ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560

ข่าวเด่นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560

 

1.       จังหวัดเถื่อเทียน-เว้ตั้งเป้าดึงดูดโครงการลงทุน 20 โครงการในปี พ.ศ.2560

ปี 2559 นับว่าเป็นปีที่จังหวัดเถื่อเทียน-เว้ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนเข้าสู่เขตอุตสาหกรรม เขตพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ จังหวัดเถื่อเทียน-เว้สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในจังหวัดได้มากถึง 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 4,900 พันล้านด่ง จำนวนการลงทุนในจังหวัดทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ที่ 140 โครงการ

บริษัท Vitto Phu Loc ซึ่งเป็นบริษัทผลิตกระเบื้องที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 560 พันล้านด่ง และได้รับอนุญาตในปีพ.ศ.2559 ให้ลงทุนในเขตอุตสาหกรรม La Son เปิดเผยถึงเหตุผลในการเลือกมาลงทุนในจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ว่า การได้รับอนุญาตให้ลงทุนและได้รับการช่วยเหลือโดยตรงจากทางจังหวัด การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อกับเขตอุตสาหกรรม La Son ทำให้บริษัทสามารถดำเนินโครงการธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ในอนาคตอันใกล้ บริษัทคาดหวังว่าจะเพิ่มโครงการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ภาพที่ 1 พระราชวังโบราณของจังหวัดเถื่อเทียน-เว้

ในจำนวน 14 โครงการที่ได้รับใบอนุญาตจากทางจังหวัดในปีพ.ศ. 2559 มีโครงการเงินลงทุนสูงจำนวนมากที่ถูกคาดหวังว่าจะสามารถผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดได้ เช่น (1) โครงการการสร้างแหล่งที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Lap An ของกลุ่มบริษัท Bitexco ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,300 พันล้านด่ง (2) โครงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ Minh Vien Lang Co ของกลุ่มบริษัท Lu’s World Shine ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 7,700 พันล้านด่ง และ (3) โครงการโรงงานผลิตกระเป๋า เครื่องหนัง เครื่องนุ่งห่ม ของบริษัท Hanex ประเทศเกาหลี ด้วยเงินลงทุนกว่า 222 พันล้านด่ง ในปีพ.ศ.2559

สำหรับในปีพ.ศ.2560 จังหวัดคาดหวังว่าจะสามารถดึงดูดโครงการลงทุนได้มากถึง 20 โครงการให้เข้ามาสู่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่อุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 6 ล้านล้านเวียดนามด่ง (ประมาณ 264.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และตั้งเป้าหมายให้พื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมถูกใช้งานเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 นาย Nguyen Que รองผู้อำนวยการคณะผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตอุตสาหกรรมกล่าวว่า คณะผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตอุตสาหกรรมจะร่วมกันสร้างโครงการที่จะส่งเสริมการลงทุนของนักธุรกิจโดยจะช่วยเหลือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันคณะผู้บริหารกำลังทำงานร่วมกันบริษัทใหญ่ๆ ภายในประเทศคือบริษัท FLC Group บริษัท VinGroup บริษัท Bitexco และบริษัท Viglacera และคณะผู้บริหารจะร่วมกันกระชับความร่วมมือกับบริษัทต่างชาติคือบริษัท JICA บริษัท Kpoca และบริษัท Jetro เพื่อที่จะส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่จังหวัดในอนาคต

สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในเขตเศรษฐกิจ Chan May – Lang Co เจ้าหน้าที่ของจังหวัดกำลังให้การช่วยเหลือในส่วนของขั้นตอนการสร้างและการเบิกจ่ายเงินทุน โครงการที่เจ้าหน้าที่ของจังหวัดกำลังให้การช่วยเหลืออยู่คือขั้นตอนที่สองของโครงการ Lang Co Laguna โครงการก่อสร้าง Minh Vien Lang Co Resort โครงการ Wharf 3 ที่ท่าเรือ Chan May โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเขตอุตสาหกรรม Viglacera โครงการก่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Lap An ของบริษัท Bitexco และโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเขตอุตสาหกรรมและเขตปลอดภาษี Saigon Chan May  

