ข้อมูลสำหรับคนไทย

กฎระเบียบที่ควรรู้ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

สำนักงานทะเบียนและสิทธิบัตร ( Finnish Patent and Registration Office: PRH ) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อผู้ประกอบการได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ผลิตภัณฑ์และบริการจะได้รับสิทธิและการคุ้มครอง ห้ามมิให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกัน หรือเลียนแบบ

ชนิดของเครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้าเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แยกประเภทของธุรกิจหรือประเภทของสินค้า เครื่องหมายการค้าอาจประกอบด้วยเครื่องหมายต่าง ๆ ดังนี้

  • รูปทรงสินค้าหรือรูปทรงบรรจุภัณฑ์
  • เสียง
  • รูปกราฟิก
  • ลวดลายและชุดคำ
  • การรวมกันของตัวอักษร
  • คำโฆษณา

วิธีการจดทะเบียน

ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนสมัครได้โดยใช้โปรแกรมออนไลน์หรือกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มผ่านทางเว็บไซต์ www.prh.fi  Online application – eOLF (Epoline Online Filing)

 

https://www.prh.fi/en/patentit/servicesanddatabases/onlineapplication-eolf.html

 

ข้อควรระวังสำหรับการสมัครลงทะเบียน

•  เครื่องหมายการค้าจะต้องโดดเด่น

•   เครื่องหมายการค้าต้องไม่ดูสับสนหรือคล้ายคลึงกับเครื่องหมายการค้าใด ๆ ของบริษัทอื่นซึ่งจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว

 

การตรวจสอบฐานข้อมูลเพื่อป้องกันเครื่องหมายการค้าที่อาจจะคล้ายคลึงกัน

  1. ฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าฟินแลนด์ www.prh.fi
  2. รายชื่อเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง www.prh.fi และบริการข้อมูลของระบบสารสนเทศทางธุรกิจ BIS www.ytj.fi
  3. ฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าสหภาพยุโรป

ข้อจำกัดของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

  • เครื่องหมายการค้าที่ขัดต่อกฎหมายและระเบียบ หรือศีลธรรมอันดี
  • เครื่องหมายการค้าที่จะทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าหรือบริการ
  • เครื่องหมายการค้าที่มีสัญลักษณ์ที่จะทำให้สับสนกับสัญลักษณ์ของทางราชการ

ระยะเวลาของการคุ้มครองการจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเป็นเวลา 10 ปี สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.prh.fi/en/tavaramerkit.html

 

กฎระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าและการส่งออกสินค้า

ฟินแลนด์ใช้กฎระเบียบการนำเข้าและการส่งออกของสหภาพยุโรป โดยกำหนดภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าสินค้าในอัตราร้อยละ 0-17 และภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 24

เอกสารสำคัญในการนำเข้าสินค้า ประกอบด้วย

  • ใบแจ้งบัญชีราคาสินค้า
  • มูลค่าศุลกากร
  • เอกสารการขนส่ง บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ
  • แบบฟอร์มศุลกากร (SAD) ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า
  • ข้อมูลของศุลกากรสำหรับการยืนยันสินค้าเข้าและสินค้าออกจากเขตศุลกากร
  • หนังสือใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า
  • ใบรับรองกรมธรรม์ประกันภัย
  • เอกสารกรณีการขนถ่ายสินค้าอย่างเสรี

ภาษีสรรพสามิต

การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตมีผลบังคับใช้กับสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และน้ำมันเชื้อเพลิงเหลว ภาษีสรรพสามิตจะบวกเพิ่มในสินค้าบางชนิด เช่น

  • สินค้าให้ความหวาน เช่น ลูกอม น้ำอัดลม ไอศครีม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เชื้อเพลิง  เช่น ถ่านหิน  ก๊าซธรรมชาติ

ใบอนุญาตการนำเข้า

ใบอนุญาตการนำเข้ามีผลบังคับใช้สำหรับสินค้าเกษตร โดยสามารถขอได้ที่สำนักงานกิจการชนบท (Finnish Agency for Rural Affairs) และคณะกรรมการศุลกากรแห่งชาติ (The National Board of Customs)

เครื่องหมาย

เครื่องหมาย CE เป็นเครื่องหมายมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์บางชนิดเพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศยุโรป

ฉลากกำกับสินค้า

การติดฉลากสินค้าต้องใช้ภาษาท้องถิ่นเพื่อแสดงรายละเอียดและรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การติดฉลากสินค้าประเภทอาหารที่จะนำมาจำหน่ายในฟินแลนด์มีความสำคัญ โดยข้อมูลจะต้องปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือการทำเครื่องหมายอย่างอื่นที่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะต้องเข้าใจได้ง่าย และสามารถอ่านได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องแสดงบนฉลากสินค้า

  1. ส่วนผสม
  2. น้ำหนักและปริมาณ
  3. ประเภทของส่วนผสม 
  4. วันหมดอายุ
  5. สภาพการเก็บรักษาเป็นพิเศษหรือเงื่อนไขการใช้งาน
  6. ชื่อ หรือชื่อธุรกิจ และที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้บรรจุหีบห่อ หรือบรรจุภัณฑ์ หรือผู้ขาย
  7. คำแนะนำสำหรับการบริโภค หรือการใช้

ภาษีศุลกากรและการเข้าสู่ตลาด

กรมกิจการต่างประเทศการค้าและการพัฒนาจะรับผิดชอบในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีศุลกากร กฎเกณฑ์การนำเข้าและขั้นตอน และอำนวยความสะดวกสำหรับการค้าระหว่างประเทศ

 

สินค้านำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร

สินค้าที่มาจากนอกสหภาพยุโรปจะต้องผ่านด่านศุลกากร ดังนั้น ผู้รับสินค้าปลายทางต้องแจ้งข้อมูลการนำเข้าต่อศุลกากรเพื่อการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายมาจากมูลค่าสินค้า รหัสสินค้าซึ่งจะถูกกำหนดจำนวนเงินค่าภาษีอากรที่จะต้องจ่ายตามระเบียบ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม มีอัตราสูงสุดร้อยละ 24 ยกเว้น สินค้าบางประเภท เช่น อาหารร้อยละ 14 และหนังสือร้อยละ 10

ซึ่งอาจมีข้อยกเว้น ดังต่อไปนี้

  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าอื่น ๆ ก่อนที่จะถึงปลายทางที่แรกที่ตั้งอยู่ในฟินแลนด์
  • หากมูลค่ารวมของสินค้าไม่เกิน 22 ยูโร ไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

การควบคุมปริมาณการนำเข้าและส่งออก

สินค้าบางประเภทควบคุมปริมาณการนำเข้าและส่งออก เช่น ผลิตภัณฑ์ภายใต้อนุสัญญา CITES สินค้าฟุ่มฟือย สินค้าที่มีราคาแพง  สินค้าทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจก  สินค้าที่ใช้สำหรับสัตวบาลและอาหารสัตว์

โดยสหภาพยุโรปกำหนดข้อจำกัดการนำเข้า – ส่งออก ดังนี้

  • อาหารสัตว์
  • ของเล่นและเครื่องเล่นเด็ก
  • สินค้าปลอม
  • สารที่เป็นอันตรายต่อชั้นโอโซน
  • ระเบิดและดอกไม้ไฟ
  • ยาเสพติด
  • สารกัมมันตรังสี
  • วิตามิน
  • สัตว์ที่มีชีวิต
  • อาวุธปืนและกระสุน
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์
  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากร่างกายสัตว์
  • ยาชีวจิต
  • ปุ๋ย
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

มาตรการและสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ

นักลงทุนต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันกับชาวฟินแลนด์ ดังนี้

