ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 11-20 กุมภาพันธ์ 2563

สำนักงานการท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์เล็งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ 10 ล้านคน ในปี 2563

สำนักการท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์ตั้งเป้าหมายในปี 2563 ที่จะตั้งรับนักท่องเทียวต่างชาติ10 ล้านคน และนักท่องเที่ยวภายในประเทศ 35 ล้านคนและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้นครกว่า165ล้านล้านด่ง (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูง เมื่อคำนึงถึงรายได้จากการท่องเที่ยวของทั้งประเทศเวียดนามในปี 2562 ที่ 720 ล้านล้านด่ง (3.1 หมื่นล้านดอลลลาร์สหรัฐ) ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างประเทศเห็นว่านครโฮจิมินห์กำลังเผชิญการแข่งขันในภาคการท่องเที่ยวสูงและควรมีกลยุทธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่โดยสร้างผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพื่อสร้างเอกลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น

นายPhan Xuan Anh ประธานบริษัทท่องเที่ยว VietExcursions และผู้ประกอบการอื่นๆ เห็นว่านครโฮจิมินห์มีชีวิตยามค่ำคืนที่ครึกครื้นและเป็นจุดแข็งจึงควรส่งเสริมการท่องเที่ยวยามราตรี นอกจากนี้นครโฮจิมินห์ยังควรส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตบริเวณชานเมือง อาทิ เยี่ยมชมแหล่งอนุรักษ์ป่าชายเลนและวิถีชีวิตหมู่บ้านชาวประมงในเขต Can Gio และเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวบริเวณอุโมงค์ Cu Chi ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละหลายล้านคน

ในปี 2562 นครโฮจิมินห์มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุดในเวียดนามโดยมีจำนวนมากกว่า 8.6 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 นักท่องเที่ยวภายในประเทศมากกว่า 32 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า140 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 6 พันล้านดอลลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561

แหล่งที่มาจาก: The Saigon Times วันที่ 2 มกราคม 2563

URL: https://english.thesaigontimes.vn/73898/hcmc-tourism-authority-aims-high-in-2020.html

 

นครดานังคาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนในปี 2563

ในโอกาสที่กรมการท่องเที่ยวนครดานังได้ต้อนรับเที่ยวบินแรกของปี 2563 สู่นครดานังโดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ นาง Truong Thi Hong Hanh ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวนครดานัง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในปี 2562 นครดานังมีนักท่องเที่ยว 8.69 ล้านคน ในจำนวนนั้นเป็นชาวต่างชาติจำนวน 3.5 ล้านคน และนครมีแนวโน้มจะสามารถบรรลุเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนได้ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวของนครมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีสายการบินเปิดใหม่และการเพิ่มเที่ยวบินอีกด้วย อนึ่ง นครได้เตรียมมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาแล้ว อาทิ ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและบริษัทท่องเที่ยวในการตรวจวัดอุณหภูมิของนักท่องเที่ยวในช่องทางเข้าเมืองทุกช่องทาง และคัดแยกผู้มีอาการอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าอาจมีเชื้อไวรัสโคโรนา  

อนึ่ง ผู้บริหารนครดานังตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวน 9.8 ล้านคนในปี 2563 โดยเป็นชาวต่างชาติจำนวน 4 ล้านคน ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในนครดานังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.26 ล้านคนในปี 2551 เป็น 4.6 ล้านคนในปี 2558 และ 7.6 ล้านคนในปี 2561 จนถึง8.69 ล้านคนในปี 2562 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของนคร

ปัจจุบัน สายการบินในเครือ Vietnam Airlines Group ได้แก่ สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์และ Jetstar Pacific มีเที่ยวบินเชื่อมต่อนครดานังไปยังจุดหมายภายในประเทศ 9 แห่งและต่างประเทศ 11 แห่ง รวม 250 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ที่มา: The Saigon Times วันที่ 25 มกราคม 2563

URL: https://www.thesaigontimes.vn/299618/da-nang-mong-don-10-trieu-khach-trong-nam-2020.html

 

Start-up ด้านเทคโนโลยีของเวียดนามดึงดูดการลงทุนแซงหน้าสิงคโปร์เป็นครั้งแรก

ในปี 2562 มีจำนวนเงินทุนไหลเข้าสู่บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 18 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมากกว่าการลงทุนด้านเดียวกันในสิงคโปร์ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 17 ของภูมิภาค

Cento Venture ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนในสิงคโปร์ได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การลงทุนด้านเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2562 ระบุว่า การลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยีภายในภูมิภาคลดลงร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับปี 2561 จาก 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ดึงดูดนักลงทุนด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก ถึงแม้มูลค่าการลงทุนจะลดลง ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการลงทุนมูลค่าสูงมีน้อยลงแต่กลับพบว่าการลงทุนมูลค่าที่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีมูลค่ารวมกว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีมูลค่าเพียง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าจำนวนข้อตกลงที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีสัดส่วนน้อยลงคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนข้อตกลงทั้งหมดในปี 2561 โดยมีมูลค่า 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้การลงทุนเริ่มแรกจะมีมูลค่าต่ำ แต่เมื่อมีการระดมทุนครั้งต่อๆ ไปและเกิดสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นในภูมิภาคก็จะส่งผลให้มูลค่าทั้งหมดของการลงทุนสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เช่น TikiVNPay และ Sendo ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการลงทุนสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในเวียดนามแซงหน้าสิงคโปร์ โดยมีสัดส่วนร้อยละ18 ของภูมิภาค ด้วยมูลค่าสูงถึง 741 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4 ด้วยมีมูลค่าเพียง 287 ล้านดอลลาร์สหรัฐอนึ่ง อินโดนีเซียยังคงเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สูงที่สุดในภูมิภาค แต่คาดว่าสัดส่วนจะลดลงเป็นร้อยละ 59 ในปี 2562

นอกจากนี้ สตาร์ทอัพขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ Grab และ Gojek ได้รายงานผลการระดมทุนรอบล่าสุดซึ่งต่ำกว่าปีก่อนหน้า โดยในช่วงปี 2561 – 2562 Grab สามารถดึงดูดการลงทุนได้ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและ Gojek 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างไรก็ดี สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีหลายรายในภูมิภาคประสบความสำเร็จในการระดมทุนเพิ่มขึ้น เช่น Traveloka (420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) VNPay (300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) E-Logistics (150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ Advance.ai (80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยสาขาที่ดึงดูดการลงทุนมากที่สุดคือ อีคอมเมิร์ซ ในขณะที่สาขาด้านบริการด้านการเงิน การชำระเงิน และการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ สุขภาพ และการศึกษาก็ดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่มา: VNExpress วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563

URL: https://startup.vnexpress.net/tin-tuc/xu-huong/dau-tu-vao-startup-cong-nghe-viet-lan-dau-vuot-singapore-4052886.html