ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560

ข่าวเด่นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560

 

1.       นครดานังส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในงานสัมมนาทรัพยากรแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญหาใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวของนครดานังคือ การขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ซึ่งวิทยาลัยและศูนย์ฝึกอบรมสามารถจัดหาคนได้เพียงหนึ่งในห้าของทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ การขาดแคลนทรัพยากรแรงงานในด้านนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นาย Nguyen Quang Thanh ผู้อำนวยการสำนักงานข้อมูลสารสนเทศนครดานังกล่าวว่า นครดานังมีบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศประมาณ 700 บริษัท ซึ่งในจำนวนนั้น 250 บริษัทเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีอัตราขยายตัวของแรงงานร้อยละ 25-30 ต่อปี อย่างไรก็ตาม วิทยาลัยและศูนย์ฝึกอบรมในนครดานังสามารถจัดหาแรงงานได้เพียงแค่ร้อยละ 20 ของความต้องการของตลาดเท่านั้น ในขณะที่แรงงานที่เหลือนั้นต้องมีการว่าจ้างมาจากจังหวัดอื่นๆ รวมถึงแรงงานจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกด้วย วิทยาลัยเทคโนโลยีดานังมีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนกว่า 3,000 คน แต่นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 มีนักศึกษาที่เข้าเรียนในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงแค่ 300 คนต่อปีเท่านั้น นาย Thanh กล่าวเสริมอีกว่า ศูนย์การศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศควรที่จะมุ่งเน้นที่การฝึกทักษะความชำนาญที่สามารถปฎิบัติได้จริงมากกว่าแค่การเรียนตามทฤษฎี

นาย Nguyen Thanh Binh คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศของวิทยาลัยเทคโนโลยีดานังกล่าวว่า ร้อยละ 80 ของนักเรียนสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถหางานได้หลังเรียนจบแล้วสามเดือน และนักเรียนเกือบทั้งหมดมีงานที่มั่นคงภายใน 1 ปีถัดมา

นาย Nguyen Tuan Phuong ประธานบริษัท Da Nang FPT Software กล่าวว่า ในปีที่แล้วทางบริษัทได้มีการว่าจ้างพนักงานจำนวน 500 คนซึ่งมีเพียงแค่ 100 คนมาจากนครดานัง ซึ่งนาย Phuong ให้สัมภาษณ์ว่า ทางบริษัทต้องการกำลังคนจำนวนมากสำหรับโครงการใหญ่ในทุกๆ ปี แต่ระบบการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของนครดานังยังไม่สามารถผลิตแรงงานออกมาสู่ท้องตลาดได้เพียงพอ ทั้งนี้บริษัทต้องแข่งขันกับบริษัทอื่นในการรับสมัครนักเรียนที่จบการศึกษาจากวิทยาลัย นอกจากนั้นเมื่อรับคนเข้าทำงานแล้ว บริษัทยังต้องสอนงานให้กับนักศึกษาจบใหม่เพิ่มเติมอีก

นาย Nguyen Tan Khoi  รองคณบดีของวิทยาลัยเทคโนโลยีดานังได้เสนอว่า ควรจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธุรกิจต่างๆ กับศูนย์ฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่อจัดหาพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนั้นแล้ว หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศที่วิทยาลัยควรได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความต้องการจ้างงานของหลายๆบริษัท

นาย Phuc Trung Kien จากวิทยาลัย FPT กล่าวว่าทางวิทยาลัยจะจัดทำโครงการหลักสูตรการเรียนอย่างเร่งรัดภายใน 4 ภาคการศึกษา หรือภายใน 16 - 20 เดือน

นาย Kien กล่าวว่า ทางวิทยาลัยมีจุดประสงค์ที่จะให้ความรู้นักเรียนด้วยหลักสูตรการเรียนระยะสั้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ นักเรียนสามารถเพลิดเพลินไปกับการเรียนและการเรียนทักษะความชำนาญด้วยตัวเอง รวมทั้งการเรียน ณ สถานที่ทำงานกับวิศวกรเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว นักเรียนสามารถเลือกช่วงเวลาการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวนักเรียนเอง และทางวิทยาลัยยังมีโอกาสมากมายให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะและความรู้ของตนเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จในการว่าจ้างงานจากนายจ้าง

นาย Hoang Nam Tien ประธานบริษัท FPT Software กล่าวว่า ทางบริษัทมีการว่าจ้างพนักงาน 3,000 คนต่อปีเพื่อจัดหากำลังคนให้เพียงพอกับโครงการในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันทางบริษัทมีพนักงาน 10,000 คน ซึ่งในจำนวนนั้น 1,300 คนนั้นกำลังทำงานในต่างประเทศ 19 ประเทศทั่วโลก ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะจ้างพนักงาน 30,000 คนด้วยงบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 นาย Tien ได้วิจารณ์การศึกษาในอุตสาหกรรมนี้ของเวียดนามว่า ศูนย์การศึกษาเกือบทุกที่ในเวียดนามยังไม่สามารถตามกระแสการพัฒนาของโลกได้ทัน รวมไปถึงการตามกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ และบริษัทอยากจะเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจด้านการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยปรับปรุงให้หลักสูตรทันสมัยขึ้นด้วย

นาย Nguyen Thanh Nam รองผู้บริหารวิทยาลัย FPT กล่าวว่า นักเรียนสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถหางานทำได้ที่บริษัทในเครือ FPT Groups หลังจากจบการเรียนหลักสูตร 4 ปี นอกจากนั้น ทางวิทยาลัยเองยังพร้อมแล้วสำหรับการร่วมมือกับวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับการตอบสนองต่อปัญหาความขาดความแคลนทรัพยากรมนุษย์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในนครดานังและประเทศเวียดนามเช่นกัน