Nguyen Van Cao ประธานสภาประชาชนของจังหวัดได้กล่าวว่าทางจังหวัดได้ออกมาตรการที่สำคัญจำนวนมากในการสนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนเช่นการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการลงทุนและการทำธุรกิจ และจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2559 ในอนาคตจังหวัดจะเพิ่มคุณภาพของสมาคมธุรกิจและกลุ่มการค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจให้มากขึ้น ทางจังหวัดจะลงทุนมากกว่า 2 ล้านล้านเวียดนามด่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรม และในเวลาเดียวกันจังหวัดจะปรับปรุงโครงสร้างระบบการฝึกฝนอาชีพควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบการจัดการ โดยจะให้ขั้นตอนการยื่นเอกสารและการจัดการต่างๆ ของจังหวัดร้อยละ 50 สามารถทำออนไลน์ได้ และปรับใช้รูปแบบ One Door Model ที่ที่ทำการจังหวัดและอำเภอต่างๆ และจะเพิ่มความพึงพอใจต่อกระบวนการการจัดการของภาครัฐต่อประชาชนและนักธุรกิจให้เพิ่มมากกว่าร้อยละ 80

แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Vietnam News วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 หน้า 14

 

2.      จังหวัดกว๋างหงาย แหล่งลงทุนที่น่าสนใจในภาคกลาง

ปีพ.ศ.2559 นับว่าเป็นปีทองของจังหวัดกว๋างหงาย มีโครงการลงทุนจำนวน 43 โครงการได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนได้ ในจำนวนนั้นมีโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติจำนวน 8 โครงการ ทำให้ในปัจจุบันจังหวัดมีจำนวนโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติทั้งหมด 40 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดมากกว่า 1 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ

ไม่เพียงแต่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติเท่านั้น การลงทุนในประเทศที่เข้ามาสู่จังหวัดก็น่าประทับใจมากเช่นกันด้วยโครงการลงทุน 35 โครงการที่ได้รับอนุญาตในปีพ.ศ. 2559 ทำให้ในปัจจุบันมีโครงการลงทุนในประเทศของจังหวัดเป็นจำนวน 331 โครงการด้วยมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดเกือบ 155,000 พันล้านด่ง นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด

เมื่อ 20 ปีที่แล้วคงไม่มีใครเชื่อว่าพื้นที่แห้งแล้งและด้อยพัฒนาในจังหวัดนี้จะกลายเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเหมือนวันนี้ได้ เขตเศรษฐกิจ Dung Quat ถูกก่อตั้งขึ้นโดยถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่ควบคุมโดยรัฐบาล เขตเศรษฐกิจนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนชาวจีนและชาวเวียดนาม ธุรกิจที่นักธุรกิจสนใจลงทุนมากคือการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐาน

เขตเศรษฐกิจนี้มีโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันอันดับ 1 ของเวียดนามที่ได้รับการสร้างด้วยรูปแบบที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการพัฒนาของจังหวัดยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคกลาง และในอนาคตจะทำการพัฒนาและขยายเขตพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันซึ่งจะทำให้สามารถกลั่นน้ำมันได้เพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านตันต่อปีเป็น 8.5 ล้านตันต่อปี โครงการลงทุนพัฒนาและขยายพื้นที่มีมูลค่ากว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลมีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมซึ่งจะทำให้เมืองอุตสาหกรรมนี้กลายเป็นศูนย์การเมืองพลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดทำให้มูลค่าการผลิตของอุตสาหกรรม การบริการ และการค้าในปีพ.ศ.2559 มีมูลค่ามากกว่า 100,000 พันล้านด่ง สินค้าที่ค้าขายในเขตเศรษฐกิจ Dung Quat มีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 คิดเป็นจำนวน 15 ล้านตัน

นายเหวียน ดัง หลก รองผู้อำนวยการสำนักงานการวางแผนและการพัฒนาจังหวัดกว๋างหงายให้สัมภาษณ์ว่าในปีพ.ศ. 2559 จังหวัดได้ต้อนรับนักลงทุนที่เข้ามาสำรวจหาความเป็นไปได้ในการลงทุนกว่า 70 บริษัท ในจำนวนนั้นมีกลุ่มบริษัท Exxon Mobil ของสหรัฐอเมริกา กลุ่มบริษัท Petrovietnam เข้ามาสำรวจและประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการพลังงาน กลุ่มบริษัท General Electric เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการผลิต จัดจำหน่าย และซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มบริษัท Hyosung ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในการผลิตพลาสติกโพลิโพรไพลีนจากแก๊ส LPG จากการเข้ามาสำรวจและวิจัยที่กล่าวไปข้างต้นทำให้เห็นว่าจังหวัดมีศักยภาพอย่างมากในการรองรับการลงทุนของบริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ

