ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2560

ข่าวเด่นวันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2560

1. โครงการโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat เสนอขายหุ้นให้นักลงทุน 15 ราย

ภาพที่ 1 โรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat

บริษัท Binh Son Refining and Petrochemical (BSR) ซึ่งลงทุนในโครงการโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ได้ยื่นข้อเสนอต่อนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศจำนวน 15 บริษัท ให้เข้ามาร่วมหุ้นในโครงการลงทุนดังกล่าว นอกจากนั้น นาย Tran Ngoc Nguyen ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทกล่าวว่า บริษัทยังมีแผนการที่จะขายหุ้นเข้าสู่ตลาดหุ้นให้บุคคลทั่วไปสามารถซื้อได้

โครงการโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat เป็นโครงการโรงกลั่นน้ำมันแห่งแรกของเวียดนามที่ลงทุนโดยรัฐบาล โดยตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างหงาย มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 6.5 ล้านตัน ในปี 2558 – 2559 บริษัท BSR มีกำไรประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างกำไรให้งบประมาณของภาครัฐเป็นจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทมีแผนการยกระดับขีดความสามารถการผลิตน้ำมันให้ได้ 8.5 ล้านตันต่อปี

ในปลายปี 2559 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนเสนอขายหุ้นใหม่ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering; IPO) ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 โดยกำลังอยู่ในช่วงการประเมิณราคาหุ้น ทั้งนี้ บริษัทได้หารือกับบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่หลายรายจากประเทศตะวันออกกลางและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับการขายหุ้น IPO ร้อยละ 35 ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของบริษัทต่างๆ เหล่านั้น

นาย Alexander Valeryavich Dyukov ประธานบริษัท Gazprom Neft ได้เปิดเผยว่า บริษัทเคยให้ความสนใจในการซื้อหุ้นร้อยละ 49 จากบริษัทพลังงานและแก๊สธรรมชาติเวียดนาม (Petroleum Viet Nam; VPN) ที่ถือหุ้นในโครงการดังกล่าว และได้เสนอแผนการพัฒนาและขยายโครงการดังกล่าวที่จะใช้เงินประมาณ 1.5 – 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากการเจรจาที่ล้มเหลวเมื่อปีที่แล้ว บริษัทเลือกที่จะถอนตัวจากการลงทุนดังกล่าว ซึ่งทำให้บริษัท BSR ต้องหาหุ้นส่วนมาลงทุนรายใหม่

มีแหล่งข่าวรายงานว่า บริษัท BSR กำลังมองหาเงินกู้จากต่างชาติจำนวน 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อที่จะใช้พัฒนาโครงการโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ก่อนที่บริษัทจะเปิดขายหุ้นในปี 2560

หากเป็นไปตามที่วางไว้ การพัฒนาและขยายโรงงานกลั่นน้ำมัน Dung Quat จะแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งจะสามารถผลิตน้ำมันเพื่อป้อนการใช้งานภายในประเทศเวียดนามได้กว่าครึ่ง ปัจจุบัน โรงงานสามารถผลิตน้ำมันได้ 148,000 บาร์เรลต่อวัน สามารถสนองความต้องการภายในประเทศกว่า 1 ใน 3

ที่มา หนังสือพิมพ์ Bao Dau Tu วันที่ 9 พฤษภาคม 2560

URL:  http://baodautu.vn/loc-hoa-dau-binh-son-moi-goi-15-quy-dau-tu-tham-gia-mua-co-phan-d63191.html

 

2. นครโฮจิมินห์มีแผนการจะสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่

คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์รายงานว่า ทางการอนุมัติแผนการสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ในอำเภอ Cu Chu เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมภายในตัวเมือง

บ่อเก็บน้ำดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ภายในครัวเรือนและการเกษตรได้ ในช่วงหน้าแล้ง และจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัตโดยนาย Le Van Khoa รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์โดยจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 – 2568 โครงการดังกล่าวจะเป็นบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศเวียดนาม จะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่บริเวณคลอง Ben Muong และคลอง Lang The ในอำเภอ Cu Chi

ในช่วงระหว่างปี 2560 – 2561 นครโฮจิมินห์จะเน้นการพัฒนา ยกระดับ และขุดคลองขึ้นมาใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการไหลของกระแสน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วม และเพิ่มความสามารถการชลประทาน โดยในปี 2562 นครโฮจิมินห์จะเพิ่มระบบแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในน้ำและรักษาสุขอนามัยของน้ำในแม่น้ำก่อนที่จะเริ่มสร้างบ่อเก็บน้ำดังกล่าว

ตามรายงานของคณะกรรมการทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของนครโฮจิมินห์ ที่ดินบริเวณคลอง Ben Muong และคลอง Lang The มักจะถูกน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรอย่างมาก สืบเนื่องมาจากปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมในแม่น้ำลำคลองและการเพิ่มขึ้นของเขตอุตสาหกรรมและเขตที่อยู่อาศัย โดยปราศจากการควบคุมดูแลที่ถูกต้อง

ที่มา หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre วันที่ 10 พฤษภาคม 2560

URL: http://tuoitre.vn/tin/chinh-tri-xa-hoi/20170508/xay-ho-dieu-hoa-chong-ngap-dau-tien-tai-tphcm/1310934.html

 

3. นักท่องเที่ยวประสบปัญหาขาดแคลนห้องพักในเมือง Nha Trang

ภาพที่ 2 ชายหาดทะเลเมือง Nha Trang

บริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งกำลังประสบปัญหาการหาห้องพักให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าภายในประเทศที่เมือง Nha Trang จังหวัดคั้นหว่า ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวฤดูร้อนที่จะถึงนี้ เนื่องมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีนและชาวรัสเซียทำให้จำนวนห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศมีจำนวนไม่เพียงพอ โรงแรม 3 – 4 ดาว ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวภายในประเทศล้วนถูกจองไว้เกือบหมดแล้ว บริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งจึงจำเป็นต้องแบ่งนักท่องเที่ยวไว้ในโรงแรมที่ต่างกัน 2 – 3 โรงแรม หรือต้องไปพักในบริเวณอื่นๆ เช่น Doc Let หรือ Cam Ranh อย่างไรก็ตาม จำนวนห้องพักก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด

นาย Nhuyen Ngoc An รองผู้อำนวยการทั่วไปของบริษัท Fiditour JSC กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2560 การจองโรงแรมในเมือง Nha Trang เป็นเรื่องยากมาก บริษัทไม่สามารถจองโรงแรมที่มีห้องมากกว่า 50 ห้องได้เลย และลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทก็เลือกที่จะไปท่องเที่ยวที่อื่นแทน

นาย Nguyen Van Thanh รองประธานสมาคมการท่องเที่ยว Nha Trang – Khanh Hoa กล่าวว่า บริษัทท่องเที่ยวภายในเมือง Nha Trang ก็ประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน โรงแรมที่มีห้องพัก 150 – 200 ห้อง มีห้องเหลือให้นักท่องเที่ยวภายในชาติเพียงแค่ร้อย 15 – 20 การเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างสถิติใหม่ของการท่องเที่ยวในจังหวัดขึ้นมาใหม่ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและจีนอาจจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 แสนคน และ 1 ล้านคนตามลำดับ

จากรายงานของสำนักงานการท่องเที่ยวของจังหวัด จังหวัด Khanh Hoa มีจำนวนห้องพักไว้บริการจำนวน 25,000 ห้อง แบ่งเป็นห้องพัก 3 – 4 ดาว จำนวน 14,000 ห้อง ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 285,000 คน และนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกว่า 127,000 มาเที่ยวในจังหวัด เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 และ 2.5 เท่าตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559

ที่มา The Saigon Time Daily วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 หน้า 1

 

4. กลุ่มบริษัท Thoresen ต้องการลงทุนโครงการท่าเรือนครเกิ่นเทอ

ภาพที่ 3 บริษัท Thoresen

วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 นาย Sigmund Stroemme ผู้อำนวยการทั่วไปกลุ่มบริษัท Thoresen ได้เข้าหารือกับผู้นำนครเกิ่นเทอและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของนครเกิ่นเทอ เกี่ยวกับการลงทุนในโครงการท่าเรือและระบบโลจิสติกส์ในนครเกิ่นเทอ

นาย Truong Quang Hoai Nam รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครเกิ่นเทอได้กล่าวในที่ประชุมว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภายในนครเกิ่นเทอเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของแผนการพัฒนาจังหวัด โดยจังหวัดมีแผนการที่จะสร้างศูนย์โลจิสติกส์ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่เขต Cai Rang ใกล้ๆ กับท่าเรือ Cai Cui ใช้พื้นที่ทั้งหมด 242 เฮกตาร์ ในปัจจุบันนี้ ภาครัฐของนครเกิ่นเทอรับผิดชอบ 2 ท่าเรือคือท่าเรือ Hoang Dieu ในเขต Binh Thuy และท่าเรือ Cai Cui ในเขต Cai Rang และในบริเวณเดียวกันยังมีท่าเรือของบริษัท Tan Cang Sai Gon ซึ่งมีสะพานเรือยาว 180 เมตร และท่าเรือ Vinaline Cai Cui มีสะพานเรือยาว 360 เมตร ซึ่งปัจจุบัน นครเกิ่นเทอมีแผนการที่จะรวม 3 ท่าเรือดังกล่าวไว้ด้วยกันเพื่อพัฒนาให้เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โดยจะมีสะพานเรือยาวรวมกัน 1,200 เมตร