ในปีที่แล้ว บริษัท FPT Software ได้เริ่มโปรแกรม 10,000-Bridge Software Engineer (BrSE) เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จักในตลาดญี่ปุ่นภายในปีพ.ศ. 2563 นอกจากนั้น บริษัท FPT Software ได้เปิดสาขาใหม่ในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย นครโฮจิมินห์ นครเกิ่นเทอ และนครดานัง

ในปีที่แล้ว บริษัท FPT Group ได้เปิดศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และศูนย์ FPT Complex ในนครดานังเพื่อให้มีพื้นที่สำนักงานสำหรับพนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 3,200 คนในระยะแรกและวิศวกรจำนวน 10,000 คนในระยะที่สอง

แหล่งที่มา Vietnamnews วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 URL: http://vietnamnews.vn/economy/351290/da-nang-to-boost-it-training-manpower.html#ZZl5pJZLv4683BdG.99

ภาพที่ 1 FTP Complex นครดานัง

2.       จังหวัดกว๋างหงายอนุญาตให้บริษัท Hoa Phat ลงทุนในโครงการ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รองนายกรัฐมนตรี Trinh Dinh Dung ได้ลงนามรับรองให้บริษัท Hoa Phat ดำเนินโครงการลงทุนผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กที่เขตเศรษฐกิจ Dung Quat ในจังหวัดกว๋างหงาย โดยโครงการนี้เป็นโครงการลงทุนที่สูงที่สุดของบริษัท

โครงการนี้ได้รับการเห็นชอบและผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงการวางแผนและการลงทุน กระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการก่อสร้าง และกระทรวงการคลัง นอกจากนั้นโครงการนี้ก็ยังได้ผ่านการเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีว่าเป็นโครงการที่จะพัฒนาจังหวัดได้เป็นอย่างดี

ข้อเสนอแนะของกระทรวงพาณิชย์คือให้บริษัทดำเนินโครงการตามมาตรา 59 วันที่ 18/06/2015 ของรัฐบาลซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการการลงทุนโครงการก่อสร้าง และให้นักลงทุนใส่ใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาพัฒนาพัฒนาพื้นที่

คณะกรรมการประชาชนจังหวัดกว๋างหงายจะร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการตรวจสอบการลงทุนของบริษัทในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ ว่าได้ทำไปอย่างถูกต้องหรือไม่ และกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติก็จะเข้ามาดูแลในเรื่องของเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจะจัดการอย่างเด็ดขาดหากการลงทุนนี้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

โครงการนี้มีเงินลงทุน 60,000 พันล้านด่ง (3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะสามารถผลิตเหล็กได้ปีละ 4 ล้านตัน ระยะเวลาของโครงการอยู่ที่ 50 ปี ใช้พื้นที่ 372.7 เฮกตาร์ เงินที่ใช้ในการลงทุน 20,000 พันล้านด่งจะมาจากบริษัท Hoa Phat และอีก 40,000 พันล้านด่งที่เหลือจะมาจากการระดมทุนจากแหล่งต่างๆ

ที่มา Baomoi วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 URL: http://www.baomoi.com/quang-ngai-dong-y-trien-khai-khu-lien-hop-gang-thep-tai-dung-quat/c/21568456.epi

 

3.       คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์กำลังพิจารณาเก็บภาษีร้านค้าใน Facebook

มีเว็บไซต์ขายของบนอินเตอร์เน็ตประมาณ 80,000 เว็บไซต์ที่กำลังดำเนินกิจการอยู่ในตอนนี้ แต่กระบวนการเก็บภาษีของหน่วยงานภาครัฐกับผู้ขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตเหล่านั้นสามารถเก็บได้เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับร้านค้าใน Facebook และในปีนี้ มีบริษัทร้อยละ 35 ที่ดำเนินกิจการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบปี พ.ศ. 2559 ในขณะที่มีเว็บไซต์เพียงแค่ร้อยละ 5.8 ที่ทำการลงทะเบียนกับทางการ และจากผลสำรวจประชาชนที่ทำการซื้อของในอินเตอร์เน็ต ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 60 เคยซื้อของบนอินเตอร์เน็ต

จากการประชุมของคณะผู้นำนครโฮจิมินห์กับสำนักงานจัดเก็บภาษี วันที่ 19 กุมพาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาการของกระบวนการจัดเก็บภาษียังไม่สามารถตามรูปแบบเศรษฐกิจและการค้าใหม่ๆ ได้ทัน นาย Pham Thanh Kien ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าของนครโฮจิมินห์ให้สัมภาษณ์ว่า ในปัจจุบันการค้าผ่านอินเตอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างแข็งขัน มีเว็บไซต์ประมาณ 80,000 เว็บไซต์ที่ทำการค้าขายในอินเตอร์เน็ต แต่กระบวนการจัดเก็บภาษีกับผู้ค้าเหล่านั้นยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และอยากจะขอให้คณะกรรมการประชาชนร่วมมือกับ Facebook ในการสร้างกลไกตรวจสอบแหล่งที่มาของยอดขาย

นาย Bui Van Nam ผู้อำนวยการสำนักงานจัดเก็บภาษีของนครโฮจิมินห์ได้ยืนยันว่าทางสำนักงานจะหาทางจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจัง และจะออกมาตรการในการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม และจะหาวิธีให้ผู้ค้าขายในอินเตอร์เน็ตรู้ว่ากำลังทำอะไรผิด จะได้ไม่กล้าทำผิดอีก และเรียกร้องให้ผู้ขายของในอินเตอร์เน็ตมาลงทะเบียนกับทางการเพื่อจะได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง

 

แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 หน้า 6

 

********************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์