ธุรกิจ

ข่าวสารธุรกิจที่น่าสนใจ : ข่าวเด่นวันที่ 1-15 สิงหาคม 2562

บริษัท Sharp จะเปิดโรงงานแห่งใหม่

บริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่น Sharp มีแผนการย้ายฐานการผลิตของบริษัทจากจีนมาเปิดโรงงานแห่งใหม่ใกล้นครโฮจิมินห์ โดยไม่เปิดเผยมูลค่าการก่อสร้างโรงงานและคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2563 สินค้าที่โรงงานดังกล่าวจะผลิต ได้แก่ จอ LCD สำหรับรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ คอมพิวเตอร์ของบริษัท Dynabook ในเครือของบริษัทฯ เครื่องฟอกอากาศ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดตั้งบริษัทลูกภายใต้ชื่อ Sharp Manufacturing Vietnam มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อบริหารโรงงานแห่งใหม่นี้ โดยสำนักงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Vietnam-Singapore II จังหวัดบิ่นห์เยือง

ทั้งนี้ บริษัท Sharp ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโดยเฉพาะสินค้าประเภทอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากบริษัทฯ ผลิตส่วนประกอบให้แก่ iPhone ของบริษัท Apple และยังพบว่ายอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทในจีนลดลงอีกด้วย ในไตรมาสที่สองของปี 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1.25 หมื่นล้านเยน (117.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงร้อยละ 34.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ในขณะเดียวกัน ยอดขายของบริษัทฯ มีมูลค่า 5.15 แสนล้านเยน (4.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับปี 2561

อ้างอิงจาก VnExpress วันที่ 2 สิงหาคม 2562

URL: https://e.vnexpress.net/news/business/companies/sharp-to-open-new-vietnam-factory-in-2020-3961697.html

 

มูลค่าทุนจดทะเบียนการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในภูมิภาคปากแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเกิน 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม สาขานครเกิ่นเทอ รายงานว่า ภายในครึ่งแรกของปี 2562 จังหวัดในภูมิภาคปากแม่น้ำโขงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 7.53 โดยจังหวัดจ่าวินห์ หวินห์ลองและบากเลียวมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ภูมิภาคมีโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) เพิ่ม 81 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมแล้วมีโครงการ FDI สะสมกว่า 1,600 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 2.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 จังหวัดในบริเวณดังกล่าว มีบริษัทก่อตั้งใหม่กว่า 4,700 บริษัท และมีบริษัทที่กลับมาดำเนินกิจการต่อกว่า 1,300 บริษัท และหยุดดำเนินการ/อยู่ในระหว่างพิจารณาหยุดดำเนินการ 4,600 บริษัท ในภาพรวม มีบริษัทที่กำลังดำเนินการอยู่ในภูมิภาคปากแม่น้ำโขงกว่า 50,000 บริษัท โดยเฉพาะในนครเกิ่นเทอ มีโครงการ FDI ใหม่ 82 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 719.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยนักลงทุนจากเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทยและสหรัฐฯ โดยโครงการจากนักลงทุนสิงคโปร์มี 10 โครงการ มูลค่ากว่า 129.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ นางสาว Doan Thi Thu Thuy รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม รายงานว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาเซียนเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของเวียดนาม โดยในปี 2561 มีมูลค่าการค้า 5.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสแรกของปี 2562 อาเซียนเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 4 ของเวียดนาม มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปี 2561 และอาเซียนส่งออกสินค้ามายังเวียดนามมากเป็นอันดับที่ 3 มูลค่า 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 เมื่อเทียบกับปี 2561

อ้างอิงจาก The Saigon Times วันที่ 6 สิงหาคม 2562

URL: https://english.thesaigontimes.vn/70380/mekong-delta%E2%80%99s-fdi-approvals-exceed-us$22-billion.html

 

นครดานังปักธงโครงการลงทุนที่ต้องการส่งเสริม

จากข้อมูลของผลการประชุมสภาประชาชนนครดานังครั้งที่ 11 ปรากฎว่าในช่วงหกเดือนแรกของปี 2562 ความสามารถในการผลิตดีขึ้นเมื่อเทียบกับหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะที่ความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในท้องตลาดมีมูลค่าคงที่มูลค่าการผลิตทางสังคมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 ซึ่งในครึ่งปีแรก นครมีรายรับงบประมาณของรัฐอยู่ที่ 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐเทียบเท่ากับร้อยละ 53.8 ของการประมาณการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ต่อปี

