ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

ข่าวเด่นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

 

1.       นครโฮจิมินห์เร่งพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจให้ดีขึ้น

ผู้นำของคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้แสดงความตั้งใจในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจในนครโฮจิมินห์ให้ดีขึ้นและจะให้การสนับสนุนนักลงทุนให้มีบริษัทจดทะเบียนตั้งใหม่จำนวน 50,000 บริษัทในปี 2560

ประธานคณะกรรมการประชาชนนาย Nguyen Thanh Phong ให้สัมภาษณ์ ณ ที่ประชุมงานของสำนักงานวางแผนและการลงทุนเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ว่าทางคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ทำงานให้หนักขึ้นในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจต่างๆ โดยนครโฮจิมินห์ได้ตั้งเป้าว่าจะมีบริษัทจดทะเบียนตั้งใหม่จำนวน 50,000 บริษัทและธุรกิจเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์ นอกจากนี้ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ยังส่งเสริมให้ธุรกิจในครัวเรือนกว่า 260,000 ธุรกิจในนครโฮจิมินห์ให้แปลงสภาพเป็นบริษัทจดทะเบียน

ภาพที่ 1 ตลาด Ben Thanh ตลาดค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในนครโฮจิมินห์

ปัจจุบันนครโฮจิมินห์มีบริษัทจดทะเบียนประมาณ 300,000 บริษัท และตั้งเป้าว่าภายในปี พ.ศ. 2563 จะมีบริษัททั้งหมด 500,000 บริษัท ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เรียกร้องให้สำนักงานวางแผนและการลงทุนนครโฮจิมินห์ช่วยสนับสนุนบริษัทต่างชาติโดยการเชื่อมต่อพวกเขากับผู้ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนกลุ่มบริษัทเอกชนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

นาย Phong ยังเรียกร้องให้สำนักงานการวางแผนและการลงทุนให้เพิ่มนโยบายดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจที่สำคัญ รวมทั้งให้ความสำคัญต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้สำนักงานจะต้องทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปี 2559 นครโฮจิมินห์อยู่ในอันดับที่ 5 ของเมืองที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากที่สุดของเวียดนาม นาย Phong กล่าวว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติจะมีมูลค่ามากกว่านี้หากหน่วยงานราชการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Saigon Times Daily วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 หน้า 1

 

2.       คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่าอนุมัติการก่อสร้าง 8 โครงการใหญ่ในจังหวัด

จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่าได้มอบหนังสือรับรองธุรกิจใบอนุญาตลงทุนให้แก่ 8 โครงการสำคัญซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการขนส่ง โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ โรงงานกระจก และโรงงานผลิตเบียร์

จังหวัดกล่าวว่า นักลงทุนที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินโครงการขนาดใหญ่นี้จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้ที่ดิน พลังงานและแรงงานน้อย และจะใส่ใจในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

จังหวัดจะอำนวยความสะดวกในการลงทุนแก่นักธุรกิจและจะส่งเสริมให้มีการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น (1) โครงการท่าเรือน้ำลึก Cai Mep (2) โครงการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อท่าเรือ Cap Mep – Thi Vao (3) โครงการก่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยว (4) โครงการพัฒนาเกษตรกรรมโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และ (4) โครงการพัฒนาการประมงของจังหวัด ทั้งนี้ผู้นำจังหวัดให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงให้ข้อมูลที่สำคัญ การช่วยเหลือนักลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และ

ในปัจจุบันนี้ จังหวัดมีบริษัทเวียดนามลงทุนจำนวน 8,200 บริษัท มูลค่าการลงทุนจำนวน 245.5 ล้านด่ง (10.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และบริษัทลงทุนต่างชาติจำนวน 322 บริษัท มูลค่าการลงทุนจำนวน 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งที่มา : The Saigon Times Daily newspaper วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 หน้าที่ 1

 

3.       โรงแรมขนาดเล็กในนครดานังกำลังประสบปัญหา

ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กหลายๆแห่งในนครดานังประกาศขายกิจการเนื่องจากจำนวนห้องพักมากกว่าความต้องการของลูกค้า

จากการสำรวจของสำนักข่าวพบว่า โรงแรมระดับ 1-2 ดาวหลายแห่งกำลังประสบปัญหาและอยู่ระหว่างการขายกิจการ โดยราคาขายของโรงแรมในนครดานังมีตั้งแต่ 10 พันล้านด่ง (ประมาณ 444,300 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปจนถึง 100 พันล้านด่ง

พนักงานธุรกิจการท่องเที่ยว นาย Troung กล่าวว่ามีโรงแรมที่มีจำนวนห้องพัก 40 – 100 ห้อง กำลังถูกขายบนเว็บไซต์ราคาอยู่ที่ 35 – 90 พันล้านด่ง และโรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องเพียง 10 ห้อง หรือมากกว่าเล็กน้อยถูกขายอยู่ที่ประมาณ 10 พันล้านด่ง โรงแรมขนาดเล็กจำนวนมากบนถนน Vo Nguyen Giap ที่ตั้งราคาไว้ประมาณ 10 ล้านด่งก็กำลังหาผู้ซื้ออยู่เช่นกัน

