ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 12 - 13 มิถุนายน 2560

ข่าวเด่นวันที่ 12 - 13 มิถุนายน 2560

1. จังหวัดบิ่งถ่วน นิ่งถ่วน คั้นหว่า และบิ่งดิ่งกำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ

ในช่วงที่ผ่านมา จำนวนโครงการลงทุนด้านโรงงานไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติในเวียดนามมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก เงินลงทุนเฉลี่ย 1,200 – 1,400 พันล้านด่ง (ประมาณ 59 – 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อโครงการ โดย ในปัจจุบัน จังหวัดบิ่งถ่วนและจังหวัดนิ่งถ่วนกำลังเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ เนื่องมาจากที่ตั้งที่เหมาะสมในการผลิตพลังงานไฟฟ้าเพราะมีชายหาดยาวและมีฝนตกน้อยทำให้มีแสงอาทิตย์ในหลายช่วงเวลา

เมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งถ่วนได้ประกาศในการประชุมกับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติว่า จังหวัดตั้งเป้าจะเป็นศูนย์ผลิตพลังงานขนาดใหญ่ของประเทศในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยคณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งถ่วนได้อนุมัติให้กลุ่มบริษัท Duc Long Gia Lai เข้ามาลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 13,800 พันล้านด่ง (ประมาณ 608 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยโครงการที่ใหญ่ที่สุดจะมีมูลค่าการลงทุน 6,000 พันล้านด่ง (ประมาณ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 200 MW ตั้งอยู่ที่เมือง Phan Thiet ผู้บริหารของบริษัทกล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นก้าวแรกของบริษัท ซึ่งบริษัทวางแผนจะลงทุนทั้งหมด 30,000 พันล้านด่ง (ประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2573

นอกจากนี้ บริษัท Phat Dien 3 ได้ยื่นเสนอโครงการลงทุนโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ให้คณะกรรมการประชาชนจังหวัดนิ่งถ่วนพิจารณา มูลค่าการลงทุน 9,576 พันล้านด่ง (ประมาณ 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 350 MW โดยจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่กลางปี 2561 จนถึงต้นปี 2564

นอกจาก 2 จังหวัดที่ดังกล่าวมีการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติเป็นจำนวนมากแล้ว จังหวัดคั้นหว่าและจังหวัดบิ่งดิ่งก็เป็นที่ดึงดูดนักลงทุนเช่นกัน โดยคณะกรรมการประชาชนจังหวัดคั้นหว่าได้อนุมัติให้บริษัท Dien Luc Mien Trung ลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวม 4,300 พันล้านด่ง (ประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่ บริษัท Fujiwara สัญชาติญี่ปุ่นก็ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งดิ่งให้ลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มูลค่าการลงทุน 1,446 พันล้านด่ง (ประมาณ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้และเปิดใช้งานในไตรมาสแรกของปี 2562

นาย Nguyen Thanh Hung รองผู้อำนวยการบริษัท Bamboo Capital ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทมีแผนการจะขายหุ้นเพื่อระดมเงินลงทุนกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนั้น จะนำเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทกำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 140 MW ในจังหวัดลองอานและกำลังยื่นขอสัมปทานในการลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จังหวัดกว๋างนามและจังหวัดนิ่งถ่วนอยู่ โดยบริษัทกำลังชักชวนให้บริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์และมีเงินทุนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ ของบริษัท

นาย Nguyen Anh Tuan ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานธรรมชาติกล่าวถึงสาเหตุที่นักลงทุนสนใจลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติมีสาเหตุจาก (1) ไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน (2) เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกลง (3) นโยบายสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติของรัฐบาล

ที่มา VnExpress วันที่ 6 มิถุนายน 2560

URL: http://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/doanh-nghiep/don-dap-don-du-an-nang-luong-tai-tao-nghin-ty-3595365.html

 

2. ร้านเสื้อผ้า H&M จะเปิดตัวในนครโฮจิมินห์เร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ มีข่าวรายงานว่า ร้านเสื้อผ้า H&M จะเปิดตัวสาขาแรกในเวียดนามที่กรุงฮานอย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของบริษัทเปิดเผยว่า หลังจากการพิจารณาปัจจัยทางด้านต่างๆ แล้ว ร้านเสื้อผ้า H&M จะตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า Vincom ถนน Dong Khoi เขต 1 นครโฮจิมินห์ โดยจะมี 2 ชั้น พื้นที่ทั้งหมด 2,200 ตารางเมตร และจะขายสินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ชาย หญิง และเด็ก ในฤดูกาลใหม่ทันที

