ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 31 มีนาคม 2560

ข่าวเด่นวันที่ 31 มีนาคม 2560

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมูลค่ามหาศาลในเวียดนาม (ภาคใต้เขตกงสุล)

1) โครงการ Posco จำนวนเงินลงทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า

โครงการผลิตเหล็กที่ใช้พื้นที่กว่า 130 เฮกตาร์ ได้รับใบอนุญาตการลงทุน 48 ปี โดยจะผลิตเหล็กร้อนและเหล็กชุบสังกะสี ระยะแรกของโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ. ศ. 2552 ใช้เงินลงทุนกว่า 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมีกำลังการผลิตรวม 700,000 ตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบาเหรี่ยะ – หวุงเต่าตรวจสอบใบอนุญาตโครงการเหล็กทั้งสี่แห่งในจังหวัดเนื่องจากไม่ได้รวมอยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาเหล็กของรัฐบาล ซึ่งโครงการ Posco ก็เป็น 1 ใน 4 โครงการดังกล่าว

ภาพที่ 1 แบบจำลองโครงการ Posco ในจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า

 

2) โครงการ Ho Tram จำนวนเงินลงทุน 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า

โรงแรม Grand Ho Tram Strip ได้รับใบอนุญาตดำเนินการในปี พ. ศ. 2551 และได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Ho Tram โดยมีบริษัท Harbinger Capital Partners เป็นเจ้าของ โครงการนี้เป็นโครงการรีสอร์ทครบวงจรระดับ 5 ดาวเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมปีพ.ศ. 2556 และเป็นโครงการแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตให้สร้างคาสิโนในโรงแรมได้

ในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2558 บริษัท Ho Tram ได้ลงนามในสัญญากับบริษัท CotecCons บริษัทสัญชาติเวียดนามเพื่อร่วมกันสร้างคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ 164 เฮกตาร์ในบริเวณโครงการดังกล่าวด้วย

ภาพที่่ 2 โรงแรม The Grand Ho Tram

3) โครงการ Skybridge Dragon Sea resort จำนวนเงินลงทุน 902.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า 

โครงการ Skybridge Dragon Sea MICE ลงทุนโดยบริษัท Skybridge Intercontinental Development Corporation ซึ่งเป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกา โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่าในแง่ของทุนจดทะเบียน ขณะที่ได้รับใบอนุญาตในปี พ.ศ. 2553 นาย Michael Nguyen ประธานบริษัทกล่าวว่า โครงการนี้มีความล่าช้าหลายปี เนื่องจากค่าเช่าที่ดินมีราคาสูง เพิ่มขึ้นจากจำนวน 320 พันล้านเวียดนามด่ง (14.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีพ.ศ.2553 เป็น 1.7 พันล้านเวียดนามด่ง (76.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีพ.ศ. 2555 เมื่อบริษัทเริ่มต้นการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตามเมื่อปลายปีพ. ศ. 2559 นั้น หน่วยงานรัฐบาเหรี่ยะ – หวุงเต่าได้มีการติดต่อนาย Michael Nguyen เพื่อยกเลิกโครงการอย่างเป็นทางการ

 

4) โครงการ Intel จำนวนเงินลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นครโฮจิมินห์ 

บริษัท Intel Corp ได้ประกาศลงทุนด้วยเงินลงทุนมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโรงงานประกอบชิ้นส่วนในเวียดนามในปี พ.ศ. 2549 จากนั้นในปีถัดมา ทางบริษัทได้จดทะเบียนลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสร้างโรงงานในในนครโฮจิมินห์เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2553 โดยในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2557 บริษัทได้ขยายโรงงานด้วยการเพิ่มการผลิตซีพียูและชิพ

ในช่วงต้นปีพ. ศ. 2559 มีข่าวลือว่าบริษัท Intel Corp อาจหยุดการดำเนินงานในเวียดนาม ซึ่งทางตัวแทนของ บริษัทได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือนี้ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยืนยันแผนการลดจำนวนบุคลากรที่บริษัท Intel Viet Nam ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่รับผิดชอบด้านการขายผลิตภัณฑ์ของ Intel จะไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานของ Intel ใน Saigon Hi-tech Park และบริษัทย่อยที่รับผิดชอบด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์ของ Intel ในเวียดนามแต่อย่างใด  

