ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 9 มีนาคม 2560

ข่าวเด่นวันที่ 9 มีนาคม 2560

1.      บริษัท SCG เพิ่มการลงทุนในโครงการปิโตรเคมี

ภาพที่ 1 แบบจำลองโครงการเมื่อสร้างเสร็จ

บริษัท SCG หนึ่งในบริษัทผู้ลงทุนรายใหญ่ของประเทศไทยที่เข้ามาลงทุนในโครงการ Long Son Petrochemical Complex ในจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า จะซื้อหุ้นร้อยละ 25 ในโครงการดังกล่าวจากบริษัท Qatar Petroleum ซึ่งมีมูลค่า 36.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากซื้อหุ้นเรียบร้อย บริษัทจะถือหุ้นถึงร้อยละ 71 ซึ่งหุ้นที่เหลือร้อยละ 29 จะยังคงเป็นของกลุ่มบริษัทปิโตรเลียมและแก๊สแห่งชาติเวียดนาม (PVN)

ในปี พ.ศ. 2558 ข่าวที่ว่าบริษัท Qatar Petroleum จะถอนทุนจากโครงการนี้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างและยุทธศาสตร์ของบริษัททำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่าโครงการนี้จะมีปัญหาอีกมากหลังจากที่โครงการนี้ล่าช้ามาเป็นระยะเวลา 8 ปี เนื่องมาจากว่าบริษัท Qatar Petroleum ไม่ใช่เพียงเป็นแค่หุ้นส่วนที่สำคัญแต่ยังเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับโครงการนี้ ซึ่งในตอนนั้น บริษัท SCG ประกาศว่า บริษัทจะยังคงดำเนินการโครงการนี้โดยจะพยายามหาหุ้นส่วนใหม่เพื่อมาแทนที่บริษัท Qatar Petroleum แต่ตอนนี้ บริษัท SCG เลือกที่จะดำเนินโครงการนี้เองแทน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานและผู้บริหารกลุ่มบริษัท SCG กล่าวกับผู้สื่อข่าวในช่วงกลางปี พ.ศ. 2559 ว่า โครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ได้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี พ.ศ. 2560 โดยการก่อสร้างโครงการนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี และจะเริ่มใช้งานได้ในปี พ.ศ. 2564

โครงการ Long Son Petrochemical Complex หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Southern Petrochemical Complex จะถูกสร้างบนพื้นที่ 460 เฮกตาร์ ในเขตอุตสาหกรรม Long Son Petroleum Industrial Park และคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันที่จริงแล้ว โครงการนี้จะต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ประสบปัญหาอาทิ การเวนคืนที่ดินและการเปลี่ยนหุ้นส่วน ส่งผลให้โครงการเกิดความล่าช้า

ตามแผนการเดิมแล้ว โครงการนี้จะสามารถผลิต Olefin ได้ถึง 1.6 ล้านตันต่อปี และยังมีท่าเรือ คลังเก็บสินค้า และโรงไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่ของโครงการนี้ และจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์เข้าด้วยกัน

ที่มา The Saigon Times Daily วันที่ 8 มีนาคม 2560 หน้า 1

 

2.      วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องการลงทุนในธุรกิจ E-Commerce

นักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนับพันบริษัทได้เข้าอบรมเตรียมความพร้อมในการโฆษนาสินค้าและแบรนด์ของตนเองรูปแบบธุรกิจ E-Commerce ในวันที่ 7 มีนาคม 2560 ที่จังหวัดด่งนาย

การอบรมนี้ถูกจัดขึ้นโดยสมาคม E-Commerce เวียดนาม (Vietnam E-Commerce Association) ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าจังหวัดด่งนาย โดยใช้ชื่อการอบรมว่า “New Trands In Online Business” เป้าหมายของการอบรมเพื่อที่จะให้ภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของเวียดนามมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ E-Commerce รวมถึงศักยภาพและความสามารถของธุรกิจนี้ นอกจากนั้นยังเป็นการแนะนำกลไกทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจออนไลน์

นาย Nguyen Ngoc Dung รองประธานสมาคม E-Commerce เวียดนาม กล่าวในการอบรมว่า การสร้างเว็บไซต์เป็นของตนเองเป็นก้าวแรกในการเข้าสู่ธุรกิจ E-Commerce และการเลือกชื่อโดเมนของเว็บไซต์ไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต แต่มันยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัท ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยที่สำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของธุรกิจและความน่าเชื่อถือ