ปัจจัยที่ทำให้จังหวัดกว๋างหงายสามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาได้มากมายอาจเป็นเพราะการมียุทธศาสตร์ที่ที่เอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนซึ่งทำให้เกิดสภาพดีที่ในการลงทุน คุณว๋อ วัน เถื่องซึ่งเป็นเลขาธิการจังหวัดกว๋างหงายยืนยันว่ายุทธศาสตร์นี้จะทำให้จังหวัดมีความทันสมัย ดึงดูด เป็นสถานที่ที่บริษัทที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและมีคุณภาพล้วนอยากเข้ามาลงทุน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรักษานักลงทุนชาวสิงคโปร์ไว้ในพื้นที่แห้งแล้งเช่นนี้ แต่จังหวัดกว๋างหงายก็สามารถทำได้โดยการดึงดูดบริษัท VSIP ให้เข้ามาลงทุนในโครงการสร้างเขตอุตสาหกรรมเวียดนาม-สิงคโปร์ไว้ได้ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในทศวรรษที่ผ่านมาของจังหวัด ซึ่งเขตพื้นที่ดังกล่าวกำลังขยายออกไปให้นักลงทุนสามารถเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ทางจังหวัดใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์ มีความเปิดกว้าง รวดเร็ว ให้กับนักลงทุนที่มองหาโอกาสที่นี่

การที่ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งเสริมการลงทุนข้างต้นที่จังหวัดกว๋างหงายนับวันยิ่งน่าสนใจมากขึ้น จากจังหวัดยากจนเล็กๆ กว๋างหงายสามารถเข้ามาอยู่ใน 10 พื้นที่ที่มีงบประมาณสูงที่สุด ได้รับการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลสูง และมีรายได้เฉลี่ยต่อคนสูงถึง 52.6 ล้านด่งต่อปี (เกือบ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ต่อปี)

แหล่งที่มา http://baodautu.vn/quang-ngai-gat-mua-vang-trong-thu-hut-dau-tu-d58257.html วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560

 

3.      จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่าเตรียมตัวต้อนรับโครงการลงทุนพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาพที่ 2 บริษัท ตัวแทน Hyosung และผู้นำจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน

บริษัท Hyosung เตรียมการที่จะลงทุนมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า โดยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับสภาประชาชนจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่าเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ที่การประชุมนักลงทุนและนักธุรกิจ พ.ศ.2560 โดยจะลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกโพลิโพรไพลีน (PP) บ่อเก็บแก๊สธรรมชาติ LPG ท่าเรือน้ำมันและ LPG

หากทุกขั้นตอนดำเนินการไปได้ด้วยดี ในอนาคตอันใกล้นี้ทางจังหวัดบาเหรี่ยะ หวุงเต่าก็จะมีโครงการพันล้านดอลลาร์อีกหนึ่งโครงการ โดยโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุดคือโครงการ Ho Tram Strip ที่มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ในงานประชุมที่จัดขึ้นนี้ มีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตลงทุนด้วยเงินลงทุนร่วมกันเกือบ 3,600 พันล้านด่งและ 311 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้มี (1) บริษัทผลิตเบียร์ Heineken Vietnam ที่มีเงินลงทุน 185 ดอลลาร์สหรัฐ จะลงทุนขยายโรงงานเบียร์ให้สามารถผลิตเบียร์ได้ 610 ล้านลิตรต่อปีที่โรงงานผลิตเบียร์ในเขตอุตสาหกรรม My Xuan A (2) บริษัท Korea Tech ยอดเงินลงทุน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะลงทุนที่เขตอุตสาหกรรม Toc Tien (3)  บริษัท Starflex Việt Nam จะลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตผ้ายอดเงินลงทุน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4) บริษัท Shinha จะลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ยอดเงินลงทุน 70พันล้านด่ง (5) บริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนาจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า จะสร้างโรงแรม A La Carte Vũng Tàu ด้วยเงินลงทุน 450 พันล้านด่ง (6) บริษัทเหล็ก Pomina 2 ที่จะสร้างโรงงานผลิตเหล็กและจะผลิตสินค้าเป็นจำนวน 600,000 ตันต่อปี ด้วยยอดเงินลงทุน 868 ล้านด่งที่เขตอุตสาหกรรม Phu My 1 (7) บริษัท Vietnam Urban and Industrial Zone Development Investment Corporation (IDICO) บริษัท Viglacera และกลุ่มบริษัท Khai Thinh จะร่วมกันลงทุน 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตกระจกที่เขตอุตสาหกรรม Phu My 2 และ (8) บริษัท Nam Viet Hung ก็จะสร้างโรงงานผลิตกระจกที่เขตอุตสาหกรรม My Xuan B1 – CONAC ด้วยเงินลงทุน 2,200 พันล้านด่ง