ดังนั้น บริษัท Thoresen จึงมี 3 ทางเลือกที่จะลงทุนในโครงการท่าเรือที่นครเกิ่นเทอคือ (1) บริษัทสามารถซื้อหุ้นของ Vinaline และร่วมมือกับนครเกิ่นเทอในการรวมท่าเรือ (2) บริษัทสามารถลงทุนก่อสร้างท่าเรือใหม่บริเวณแม่น้ำ Hau (3) บริษัทสามารถลงทุนในโครงการพัฒนาโลจิสติกส์และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของท่าเรือ Cai Cui เพียงอย่างเดียว

นาย Stroemme ได้กล่าวว่า บริษัทต้องการลงทุนในโครงการท่าเรือและโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่      นครเกิ่นเทอ ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ ปัจจุบัน บริษัทลงทุนด้านการพัฒนาการขนส่งสินค้าและ          การคมนาคมรอบๆ ท่าเรือในจังหวัดบ่าเหรี่ยะ-หวุงเต่าอยู่ โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบโลจิสติกส์   การคมนาคม การค้าและการบริการ การยกระดับขีดความสามารถของจังหวัด และการขนส่งสินค้าไปยัง        กรุงพนมเปญและสิงคโปร์ ในขณะเดียวกัน ระบบการขนส่งสินค้าทางทะเลของนครเกิ่นเทอจะสามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือที่จังหวัดบ่าเหรี่ยะ-หวุงเต่าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ภายหลังการหารือ ผู้นำนครเกิ่นเทอและผู้บริหารของบริษัท Thoresen จะร่วมกันศึกษาหาความเป็นไปได้ในการลงทุนในนครเกิ่นเทอและจะสรุปแผนการการลงทุนอีกครั้งในอนาคต

ที่มา หนังสือพิมพ์ Tin Tuc วันที่ 9 พฤษภาคม 2560

URL: http://baotintuc.vn/kinh-te/tap-doan-thoresen-muon-dau-tu-vao-cang-bien-tai-can-tho-20170508220559646.htm

 

5. สนามบินนานาชาตินครดานังเปิดใช้งานอาคารผู้โดยสารนานาชาติใหม่

ภาพที่ 4 ภายในอาคารผู้โดยสารนานาชาติแห่งใหม่

สนามบินนานาชาตินครดานังเปิดใช้งานอาคารผู้โดยสารนานาชาติใหม่ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ซึ่งจะทำให้อาคารผู้โดยสารเดิมกลายเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพียงอย่างเดียว

ตัวแทนของสายการบิน Vietnam Airlines กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 เที่ยวบินระหว่างประเทศที่ใช้บริการสนามบินนานาชาติดานังจะถูกเปลี่ยนไปใช้อาคารผู้โดยสารใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ซึ่งอาคารผู้โดยสารนานาชาติใหม่นี้จะทำให้ผู้โดยสารมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น โดยสายการบิน Vietnam Airlines  จะตั้งเคาน์เตอร์เช็คอิน 22 จุดบริเวณชั้น 2 ของบริเวณ Left Wing และอาจจะเปิดเคาน์เตอร์เช็คอินในบริเวณ    Right Wing หากมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก

ตัวแทนของบริษัท Jetstar Pacific ได้กล่าวว่าบริษัทได้ย้ายเคาน์เตอร์เช็คอินทั้งหมดไปที่อาคารผู้โดยสารใหม่แล้ว สายการบิน Jetstar Pacific และกลุ่ม Jetstar Group มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบินที่ใช้บริการสนามบินนานาชาตินครดานัง อาทิ นครดานัง – ไทเป นครดานัง – ฮ่องกง และนครดานัง – สิงคโปร์

การก่อสร้างอาคารสนามบินนานาชาติใหม่นี้เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 บนที่ดิน 21,000 ตารางเมตร     เงินลงทุนทั้งสิน 3.5 ล้านล้านด่ง มีสองชั้นสำหรับเที่ยวบินขาเข้าและเที่ยวบินข้าออก พื้นที่ใช้บริการภายในสนามบินทั้งหมด 48,000 ตารางเมตร อาคารผู้โดยสารใหม่นี้จะมีประตูขึ้นเครื่อง 10 แห่ง จุดตรวจคนเข้าเมือง 22 แห่ง และจุดตรวจคนออกเมือง 20 แห่ง โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคนต่อปี