นาย Fredrik Famm ผู้อำนวยการการตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดร้านเสื้อผ้า H&M ในนครโฮจิมินห์จะเป็นประสบการณ์ใหม่ สำหรับลูกค้าในการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพและเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค สืบเนื่องจากตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในนครโฮจิมินห์

บริษัท Hennes & Mauritz AB (H&M) ก่อตั้งในปี 2490 ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq Stockholm ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 4,300 สาขา ใน 66 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ ร้านเสื้อผ้าชั้นนำอย่าง Zara และ Topshop ได้เข้ามาเปิดกิจการในเวียดนามแล้วเช่นกัน

ที่มา VnExpress วันที่ 8 มิถุนายน 2560

URL: http://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/doanh-nghiep/h-amp-m-sap-ra-mat-tai-viet-nam-3596282.html

 

3. มลภาวะในนครโฮจิมินห์กลายเป็นปัญหาใหญ่

คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์รายงานว่า ปัญหามลภาวะในนครโฮจิมินห์กำลังเป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานในนครโฮจิมินห์ล้าหลังกว่าการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

สาเหตุหลักของมลภาวะในนครโฮจิมินห์ ได้แก่ (1) ปัญหาน้ำเน่า (2) ปัญหาขยะจากอุตสาหกรรมและครัวเรือน และ (3) การปล่อยควันและมลภาวะทางเสียงจากแหล่งอุตสาหกรรมและยานพาหนะ

แม้ว่านครโฮจิมินห์มีคูคลองที่ช่วยให้ตัวนครมีสภาพแวดล้อมที่ดี แต่ก็ยังมีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและครัวเรือนลงสู่คูคลองเป็นจำนวนมาก ปริมาณน้ำเสียที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันประมาณ 1.75 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ระบบบำบัดน้ำเสียสามารถรองรับได้เพียงร้อยละ 13.2 ของปริมาณดังกล่าว

นอกจากนี้ มลภาวะทางอากาศและเสียงยังเป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน เนื่องจากมียานพาหนะถึง 8 ล้านคันในนครโฮจิมินห์ โดยส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ แต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และยังมีโรงงานอุตสาหกรรมและเขตก่อสร้างในตัวเมืองทำให้ปัญหามลภาวะทางอากาศและเสียงรุนแรงขึ้นอีกด้วย

ในแต่ละวัน นครโฮจิมินห์มีปริมาณขยะจากครัวเรือนประมาณ 8,300 ตัน ขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม 1,500-2,000 ตัน และขยะจากการแพทย์ 22 ตัน โดยส่วนใหญ่แล้ว ขยะเหล่านั้นจะถูกฝังไว้ นอกจากนี้ ประชาชนมักจะทิ้งขยะในที่สาธารณะและในคลองอีกประมาณวันละ 8 ตัน รัฐบาลต้องใช้งบประมาณ 2,200-2,400 พันล้านด่งต่อปีเพื่อจัดการขยะเหล่านี้

คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ยอมรับว่าปัญหามลภาวะในเมืองยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียไม่ได้รวมอยู่ในแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ โดยได้เชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะในนครโฮจิมินห์ โดยเฉพาะการจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสีย

ที่มา The Saigon Times Daily วันที่ 6 มิถุนายน 2560

URL: http://english.thesaigontimes.vn/54368/-Pollution-in-HCMC-a-burden-too-heavy-to-shoulder.html

 

4. ตลาดร้านของเล่นเด็กมีการแข่งขันสูง

จากรายงานของนิตยสาร N Kids  ในปีที่ผ่านมาตลาดร้านของเล่นเด็กในเวียดนามมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนั้น ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดคิดเป็น 1 ใน 3 คือสินค้าเครื่องเล่นและเครื่องแต่งกายของเด็ก

ตลาดร้านของเล่นเด็กในเวียดนามเริ่มมีการแข่งขันตั้งแต่ปี 2550 โดยมีการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย นักลงทุนรายใหญ่ 4 รายในตลาดนี้ได้แก่บริษัท Viet Tinh Anh ที่ลงทุนในร้านของเล่นเด็ก My Kingdom บริษัท Phuong Nga Toy ลงทุนในร้านของเล่นเด็ก ToyLand บริษัท Goldenkids ลงทุนในร้านของเล่นเด็ก Funy Land และ K&K และบริษัท Con Cung ลงทุนในร้านของเล่นเด็ก ToyCity