แหล่งที่มา http://baodautu.vn/ba-ria---vung-tau-sap-don-du-an-ty-usd-d58493.html วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

 

4.      ชาวนาจังหวัดเกิ่นเทอกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเกิ่นเทอโดยการให้บริการโฮมสเตย์เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ของบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของ โฮมสเตย์ Muoi Cuong ที่ให้บริการโดยนาง Lam The Cuong ในหมู่บ้าน My Ai ตำบล My Khanh อำเภอ Phong Dien กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดเกิ่นเทอ โฮมสเตย์นี้มีพื้นที่ 1.2 เฮกตาร์ ประกอบด้วยต้นโกโก้ 2,000 ต้นและผลไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด บ้านของเธอ Cuong มีห้องพักจำนวน 4 ห้อง ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว

นาง Cuong กล่าวว่าในแต่ละปี บ้านพักโฮมสเตย์ของเธอรองรับนักท่องเที่ยวประมาณ 600 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 5 คนต่อวัน Cuong กล่าวว่า เธอได้ร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวกว่า 50 บริษัทเพื่อโฆษณาการท่องเที่ยวรูปแบบนี้

แต่ก่อนนั้น อาชีพดั้งเดิมของครอบครัว Cuong คือการปลูกต้นโกโก้และจัดการสินค้าโกโก้ ซึ่งเป็นครอบครัวแรกในประเทศที่ผลิตโกโก้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503 แต่เมื่อปีพ.ศ. 2555 ตำบล My Khanh ริเริ่มโครงการการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่นี้ซึ่งตามมาด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยว ครอบครัวของCuong จึงกลายเป็นผู้ริเริ่มในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนนี้

สืบเนื่องมาจากกิจกรรมต่างๆ ที่ฝึกฝนทักษะโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งรวมถึงที่จัดโดยโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ให้การสนับสนุนโดยสหภาพยุโรป Cuong ได้เรียนรู้การจัดการและทักษะที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่นี้ซึ่งเธอได้เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอย่างมากโดยการขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

อีกหนึ่งที่พักโฮมสเตย์ที่น่าสนใจในจังหวัดเกิ่นเทอคือสวนผลไม้ของนาย Tran Van Lien หรือรู้จักกันในชื่อ โฮมสเตย์Nam Lien หมู่บ้าน Nhon Loc 1 อำเภอ Phong Dien ซึ่งเปิดบริการให้แก่นักท่องเที่ยวเมื่อสามปีที่แล้วสวน Nam Lien มีเนื้อที่ครอบคลุมมากกว่า 4 เฮกตาร์ มีผลไม้และต้นไม้มากกว่า 30-40 ชนิด สวนนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์สมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่สีเขียวของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ Lien รับประกันว่าสวนของเขานี้มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติอย่างมาก นอกจากที่จะมีคนคอยแนะนำชนิดของต้นไม้ต่างๆแล้ว ผู้เยี่ยมชมยังสามารถลิ้มลองผลไม้สดๆ และเข้าร่วมกิจกรรมของทางสวนอีกด้วย

สวนของนาง Cuong และสวนของนาย Nam Lien และครอบครัวอื่นๆ ยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook ในการโฆษณาที่พักของพวกเขาอีกด้วย

นาย Vo Thanh Giup ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอ Phong Dien กล่าวนั้น ในจังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยว 42 แห่ง ซึ่งมีหมู่บ้านที่เปิดให้ท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ 6 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในตำบลMy Khanh และการท่องเที่ยวซึ่งริเริ่มโดยตำบลในปีพ.ศ. 2556 ได้สร้างงานให้กับคนท้องถิ่นและยังเพิ่มรายได้ของพวกเขาอย่างมาก

แหล่งที่มา http://en.vietnamplus.vn/can-tho-farmers-engagement-help-boost-responsible-tourism/106499.vnp วันที่ 28 มกราคม 2560

********************************************

 ศูนย์ธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์