ในปี 2562 นครได้อนุมัติใบอนุญาตการลงทุนสำหรับ 8 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าเงินทุนกว่า492 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 11 โครงการที่ได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยสำหรับลงทุนที่มีมูลค่าเกือบ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่ารวมของการลงทุนและการพัฒนานครอยู่ที่ประมาณ 869.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงหกเดือนแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 ต่อปี มูลค่ามากกว่า 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแหล่งเงินมาจากภาคเอกชนในประเทศมูลค่ากว่า 81.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 และจากบริษัทลงทุนต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ต่อปี โดยโครงการลงทุนที่โดดเด่นที่สุด คือโครงการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน UAC ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสแรกของปี 2563 และโครงการพัฒนาศูนย์แหล่งบันเทิงและสวนน้ำ Mikazuki Spa & Hotel Resort (เขตขยายพื้นที่ท่องเที่ยว Xuan Thieu) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายนปี 2563 และเปิดตัวโรงแรมหรูระดับชั้นนำในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564

การเลือกแหล่งดึงดูดการลงทุน

สภาประชาชนนครดานังได้ตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมความสัมพันธ์กับต่างประเทศการพัฒนาธุรกิจ และธุรกิจ Start up และให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการรับเหมาก่อสร้าง เร่งดำเนินงานโครงการที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการงบประมาณรายรับและรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจบางอย่างของนครยังมีประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ การขาดประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกเพื่อการลงทุนและความล่าช้าในการดำเนินโครงการ จึงมีการปรับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนด้านโครงสร้าง ตลอดจนคัดเลือกโครงการลงทุนอย่างเข้มข้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาสู่ความยั่งยืน

นครเตรียมปรับกลยุทธ์การพัฒนาปี 2573 และวิสัยทัศน์สู่ปี 2588 เพื่อสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการวางผังพื้นที่ตามแนวแม่น้ำและพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อแก้ไขปัญหาการวางแผนที่ขาดประสิทธิภาพ การระงับโครงการเอกชนที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของธุรกิจในท้องถิ่นในระยะยาวมุ่งเน้นกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมหลักเช่นการท่องเที่ยวโลจิสติกส์และไอที อย่างไรก็ดี นครยังประสบปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของนคร อาทิ กระบวนการและขั้นตอนทางเอกสารในการจัดสรรที่ดินการวางแผนก่อสร้างและปฏิบัติตามข้อบังคับทางการเงินที่ล่าช้า เป็นต้น

ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GRDP) ในไตรมาสแรกปี 2562 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.14 หรือ 7.25 ตลอดทั้งปี ส่วนในไตรมาสที่สอง อัตรา GRDP คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.45 และร้อยละ 7.42ตลอดทั้งปี เพื่อรักษาเสถียรภาพการพัฒนานครดานัง นครควรเร่งดำเนินการทบทวนและแก้ไขข้อบกพร่องในการวางแผนและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป โดยมีเป้าหมายคือการสร้างเมืองที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและดึงดูดนักลงทุนที่สนใจอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มา Vietnam Investment Review วันที่ 12 สิงหาคม 2562

URL: https://www.vir.com.vn/selective-investing-key-for-danang-69876.html

 

ผู้ประกอบการเวียดนามจำนวนมากได้รับใบอนุญาตสำหรับการส่งออกข้าวไปต่างประเทศ

ผู้ประกอบการชาวเวียดนามประมาณ 42 รายได้รับใบอนุญาตในการส่งออกข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศตามกฤษฎีกาของรัฐบาลหมายเลข 17/2018 เป็นผลให้ผู้ประกอบการค้าข้าวท้องถิ่นสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นและได้รับการผ่อนปรนมาตรการในการส่งออกข้าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการในภาคใต้และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามยืนยันว่า กฤษฎีกาหมายเลข 107 (แก้ไขเพิ่มเติมกฤษฎีกาหมายเลข 109/2010) จะส่งผลให้ผู้ค้าข้าวสามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อวิธีการการส่งออกผลผลิตหลักทางการเกษตร ซึ่งได้แก้ไขข้อกำหนดเดิม เช่น การยกเลิกข้อกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องเป็นเจ้าของคลังสินค้าและโรงสีอย่างน้อย 2 แห่ง เพื่อขอรับใบอนุญาตส่งออกข้าว โดยผู้ค้าสามารถเช่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหล่านี้ได้เพื่อประหยัดต้นทุน การยกเลิกการขึ้นทะเบียนสัญญาการส่งออกข้าวกับภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาความกังวลว่าข้อมูลทางธุรกิจจะรั่วไหล การอนุญาตให้ผู้ค้าที่ไม่มีใบอนุญาตส่งออก สามารถส่งออกข้าวอินทรีย์และข้าวนึ่งไปต่างประเทศได้ ดังนั้น บริษัทขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติไม่ครบสำหรับการส่งออกข้าว ก็สามารถเลือกส่งออกสินค้าข้าวเฉพาะทางประเภทดังกล่าวไปยังตลาดทั่วโลกได้

แหล่งที่มา The Saigon Times Daily วันที่ 13 สิงหาคม 2562

URL: https://english.thesaigontimes.vn/70545/more-firms-issued-licenses-for-rice-exports.html