นาย Luu Anh Tien ผู้ก่อตั้งบริษัท Con Cung ที่ลงทุนในร้านของเล่นเด็ก ToyCity และเว็บไซต์ขายของเล่นเด็ก Concung.com ให้สัมภาษณ์ว่า ตลาดร้านของเล่นเด็กกำลังขยายตัวสืบเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคและความสามารถในการซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น ในนครโฮจิมินห์และนครดานัง ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากภายในระยะเวลา 3 – 5 ปีที่จะถึง เครือข่ายของร้าน My Kingdom ร้าน ToyCity และร้าน ToyLand จะเติบโตขึ้น 3 – 4 เท่า ทั้งนี้ กระแสความต้องการสินค้าที่สะอาดและได้คุณภาพก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความไม่พอใจในคุณภาพสินค้าที่ผลิตจากจีนและมาเลเซียที่ไม่ได้มาตรฐาน

บริษัท Viet Tinh Anh ที่ลงทุนในเครือข่ายร้านขายของเล่นเด็ก My Kingdom ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 มูลค่าเงินลงทุน 26.5 พันล้านด่ง มีจำนวนร้านค้ากว่า 200 สาขาภายในประเทศ หลักๆ อยู่ที่นครโฮจิมินห์ จุดเด่นของร้านคือการขายสินค้า Lego, Siku, Moxie Girls, DC Comics และ Marvel ซึ่งจากรายงานของบริษัท Virac หนึ่งในบริษัทวิจัยการตลาดและให้คำปรึกษาชื่อดังของเวียดนามชี้ให้เห็นว่า ในปี 2558 บริษัทมีรายได้กว่า 480 พันล้านด่ง เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปี 2014 และมีกำไรสุทธิ 31.8 พันล้านดง

บริษัท Golden Kids ที่ลงทุนในเครือข่ายร้านขายของเล่นเด็ก Funy Land มี 29 สาขาทั่วประเทศ หลักๆ จะอยู่ที่นครโฮจิมินห์ นครเกิ่นเทอ จังหวัดด่งนาย จังหวัดบินห์เยือง และจังหวัดบ่าเหรี่ยะ-หวุงเต่า จุดเด่นของร้านคือการขายสินค้า Beyblade, Winwintoys, Toytron, Takara Tomy, Globber และ Tosy ในปี 2558 บริษัทมีรายได้กว่า 60 พันล้านด่ง และมีกำไรสุทธิ 2 พันล้านด่ง

บริษัท Phuong Nga Toy ลงทุนในเครือข่ายร้านขายของเล่นเด็ก  ToyLand มีรายได้ในปี 2558 อยู่ที่ 115 พันล้านด่ง เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2557 แต่กำไรสุทธิลดลงเกือบ 1 พันล้านด่ง อย่างไรก็ตาม ในปลายปี 2559 บริษัท Phuong Nga Toy ได้ร่วมมือกับบริษัท N Kid Corporation ในการลงทุนขยายสาขาด้วยเงินลงทุนกว่า 1,000 พันล้านด่ง (ประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ที่มา สำนักข่าว VnExpress วันที่ 11 มิถุนายน 2560

URL: http://kinhdoanh.vnexpress.net/tin-tuc/doanh-nghiep/cuoc-dua-tren-thi-truong-do-choi-cao-cap-ty-usd-3593484.html

 

5. จังหวัดเถื่อเทียนเว้ลงทุน 52 พันล้านด่งเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน

คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ตัดสินใจทุ่มงบประมาณ 52 พันล้านด่ง (ประมาณ 2.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน โดยจะเริ่มตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี 2568 ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือนักลงทุนท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันกับนักลงทุนจากจังหวัดอื่นๆ ได้

เงินงบประมาณ 24.65 พันล้านด่ง (ประมาณ 1.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะใช้ระหว่างปี 2560 – 2563 และส่วนที่เหลือจะใช้ในระหว่างปี 2564 – 2568 โดยจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนสำหรับการผลิตสิ่งทอ  เครื่องหนัง รองเท้า เหล็ก พลาสติก และยาง รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ในอนาคตอันใกล้นี้ คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ตั้งเป้าวางแผนให้นิคมอุตสาหกรรม Phong Dien เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมผ้าในภาคกลางของประเทศ

คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ได้เรียกร้องให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับการผลิตสิ่งทอและเครื่องหนัง รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสิ่งทอ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2563 จังหวัดเถื่อเทียน-เว้จะสามารถผลิตผ้าไฟเบอร์ได้ถึง 100,000 ตัน และผ้าธรรมดา 20 ล้านเมตร โดยในปี 2568 จะเพิ่มเป็น 150,000 ตันและ 45 ล้านเมตร ตามลำดับ