  1. เงินให้กู้ยืมเพื่อการลงทุนแบบลดดอกเบี้ย หรือการประกันของรัฐสำหรับผู้ผลิตสินค้าส่งออก
  2. การร่วมลงทุน (Investment Grant) และเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราปกติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของการลงทุนและขนาดของบริษัทที่ลงทุน
  3. ฟินแลนด์มีนโยบายให้เงินอุดหนุนการลงทุนแก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก บริษัทที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 250 คน บริษัทที่มีผลประกอบการประจำปีน้อยกว่า 40 ล้านยูโร หรือมีสินทรัพย์รวมน้อยกว่า 27 ล้านยูโรบัญชี และบริษัทขนาดเล็กอาจได้รับทุนเงินอุดหนุนในปีแรกถึงร้อยละ 45 ของค่าใช้จ่ายการประกอบกิจการทั้งหมด
  4. การเข้ามาประกอบธุรกิจในฟินแลนด์จะทำให้ได้การอนุญาตให้มีถิ่นพำนัก (Resident Permit) ซึ่งทำให้สามารถตั้งรากฐานในประเทศฟินแลนด์ได้
  5. มีกฎหมายรองรับการจ่ายเงินให้ผู้ว่างงานเป็นจำนวนสูงสุดไม่เกิน 500 วัน หากผู้ประกอบการล้มละลาย หรือถูกปิดบริษัท
  6. มีองค์กรของรัฐช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ต่างประเทศในการผลิตสินค้าจากประเทศกำลังพัฒนา แล้วนำสินค้าเข้ามาขายในฟินแลนด์ โดยจะมีการจัดหาบริษัทในฟินแลนด์เป็นคู่ค้ารับสินค้าที่ผลิตมาเพื่อจำหน่าย

กฏการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

  • บริษัทจำกัดอาจจะจัดตั้งขึ้นโดยบุคคลธรรมดาหนึ่งคนหรือมากกว่า
  • ผู้จัดตั้งอย่างน้อยหนึ่งคนจะต้องมีถิ่นที่อยู่ถาวรในเขตเศรษฐกิจยุโรป
  • บุคคลล้มละลายไม่สามารถเป็นผู้จัดตั้งบริษัทได้
  • บริษัทเอกชนจะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2,500 ยูโร และบริษัทมหาชนจํากัดต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างต่ำ 80,000 ยูโร
  • ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการสิทธิบัตรและการลงทะเบียนแห่งชาติในฟินแลนด์ หรือในสวีเดน
  • ได้รับการตรวจลงตราและใบอนุญาตการทำงานและที่อยู่อาศัยที่แน่นอน

การเข้าซื้อกิจการ

ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจตั้งแต่แรก แต่สามารถเข้าถือครองบริษัทหรือเข้าถือครองธุรกิจ หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่มีอยู่แล้ว การเข้าซื้อกิจการ ตัวอย่างเช่น ถือหุ้นในนามตนเองในห้างหุ้นส่วนทั่วไป หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยเข้าถือหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเป็นส่วนใหญ่ก็ได้

กฎหมายไม่ได้ห้ามหรือมีข้อกำหนดใดสำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติที่ไม่อยู่อาศัยในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมการขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการสิทธิบัตรและการลงทะเบียนแห่งชาติ 

รูปแบบการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

  • การลงทุนในตลาดเงิน (Money Market Investments)
  • หุ้นส่วนทางธุรกิจ เช่น การลงทุนในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ  เศรษฐกิจชีวภาพ  เทคโนโลยีสะอาด  การท่องเที่ยว  การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตและการวิจัยและการพัฒนาและนวัตกรรม
  • การทำธุรกิจขนาดเล็ก เช่น การทำธุรกิจร้านอาหาร สปา
  • การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับประเทศฟินแลนด์ เช่น การติดต่อสินค้าเพื่อการนำเข้า -ส่งออกกับประเทศฟินแลนด์

เมืองเศรษฐกิจที่น่าลงทุน

  1. Helsinki  อุตสาหกรรมท่าเรือ
  2. Imatra, Kotka, Kouvola  อุตสาหกรรมกระดาษและป่าไม้
  3. Turku, Vaasa  อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
  4. Espoo  อุตสาหกรรมซอฟแวร์และการสื่อสารเทคโนโลยี ตัวอย่าง บริษัท Outokumpu บริษัท Outotec บริษัท Rovio บริษัท Entertainment บริษัท Neste บริษัท Microsofts และบริษัท Nokia Networks
  5. Oulu  อุตสาหกรรมกระดาษ ป่าไม้ และการสื่อสารเทคโนโลยี
  6. Tampere  อุตสาหกรรมกระดาษ และการสื่อสารเทคโนโลยี

ท่าเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์

  • ท่าเรือ Helsinki
  • ท่าเรือ Turku
  • ท่าเรือ Naantali
  • ท่าเรือ Vaasa

สนามบินนานาชาติในฟินแลนด์

  1. สนามบิน Helsinki-Vantaa
  2. สนามบิน Oulu
ยังไม่มีข้อมูลในขณะนี้