5) โครงการ Samsung CE Complex จำนวนเงินลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นครโฮจิมินห์ 

หลังจากที่ได้รับอนุญาตในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2557 การก่อสร้าง Samsung CE Complex ได้เริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2558 บริเวณ Saigon Hi-Tech Park (SHTP) โครงการมีพื้นที่ขนาด 70 เฮกตาร์ โครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ.2559

ในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2558 บริษัท Samsung ได้รับใบอนุญาตการลงทุนเพื่อขยายโครงการมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ภาพและเสียง รวมถึงให้บริการด้านการรับประกันที่ SHTP Samsung CE Complex ในนครโฮจิมินห์เริ่มเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนปี พ.ศ.2559

ภาพที่ 3 โครงการ Samsung CE Complex ในนครโฮจิมินห์

6) โครงการ Empire City จำนวนเงินลงทุน 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นครโฮจิมินห์ 

ผู้พัฒนาโครงการนี้คือบริษัทร่วมทุนโดยบริษัท Tien Phuoc Real Estate JSC บริษัท Tran Thai Real Estate JSC และบริษัท Denver Power Ltd. สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทเงินทุนข้ามชาติ Gaw Capital Partners และบริษัทเวียดนามอีกสองแห่งที่มีส่วนแบ่งทุนร้อยละ 50

โครงการนี้ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2558 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2560 โดยมีพื้นที่ 14.5 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Sai Gon โครงการนี้ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า โรงแรมระดับห้าดาว พื้นที่สำนักงาน อพาร์ตเมนต์และ อาคารเอนกประสงค์จำนวน 86 ชั้น

7) โครงการ Vietnam International University Township จำนวนเงินลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นครโฮจิมินห์ 

หลังจากได้รับใบอนุญาตการลงทุนในเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2551 โครงการ Berjaya นี้จะประกอบด้วยโรงเรียนและมหาวิทยาลัยรวม 20 แห่งรวมถึงศูนย์อเนกประสงค์หลายแห่งในพื้นที่ 925 เฮกตาร์

อย่างไรก็ตาม เป็นระยะเวลาเกือบสิบปีแล้วที่โครงการยังคงเป็นเพียงสนามหญ้าที่ไม่มีการดำเนินการก่อสร้างใดใด ทั้งสิ้น ดังนั้นในปี พ. ศ. 2559 คณะกรรมการประชาชนของนครโฮจิมินห์ได้ขอให้กรมวางแผนและการลงทุนของเมืองพิจารณาโครงการ Berjaya ให้เพิกถอนใบอนุญาตถ้าการดำเนินการก่อสร้างยังคงมีความล่าช้าอยู่  

 

8) โครงการ New City จำนวนเงินลงทุน 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดฟู้เอียน 

โครงการนี้ได้รับใบอนุญาตในปีพ. ศ. 2551 เป็นการลงทุนของ บริษัท New City Properties Development สัญชาติบรูไน มีพื้นที่ประมาณ 560 เฮกตาร์ โครงการนี้จะประกอบด้วยรีสอร์ท โรงแรม วิลล่า บังกะโล ท่าเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลหลากหลายประเภท อย่างไรก็ตามโครงการนี้ได้มีการดำเนินไปอย่างล่าช้า

ในเดือนกันยายนปี พ.ศ. 2557 คณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟู้เอียนอนุญาตให้นักลงทุนลดพื้นที่โครงการเป็น 357 เฮกตาร์และลดเงินลงทุนเป็น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปัจจุบัน บริษัท Sun Rise Vietnam ที่รวมหุ้นโดยบริษัท Hyundai Telecom เกาหลีใต้และบริษัท Hwa Pyung Holding กำลังถือหุ้นในโครงการนี้ร้อยละ 70 หุ้นที่เหลือตกเป็นของบริษัทสัญชาติจีน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 บริษัท New City Vietnam ได้จัดพิธีเปิดตัวก่อสร้างโครงการ โดยหน่วยงานท้องถิ่นคาดว่าโครงการนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของจังหวัดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งสำคัญ