คาดว่าผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมสนับสนุนสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอจะสามารถตอบสนองความต้องการท้องถิ่นได้มากกว่าร้อยละ 70 ภายในปี 2563 และมากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2568 นอกจากนั้น คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ยังสนับสนุนให้นักลงทุนลงทุนในการผลิตผลิตภัณฑ์สนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ด้วย การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ และเทคโนโลยีขั้นสูง

ที่มา สำนักข่าว Vietnam Breaking News วันที่ 9 มิถุนายน 2560

URL: https://m.vietnambreakingnews.com/2017/06/thua-thien-hue-pours-nearly-52-bln-vnd-into-support-industry/

 

6. มีแนวโน้มว่าบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจะประสบปัญหาน้ำท่วมเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ปริมาณน้ำในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจะมีปริมาณสูงขึ้นอย่างมากในปีนี้เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงกว่าระดับปกติ ระดับน้ำในบริเวณต้นน้ำในช่วงหน้าแล้งสูงกว่าปกติ 0.45 - 0.55 เมตร มีการคาดการณ์ว่า ภายในเดือนกรกฎาคมระดับน้ำที่บริเวณอำเภอ Tan Chau และ Chau Doc คาดว่าจะสูงขึ้นอีกประมาณ 2.5 - 3 เมตร

ในปีนี้ คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมระดับ 2 - 3 ในช่วงต้นเดือนตุลาคมในหลายพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (ปริมาณน้ำในแม่น้ำ Tien ที่บริเวณอำเภอ Tan Chau อาจจะมีระดับ 4 - 4.5 เมตรและปริมาณที่แม่น้ำ Hau ที่บริเวณอำเภอ Chau Doc อาจจะมีระดับ 3.5 - 4 เมตร) ส่วนระดับน้ำสูงสุดคาดว่า จะมีระดับเดียวกับปี 2559 และปีก่อนหน้า แต่ก็มีโอกาสที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในบริเวณตอนบนของแม่น้ำโขง โดยน้ำจะท่วมในอำเภอ Tan Hung และอำเภอ Vinh Hung ในจังหวัดลองอาน และบริเวณริมแม่น้ำในจังหวัดอานยางและด่งท้าป

นาย Le Thanh Tung ผู้แทนสำนักงานการเกษตรภาคใต้ กล่าวว่า ชาวนาอาจเก็บเกี่ยวข้าวไม่ทันก่อนที่น้ำจะท่วม และกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้คำแนะนำในการลดความเสียหายจากน้ำท่วมโดยการติดตามรายงานระดับน้ำในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจากสื่ออย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน กรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงการเกษตรและการพัฒนาชนบท ได้เตือนประชาชนให้ระวังไฟป่า โดยเฉพาะในบริเวณภาคเหนือและภาคกลางในช่วงหน้าแล้ง

ที่มา หนังสือพิมพ์ Viet Nam News วันที่ 10 มิถุนายน 2560 หน้า 2

 

7. เงินลงทุนก่อตั้งบริษัทใหม่ในนครดานังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำนักงานการวางแผนและการลงทุนนครดานังแจ้งให้ทราบว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนมิถุนายน 2560 มีบริษัทเกิดใหม่จำนวน 2,400 บริษัท เพิ่มขึ้น 9 บริษัทเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 แม้ว่าจะเพิ่มในแง่ของปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้นถึง 11,500 พันล้านด่ง (ประมาณ 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 4,000 พันล้านด่ง (ประมาณ 183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

นอกจากนั้น มีบริษัทกว่า 2,000 บริษัทขอเพิ่มเงินลงทุน โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ในปัจจุบันนี้ นครดานังมีบริษัทที่ลงทุนจากภายในประเทศมากกว่า 21,300 บริษัทยอดเงินลงทุนรวม 104,000 พันล้านด่ง (ประมาณ 4.5 พันล้านด่ง) และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติกว่า 479 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักงานการวางแผนและการลงทุนนครดานังแจ้งให้ทราบว่า สาเหตุที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเพราะสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจที่จะลงทุน และนโยบายช่วยเหลือนักลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการประชาชนนครดานัง

ที่มา สำนักข่าว Bao Dau Tu วันที่ 13 มิถุนายน 2560

URL: http://baodautu.vn/da-nang-von-dang-ky-thanh-lap-doanh-nghiep-moi-tang-manh-d65003.html

****************************************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์