietnam ซึงเป็นบริษัทลูกของบริษัท China Fortune and Development (CFLD) มีแผนการที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเวียดนาม

ในเดือนมกราคม 2559 บริษัท CFLD Vietnam ได้หารือคณะกรรมการประชาชนจังหวัดด่งนายในการหาโอกาสลงทุน และในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน บริษัท CFLD Vietnam ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับบริษัท Tin Nghia เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่ที่บริเวณเขตนิคมอุตสาหกรรม Ong Keo จังหวัดด่งนาย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของนครโฮจิมินห์

นาย Masataka Sam Yoshida กรรมการบริหารบริษัท Recof บริษัทที่ปรึกษาการควบรวมกิจการสัญชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า นักลงทุนชาวญี่ปุ่นมีความสนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามมากขึ้นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่างๆ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของเวียดนามเป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางด้านความมั่นคงทางการเมืองและการเงินที่มีเสถียรภาพ

ในขณะเดียวกัน โอกาสในการทำกำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์เรื่องพาณิชย์ต่างๆในเวียดนามมีสูงกว่าในประเทศอื่นๆ เช่น การเช่าออฟฟิศในเวียดนามสามารถทำกำไรถึงร้อยละ 8 - 10 ต่อปี ในขณะที่ในสิงคโปร์ มีโอกาสเพียงร้อยละ 4 - 6 ต่อปี

นาย Duong Thuy Dung ประธานฝ่ายการตลาดของบริษัท CBRE Vietnam กล่าวว่า วิธีที่นักลงทุนต่างชาติมักใช้ในการเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์เวียดนาม คือ 1. การเป็นหุ้นส่วนร่วมกับบริษัทสัญชาติเวียดนาม เพื่ออาศัยผลประโยชน์ในที่ดินและเครือข่ายทางธุรกิจ โดยนักลงทุนต่างชาติจะให้ความช่วยเหลือในด้านการเงินและประสบการณ์ และ 2. การควบรวมกิจการจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเวียดนาม โดยการควบรวมกิจการเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดและช่วยนักลงทุนประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา

ที่มา สำนักข่าว Vietnam Net วันที่ 14 มิถุนายน 2560

URL: http://english.vietnamnet.vn/fms/business/180224/vietnamese-real-estate-market-continues-showing-irresistible-appeal-to-foreign-investors.html

 

2. มหาวิทยาลัยเวียดนามและสหรัฐอเมริการ่วมกันพัฒนาคุณภาพบุคลากรด้านการโรงแรม

ภาพที่ 2 ทั้ง 3 ฝ่ายร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือ โดยนางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์เข้าร่วมงานด้วย

ในวันที่ 15 มิถุนายน 2560 มหาวิทยาลัยการค้าระหว่างประเทศ นครโฮจิมินห์และมหาวิทยาลัยนานาชาติด้านการโรงแรม Imperial ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Niagara ประเทศสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาบุคลากรด้านการโรงแรม โดยทั้ง 3 ฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันที่ Independence Palace นครโฮจิมินห์

ทั้ง 3 ฝ่ายได้จัดตั้งหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการโรงแรมระดับสูง โดยจะประกอบด้วย 2 หลักสูตรได้แก่ 1. หลักสูตรการบริหารจัดการโรงแรม และ 2. หลักสูตรภาษาอังกฤษ TOEIC ทางด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม โดยทั้ง 2 หลักสูตรจะใช้ระยะเวลา 9 เดือน เริ่มเปิดภาคเรียนตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 โดยจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศเวียดนามและสหรัฐอเมริกา

ทั้ง 2 หลักสูตรข้างต้นจะใช้เวลาฝึกการทำงานในสถานที่จริงที่โรงแรม The Imperial Vung Tau ระดับ 5 ดาวมากกว่าร้อยละ 70 ค่าเรียน 86 ล้านด่งต่อคน โดยจะเปิดรับนักศึกษาในภาคการศึกษานี้แค่ 150 คน

นาย Bui Anh Tuan อธิบดีมหาวิทยาลัยการค้าระหว่างประเทศ นครโฮจิมินห์และนาย Nguyen Huu Tho ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเวียดนาม เห็นพ้องกันว่า หลักสูตรทั้ง 2 จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรและการท่องเที่ยวเวียดนามโดยรวมอย่างมาก และมั่นใจในคุณภาพการเรียนการสอนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้ง 3 แห่ง

ที่มา  สำนักข่าว Thoi Bao Kinh Te Sai Gon วันที่ 15 มิถุนายน 2560

URL: http://www.thesaigontimes.vn/161445/Dai-hoc-Viet-Nam-My-hop-tac-dao-tao-nhan-luc-nganh-khach-san.html

 

3. การส่งออกสินค้า Hi-Tech มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก

ภาพที่ 3 นิคมอุตสาหกรรม Saigon Hi-Tech Park

บริษัทต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรม Saigon Hi-Tech Park (SHTP) ในนครโฮจิมินห์รายงานว่า ในปัจจุบัน การส่งออกสินค้าทั้งหมดมีมูลค่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสำนักงานการวางแผนและการลงทุนนครโฮจิมินห์คาดว่า ในปีนี้ มูลค่าการส่งออกทั้งหมดจากบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมฯ จะคิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของนครโฮจิมินห์

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าของบริษัทต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าการส่งออกทั้งหมดในปี 2558 คิดเป็นร้อยละ 20 และในปี 2559 คิดเป็นร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของนครโฮจิมินห์

ปัจจุบัน มีโครงการจำนวนกว่า 110 โครงการที่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมฯ โดยบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น บริษัท Intel บริษัท Schneider Electric บริษัท QSIC และบริษัท Samsung

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 ดัชนีการพัฒนาอุตสาหกรรมของนครโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 โดยในจำนวนนั้น อุตสาหกรรม 4 ประเภทที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดได้แก่ (1) อุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกล (2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (3) อุตสาหกรรมเคมีพลาสติก-ยาง และ (4) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร

นอกจากนั้น มีรายงานว่า มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายจากต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศในนครโฮจิมินห์

เมื่อนับตั้งแต่ต้นปี 2560 GDRP ของนครโฮจิมินห์เติบโตขึ้นร้อยละ 7.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการค้าปลีกโตขึ้นร้อยละ 10.3 มูลค่าทั้งหมด 451 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 19.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการส่งออกโตขึ้นร้อยละ 17.4 มีมูลค่าทั้งหมด 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 16 มิถุนายน 2560 หน้า 1

*************************************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์