อย่างไรก็ตามเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างขึ้น

 

9) โครงการ Nhon Trach Berjaya จำนวนเงินลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดด่งนาย 

โครงการนี้ได้รับใบอนุญาตในปี พ.ศ. 2552 พื้นที่ 600 เฮกตาร์ในจังหวัดด่งนาย ห่างจากนครโฮจิมินห์ประมาณ 25 กิโลเมตร โครงการนี้จะประกอบด้วยที่อยู่อาศัย โรงละคร ศูนย์วัฒนธรรม จัตุรัส ศูนย์นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์บริหารการจัดการและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าและสังคม เช่น สำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม พื้นที่บันเทิง ศูนย์กีฬา โรงพยาบาลและพื้นที่สีเขียวกลางแจ้ง

นักพัฒนาโครงการนี้คือบริษัท Berjaya Land Bhd ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Berjaya Corporation Berhad และประกาศในเดือนตุลาคมปี พ.ศ.2558 ว่าการก่อสร้างโครงการจะเริ่มในปี พ.ศ.2559

อย่างไรก็ตามต่อมาในปี พ.ศ.2559  พบว่าโครงการนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ที่ลงทุนโดยบริษัท Berjaya ในเวียดนาม  

10) โครงการ South Hoi An จำนวนเงินลงทุน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดกว๋างนาม 

โครงการ South Hoi An เป็นโครงการศูนย์รวมที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รีสอร์ทและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้รับใบอนุญาตการดำเนินงานในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2553

บริษัท VinaCapital และกองทุน VinaLand Limited ได้วางแผนที่จะพัฒนาโครงการรวมกับบริษัท Genting Berhad ของมาเลเซีย อย่างไรก็ตามในเดือนกันยายนปี พ.ศ.2555 บริษัท Genting Berhad ได้ถอนตัวออกจากโครงการ ทำให้บริษัท VinaCapital ต้องปรับแผนโครงการในช่วงกลางปี พ.ศ.2556 ซึ่งได้มีการปรับระยะเวลาในการเริ่มดำเนินงานระยะแรกภายในสิ้นปี พ.ศ.2558

ในเดือนกันยายนปี พ.ศ.2558 บริษัท VinaCapital ได้ประกาศว่าได้ร่วมมือกับบริษัท Chow Tai Fook บริษัทสัญชาติฮ่องกงในการลงทุนโครงการดังกล่าว ซึ่งบริษัท VinaCapital ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นหลัก โดยระยแรกของโครงการมีกำหนดจะเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2558

อย่างไรก็ตาม ภายในไม่ถึง 1 ปีหลังจากการก่อสร้างเริ่ม นาย Henry Cheng ประธานบริษัท Chow Tai Fook ได้ถอนตัวออกจากโครงการอย่างกระทันหันจากการเจ็บป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุและได้ให้ทายาทของเขา Adrian บริหารบริษัทแทน ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวความคืบหน้าของโครงการ South Hoi An แต่อย่างใด

ภาพที่ 4 แบบแผนโครงการ Nam Hoi An

11) โครงการ Tokyu Binh Duong New City จำนวนเงินลงทุน 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบินห์เยือง

โครงการ Tokyu Binh Duong New City ได้รับใบอนุญาตการดำเนินงานและได้มีการเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2555 เป็นโครงการศูนย์บริการอุตสาหกรรมพื้นที่จำนวน 1,000 เฮกตาร์ในจังหวัดบินห์เยือง ลงทุนโดยบริษัท Becamex Tokyu Ltd เป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท Becamex IDC Corporation ของเวียดนามและบริษัท Tokyu Corporation ของญี่ปุ่น

หน่วยงานจังหวัดบินห์เยืองประเมินว่ายอดรวมการลงทุนในโครงการนี้จะมีมูลค่าเกิน 150 ล้านล้านด่ง (6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะสร้างแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2563

 

12) โครงการ Cheng Loong Binh Duong packaging plant จำนวนเงินลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบินห์เยือง

ในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2588 บริษัท Cheng Loong ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมผลิตกระดาษสัญชาติไต้หวัน ได้รับใบรับรองการลงทุนในการสร้างโรงงานบรรจุภัณฑ์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในจังหวัดบินห์เยือง

โรงงานแห่งนี้จะสร้างขึ้นบนพื้นที่ 80 เฮกตาร์ในเขตอุตสาหกรรม Ascendas Protrade Singapore Tech Park และจะมีกำลังการผลิตกระดาษอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ 1 ล้านตันต่อปี

นาย Tsai Tong Ho ประธานบริษัท Cheng Loong กล่าวว่า ในปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานทั้งหมด 29 แห่งทั่วโลกโดยทำการจัดหาบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บริษัท Apple และบริษัท Nike ซึ่งโรงงานในเวียดนามจะเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท Cheng Loong  ขณะนี้โรงงานกำลังมีการดำเนินการก่อสร้างอยู่

 

13) โครงการ Vinh Tan 1 Thermal Power Plant จำนวนเงินลงทุน 2,018 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบิ่งถ่วน

โรงงาน Vinh Tan 1 Thermal Power Plant เป็นการลงทุนแบบ BOT ได้รับใบอนุญาตดำเนินการในปี พ. ศ. 2556 โดยมีการลงทุนจากบริษัทร่วมทุนของ 2 บริษัทจีน และบริษัท Vietnam National Coal-Mineral Industries Holding Corporation Ltd. (Vinacomin) โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Vinh Tan Thermal Power Complex ซึ่งประกอบด้วยโครงการ 4 โครงการที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5,600 เมกะวัตต์ และเมื่อสร้างเสร็จ จะกลายเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โครงการนี้ได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2557

อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของโรงงานทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่โดยรอบเนื่องจากความเสี่ยงจากมลภาวะที่อาจเกิดขึ้น  โดยในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ประชาชนหลายพันคนปิดกั้นทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 1A ขัดขวางการจราจรเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อประท้วงเกี่ยวกับฝุ่นและถ่านหินจากโรงไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้า Vinh Tan 2

เมื่อปลายปี พ.ศ. 2559 เจ้าหน้าที่จังหวัดบินห์เยืองได้ระงับไม่ให้โรงงานไฟฟ้า Vinh Tan 1 ทิ้งขยะลงสู่ทะเลจำนวน 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ในเดือนมกราคมพ.ศ.2560 ประชาชนอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงยังคงบ่นเรื่องฝุ่น ถ่านหินและขี้เถ้าจากโรงงานที่ปลิวในบริเวณนั้นเมื่อใดก็ตามที่ลมพัดแรง

ภาพที่ 5 ภาพการก่อสร้างโครงการ Vinh Thanh 1

14) โครงการ Bus Industrial Center จำนวนเงินลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดบิ่งดิ่ง

โครงการ Bus Industrial Center โดยมีนักลงทุนชาวรัสเซียที่ได้รับอนุญาตในปี พ.ศ.2556 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโรงงานผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนสำหรับรถประจำทางและให้บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ได้รับอนุญาต โครงการนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จึงถูกเพิกถอนโครงการในเดือนเมษายนปี พ. ศ. 2559

 

15) โครงการ Duyen Hai 2 thermal power plant จำนวนเงินลงทุน 2,018 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จังหวัดจ่าวิง

โครงการนี้ได้รับใบอนุญาตดำเนินงานในปี พ. ศ. 2558 โดยมีผู้ลงทุนคือบริษัท Janakuasa สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งจะสร้างในรูปแบบ BOT โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563 เป็นหนึ่งในสี่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนของศูนย์การผลิตไฟฟ้าไฟฟ้า Duyen Hai Power Center เมื่อการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ศูนย์ไฟฟ้านี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 30 พันล้านกิโลวัตต์ต่อปี และเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2558 นักลงทุนชาวมาเลเซียได้เข้าร่วมโครงการนี้

แหล่งที่มา : เว็บไซต์สำนักข่าว Vietnam Investment Review วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2560

URL : http://www.vir.com.vn/2017-update-on-foreign-mega-investment-projects-in-vietnam.html

 

*******************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์