ทั้งนี้ สายการบิน AirAsia จะเริ่มเปิดเที่ยวบินกรุงเทพ (ดอนเมือง) -นครดานัง ในวันที่ 9 มิถุนายน 2560 เที่ยวบินกรุงเทพ - นครดานัง FD 636 เวลา 10.10 – 11.30 และเที่ยวบินนครดานัง – กรุงเทพ FD 637 เวลา 12.00 – 13.20 ในทุกๆ วัน โดยนายสันติสุข คล้องชัยยา ผู้อำนวยการการตลาดบริษัท Thai AirAsia กล่าวว่า นครดานังเป็นนครที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเวียดนามตามหลังนครโฮจิมินห์และกรุงฮานอย และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ของเวียดนาม นอกจากนี้ นครดานังยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจรอให้นักเดินทางไปค้นหาอยู่อีกมาก เช่น เมืองฮอยอัน เมืองเว้ และปราสาทจัมปาหมีเซิน บริษัท Thai AirAsia เชื่อว่า นครดานังจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ที่มา หนังสือพิมพ์ Bao Dau Tu วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 และ Zing VN วันที่ 24 เมษายน 2560

URL: http://baodautu.vn/van-hanh-thu-nha-ga-hanh-khach-quoc-te-moi-t2-da-nang-d63254.html

และ http://news.zing.vn/airasia-khai-thac-duong-bay-thang-tu-da-nang-den-bangkok-post740546.html

 

6. นครโฮจิมินห์เรียกร้องให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการสาธารณสุขในลักษณะความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน

จากรายงานของสำนักงานการวางแผนและการลงทุนนครโฮจิมินห์ ในปีนี้ นครโฮจิมินห์มีงบประมาณพัฒนาโครงการสาธารณสุขเพียงแค่ร้อยละ 5 เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว ควรจะมีมากกว่าจำนวนดังกล่าว 2 เท่าตัว โดยคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์กำลังมองหาทางออกโดยเรียกร้องให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐ (Public-Private Partnership; PPP) ในโครงการพัฒนาสาธารณสุขของนครโฮจิมินห์

นาย Do Quy Hiep รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชนสังกัดสำนักงานการวางแผนและการลงทุนนครโฮจิมินห์กล่าวว่า จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2560 นครโฮจิมินห์มีโครงการ PPP จำนวนทั้งสิ้น 114 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 131.7 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งแบ่งเป็นเงินลงทุนในโครงการสาธารณสุขเพียงแค่ 5.5 ล้านล้านด่งเท่านั้น หากมีความต้องการทางด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้มีการร่วมมือลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้นด้วย โดยปัจจุบัน นครโฮจิมินห์มีโครงการพัฒนาสาธารณสุขในลักษณะ PPP จำนวน 10 โครงการ โดยภาคเอกชนดูแลในส่วนของสถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในขณะที่ภาครัฐจะรับผิดชอบในเรื่องของการดำเนินงานและบุคลากร เช่น โครงการโรงพยาบาลศัลยแพทย์และออร์โทพีดิกส์ โรงพยาบาล Tan Bin และศูนย์ค้นคว้าวิจัยมหาวิทยาลัยแพทย์ Pham Ngoc Thac

นาย Truong Vinh Long ผู้บริหารของบริษัท Hoa Lam Corporation กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ เวียดนามมีสัดส่วนคนไข้ต่อเตียงพยาบาล 10,000 คน ต่อ 26 เตียง ซึ่งต่ำกว่าที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 33 เตียง และกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามก็กำลังเรียกร้องให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือเพื่อเพิ่มสัดส่วนดังกล่าว ทั้งนี้โรงพยาบาล Hoa Lam ในเขต Binh Tan จะเริ่มดำเนินการ PPP กับโรงพยาบาลประชาชน 115 ในปลายปีนี้ โดยโรงพยาบาล Hoa Lam จะนำเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยให้กับโรงพยาบาลประชาชน 115 ในขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลประชาชน 115 จะมาช่วยทำงานที่โรงพยาบาล Hoa Lam ด้วย

ภาคเอกชนหลายรายมองว่าตลาดสาธาณสุขของเวียดนามมีศักยภาพสูงเนื่องมาจากความต้องการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นและมีประชากรถึง 91 ล้านคน โดยภาคเอกชนประสงค์ร่วมมือกับภาครัฐ แต่ยังต้องการความเชื่อมั่นจากทางภาครัฐลดความเสี่ยงและควรจะมีนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนในภาคธุรกิจนี้มากขึ้น

คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เพิ่งจะอนุมัติแผนการพัฒนาสาธารณสุขภายในนครโฮจิมินห์โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนแพทย์ให้ได้ 20 คน ต่อประชากร 10,000 คน และพยาบาล 35 คน ต่อประชากร 10,000 คน ภายในปี 2563

ที่มา หนังสือพิมพ์ Vietnam News วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 และ หนังสือพิมพ์ The Saigon Times Daily วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 หน้าที่ 3

URL : http://vietnamnews.vn/society/376099/hcm-city-eyes-public-private-partnership-in-healthcare.html/

 

*******************************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์