สำนักงานการท่องเที่ยวนครดานังกล่าวว่า นครดานังมีโรงแรมระดับ 1-2 ดาวกว่าร้อยแห่ง และมีอัตราการเข้าพักที่ต่ำมาก อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมระดับ 1-2 ดาวอยู่ที่ร้อยละ 25-30 สำหรับโรงแรมระดับ 3 ดาวอยู่ที่ร้อยละ 46 โรงแรมระดับ 4 ดาวอยู่ที่ร้อยละ 72 และโรงแรมระดับ 5 ดาวอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ อัตราเฉลี่ยเหล่านี้เป็นอัตราเฉลี่ยในช่วงวันหยุดตรุษเวียดนามซึ่งความต้องการเข้าพักสูงเป็นอย่างมาก

นาย Cao Tri Dung ประธานสมาคมการท่องเที่ยวนครดานังกล่าวว่า อัตราการเข้าพักในโรงแรมระดับ 1-2 ดาวหลายแห่งในนครดานังนั้นต่ำมากเนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะพักโรงแรมที่มีบริการและมีคุณภาพดีอย่างไรก็ตาม โรงแรมขนาดเล็กหลายๆโรงแรมยังคงทำกำไรได้จากการเสนอบริการที่มีคุณภาพและเน้นที่นักท่องเที่ยวที่หาที่พักราคาถูกในออนไลน์ ห้องพักโรงแรมระดับ 1-2 ดาวในนครดานังอยู่ที่ราคาโดยเฉลี่ย 200,000-300,000 ด่งต่อคืน ซึ่งต่ำกว่าหลายๆที่ในเวียดนาม ยกเว้นช่วงเทศกาลวันหยุด

อัตราการเข้าพักที่ต่ำของโรงแรมขนาดเล็กมีเหตุมาจากห้องพักมากเกินความต้องการของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามโรงแรมขนาดเล็กที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำ Han และบริเวณที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมพักอาศัย โรงแรมที่มีความกว้าง 5 เมตรและยาว 20 เมตรซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Vo Nguyen Giap นั้นมีราคาเกือบ 13 พันล้านด่งเช่นเดียวกันกับที่ดินบริเวณนั้นที่มีราคา 100 ล้านด่งต่อหนึ่งตารางเมตร

แหล่งที่มา : The Saigon Times Daily newspaper วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 หน้าที่ 2

 

4.       นครโฮจิมินห์จะเปลี่ยนพื้นที่จำหนายยาสมุนไพรดั้งเดิมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ภาพที่ 2 ถนน Trieu Quang Phu เขต 5 ในนครโฮจิมินห์มีร้านขายยาสมุนไพรดั้งเดิมจำนวนมาก

บริษัทท่องเที่ยวจะจัดทัวร์ท่องเที่ยวในเขต 10 แขวง 5 ที่เป็นชุมชนของร้านจำหน่ายยาสมุนไพรดั้งเดิมนาย Pham Quoc Huy ประธานของแขวง 5 กล่าวว่าฝ่ายบริหารจังหวัดและบริษัททัวร์ได้ตกลงร่วมกันในประชุม โดยสรุปว่าบนถนน Luong Nhu Hoc, Trieu Quang Phu และ Hai Thuong Lan Ong มีคลินิคและร้านจำหน่ายยาสมุนไพรดั้งเดิมตั้งอยู่จำนวน 128 แห่ง

ถนน Luong Nhu Hoc ถูกเริ่มทดลองเปลี่ยนให้เป็นแหล่งจำหน่ายยาสมุนไพรดั้งเดิมด้วยจำนวน 18 ร้านตั้งแต่สิ้นปีที่แล้ว ถนน Trieu Quang Phu และ Hai Thuong Lan ก็จะเริ่มเปลี่ยนและเพิ่มให้เป็นแหล่งใหม่ในการท่องเที่ยวด้วย

ตัวแทนจากบริษัทท่องเที่ยวต่างๆ เช่น Saigontourist และ Ben Thanh Tourist ได้แสดงความสนใจในการร่วมมือกับแขวง 5 เพื่อดำเนินการตามแผนนี้

ทั้งนี้แขวง 5 กำลังจะจัดงานสัปดาห์แห่งยาสมุนไพรดั้งเดิมตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมมากขึ้น

แหล่งที่มา : The Saigon Times Daily newspaper วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 หน้าที่ 2

 

5.       โครงการสร้างถนนหลายเส้นในพื้นที่สามเหลี่ยมแม่น้ำโขงใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