นาย Doan Quoc Tam ประธานบริษัท FTC Media กล่าวว่า การเลือกชื่อโดเมนที่ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรกของความสำเร็จและความน่าเชื่อถือ เมื่อทำธุรกิจออนไลน์โดยใช้ชื่อโดเมนที่ดีแล้ว มักจะการันตีได้ว่าเว็บไซต์จะเป็นที่รู้จักในหมู่ลูกค้า การเลือกชื่อโดเมนควรจะใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยทั่วไปแล้ว ชื่อโดเมน .com ถือว่าเป็นที่น่าเชื่อถือได้และใช้กับบริษัทที่วางแผนทางการตลาดไว้ทั่วโลกสืบเนื่องมาจากความน่าเชื่อถือ การใช้งานได้ง่าย และความมั่นคงของโดเมนนี้ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา

ตามรายงานของสมาคม E-Commerce เวียดนาม ในปี พ.ศ. 2558 บริษัทร้อยละ 43 ระบุว่าพวกเขามีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งานธุรกิจ E-Commerce ประเทศเวียดนามมีประชากรมากกว่า 95 ล้านคน ในจำนวนนั้น ร้อยละ 51.5 สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ และร้อยละ 62 ในจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเคยซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้ง และจำนวนเงินที่ใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ต่อ 1 คนมีมูลค่า 160 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของตลาดเวียดนามในการพัฒนาการค้าออนไลน์และธุรกิจ E-Commerce โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ในเวียดนามที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเวียดนามดูเหมือนว่าจะไม่สนใจในตลาด E-Commerce มากนัก มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพียงแค่ร้อยละ 20 ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองในการโฆษนาธุรกิจ ในขณะที่มีรายงานว่าจำนวนผู้บริโภคร้อยละ 70 ได้ค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ก่อนที่จะไปซื้อสินค้าโดยตรง

ผู้บริโภคจะรู้สึกยากลำบากในการค้นหาสินค้าและผลิตภัณฑ์หากธุรกิจต่างๆ เหล่านั้นไม่มีข้อมูลอยู่บนอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคชาวเวียดนามจะรู้สึกสนใจในโฆษณาเป็นพิเศษ ผู้บริโภคชาวเวียดนามชอบค้นหาข้อมูลออนไลน์ ชอบเล่น Social Networks และชอบดูวีดีโอออนไลน์

 

ที่มา Vietnam Investment Review วันที่ 8 มีนาคม 2560

URL: http://www.vir.com.vn/vietnamese-smes-to-invest-strongly-in-e-commerce.html

 

3.      ด่งนายถอนใบอนุญาตโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 40 โครงการที่ดำเนินการล่าช้า

คณะกรรมการจัดการเขตอุตสาหกรรมจังหวัดด่งนายได้ถอนใบอนุญาตโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ 40 โครงการที่ถูกทำให้ล่าช้าหรือถูกล้มเลิกโครงการไปเป็นเวลานาน

นาย Man Van Nhon รองประธานคณะกรรมการจัดการเขตอุตสาหกรรมจังหวัดด่งนายกล่าวว่า โครงการที่ถูกถอนใบอนุญาตมีมูลค่าการลงทุนรวม 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปัจจุบัน ด่งนายมีโครงการลงทุนจากต่างชาติประมาณ 1,300 โครงการ มูลค่าประมาณ 25.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 44 ประเทศและเขตแดน

นับตั้งแต่เริ่มต้นปี พ.ศ. 2560 คณะกรรมการได้ทำงานอย่างหนักเพื่อจะตรวจสอบสถานะของโครงการที่ได้รับใบอนุญาตหลายๆ โครงการ ซึ่งโครงการที่ล่าช้ากว่า 12 เดือนจะถูกถอนใบอนุญาต ซึ่งจะส่งผลดีต่อจังหวัดในการหานักลงทุนรายอื่นเข้ามาลงทุนพัฒนาจังหวัดให้เร็วยิ่งขึ้น

นาย Nhon ยังกล่าวเสริมว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับโครงการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและใช้แรงงานน้อยลง นอกจากนั้นยังสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุน จังหวัดต้องการให้เกิดการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมภายในพื้นที่รอบๆ อำเภอเมืองมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2559 จังหวัดด่งนายได้ให้ใบอนุญาตการลงทุนแก่โครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ 100 โครงการ ร้อยละ 50 เป็นโครงการลงทุนในพื้นที่เขตภูเขา เช่นอำเภอ Dau Giay อำเภอ Suoi Tre อำเภอ Long Khanh และในเขตอุตสาหกรรม Nhon Trach 3

ในปัจจุบัน จังหวัดด่งนายมีเขตอุตสาหกรรม 32 เขต และสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติได้ปีละกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา Vietnam Investment Review วันที่ 9 มีนาคม 2560

URL: http://www.vir.com.vn/dong-nai-revokes-40-delayed-abandoned-fdi-projects.html