กระทรวงคมนาคมรายงานว่า โครงการสร้างถนนหลายสายบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมแม่น้ำโขงจะสร้างเสร็จในปีนี้ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานให้กับภูมิภาค โครงการ 5 โครงการจะถูกสามารถใช้งานได้ภายในปีพ.ศ. 2560 และ 2561 ซึ่งรวมถึงโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 63 ในจังหวัดก่าเมา โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 61 ในจังหวัดเหิ่วซาง โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 54 ในจังหวัดด่งท้าบ การสร้างสะพาน Long Binh ในจังหวัดลองอาน และการสร้างถนนหลวงหมายเลข 30

ในต้นปีพ.ศ.2559 สามโครงการในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินกู้ความช่วยเหลือพัฒนาอย่างเป็นทางการมีมูลค่ารวม 17.5 ล้านล้านด่งคือโครงการ Southern Coastal Corridor (ระยะที่ 1) และโครงการสร้างสะพานใหม่จำนวน 27 โครงการได้ถูกเปิดใช้ และอีกสองโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนงบประมาณจากเงินกู้ความช่วยเหลือพัฒนาอย่างเป็นทางการมูลค่ารวม 25.15 ล้านล้านด่งกำลังก่อสร้างอยู่ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างสะพาน Vam Cong โครงการก่อสร้างสะพาน Cao Lanh และโครงการก่อสร้างทางด่วน Lo Te- Rach Soi

ภาพที่ 3 โครงการ Southern Coastal Corridor

นอกจากนั้นยังมีอีก 6 โครงการที่ใช้เงินสนับสนุนกู้ยืมของรัฐบาลในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมูลค่ารวม 17.25 ล้านล้านด่งซึ่งมีโครงการการขุดลอกคลองแม่น้ำ Hau การสร้างถนนเชื่อม My Loi – Go Cong Tay – My tho ในช่วงทางหลวงหมายเลข 50 การสร้างทางเชื่อม Nam Can – Dat Mui ในช่วงทางหลวงนครโฮจิมินห์ การสร้างทางเชื่อม Cai Tu – Go Quao – Ben Nhat ในช่วงทางหลวงหมายเลข 61 และการสร้างทางเชื่อม Cao Lanh – Hong Ngu ในช่วงทางหลวงหมายเลข 30

กระทรวงคมนาคมกำลังร่วมมือกับกระทรวงการวางแผนและการลงทุนเพื่อที่จะสร้างโครงการลงทุนระยะกลางโดยใช้เงินกู้ของรัฐบาลในช่วงระหว่างปี 2559 – 2563 โดยให้ความสำคัญกับ 17 โครงการที่สำคัญเช่นโครงการทางหลวงหมายเลข 91 โครงการทางหลวงหมายเลข 57 โครงการทางหลวงหมายเลข 61B โครงการทางหลวงหมายเลข 1 และทางด่วนหมายเลข 1 งบประมาณที่คาดไว้ประมาณ 23 ล้านล้านด่ง

จากรายงานของกระทรวงคมนาคม รัฐสภาได้เห็นชอบในการที่จะใช้เงินกู้รัฐบาลสำหรับโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ต้องการความเห็นชอบจากรัฐสภา อย่างไรก็จากหลังจากแบ่งเงินไปสร้างโครงการสนามบินนานาชาติ Long Thanh และโครงการเชื่อมต่อภาคเหนือและภาคใต้แล้ว เงินงบประมาณจะไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานของโครงการทั้งหมด ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจะต้องจัดลำดับความสำคัญเพื่อให้รัฐสภาเห็นชอบอีกครั้ง และในกรณีที่เงินกู้รัฐบาลและเงินกู้ความช่วยเหลือพัฒนาอย่างเป็นทางการไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง กระทรวงคมนาคมจะแสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชนในลักษณะ Public Private Partnership (PPP) ในรูปแบบโครงการ Build-Operate-Transfer (BOT) 4 โครงการซึ่งกำลังรอเงินทุนจากภาคเอกชนร่วมลงมืออยู่ โดยในจำนวนนั้นมีโครงการพัฒนาเส้นทาง Au Rach Chanh – Moc Hoa บนถนนหลวงสายที่ 62 โครงการสร้างสะพาน Chau Doc โครงการสร้างทางเชื่อม My Thuan – Can Tho และโครงการยกระดับคลอง Cho Gao โครงการ BOT โครงการอื่นๆ จะถูกตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเช่นโครงการสร้างทาง Vinh Long บนถนนหลวงหมายเลข 54 โครงการก่อสร้างสะพาน 5 เส้นบนถนนหลวงหมายเลข 80 ที่จังหวัด Dong Thap และเส้นทางเชื่อมต่อสะพานนครเกิ่นเทอกับท่าเรือ Cai Cui

แหล่งที่มา The Saigon Times Daily วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

 

*************************************

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์