คนไทยในต่างประเทศ

แผนอพยพคนไทยกรณีฉุกเฉิน

แผนช่วยเหลือ/อพยพคนไทยในติมอร์-เลสเต ปี 2560

 

ปัจจุบัน มีคนไทยพำนักอยู่ในติมอร์ฯ ประมาณ 40 คน  โดยกรณีการอพยพ ได้แก่

1.   กรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว

2.   กรณีสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

3.   กรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรง

 

หน่วยงานที่ต้องประสานความร่วมมือ                                                                                                                                                                                                                         

1.  สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ  โดยในกรณีเกิดเหตุการณ์รุนแรงนั้น  สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ เพื่อขอให้รับคนไทยออกไปจากติมอร์ฯ พร้อมกับชาวอินโดนีเซียและคนชาติอาเซียนอื่นๆ ที่ประสงค์จะอพยพ  ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต อินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ ได้เตรียมแผนอพยพไว้ 2 ทาง คือ การจัดเครื่องบินพิเศษจากอินโดนีเซีย หรือส่งเรือไปรับ เนื่องจากอินโดนีเซียมีเขตแดนติดกับติมอร์ฯ ทั้งทางบกและทางทะเล

2. คนไทยและหัวหน้ากลุ่มคนไทยในติมอร์ฯ

3. กระทรวงการต่างประเทศ

4. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา                           

                                   

จุดนัดพบและสถานที่ปลอดภัย                                                                                    

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี                            

                                                                                                                                                                                          

สถานที่อพยพ                                                                                                                          

สนามบินกรุงดิลี หรือท่าเรือกรุงดิลี                       

           

ขั้นเตรียมการ                                                                                                                                      

1.      รวบรวมข้อมูลของคนไทย เช่น ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อให้มีความปัจจุบันมากที่สุด

2.      ซักซ้อมความเข้าใจกับคนไทยเรื่องแนวทางการให้ความช่วยเหลือ/อพยพ

3.      ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ และเจ้าหน้าที่ประจำสถานที่อพยพ

4.      ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา

                       

ขั้นปฏิบัติ                                                                                                                                                                     

ขั้นที่ 1 สถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง                                                                          

1.      สถานเอกอัครราชทูตฯ วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงจากข้อมูลข่าวสารต่างๆ และแจ้งเตือนไปยังคนไทยที่จะมายังประเทศติมอร์ฯ

2.      รายงานสถานการณ์แนวโน้มของความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นให้กระทรวงฯ ทราบทันที เพื่อแจ้งงดการเดินทางของคนไทยที่จะมายังประเทศติมอร์ฯ  

3.      ประสานสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ เรื่องแผนการอพยพคนไทยร่วมกับคนชาติอินโดนีเซียและอาเซียนอื่นๆ

4.      ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับกระทรวงกลาโหมและกองบัญชากองทัพไทยเพื่อจัดเตรียมเครื่องบินอพยพคนไทย ในกรณีที่ไม่สามารถใช้เครื่องบินหรือเรือของสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ

5.      จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยา ไว้สำหรับคนไทย

 

ขั้นที่ 2 สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรง                                                                        

1.  หากสถานเอกอัครราชทูตฯ วิเคราะห์แล้วว่า สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น จะแจ้งเตือนไปยังคนไทยให้เตรียมการอพยพถ้าจำเป็น โดยให้มารวมกันที่จุดนัดพบ คือ สถานเอกอัครราชทูตฯ  โดยแจ้งให้ทุกคนนำหนังสือเดินทาง/เอกสารแสดงตน และกระเป๋า สิ่งของมีค่าติดตัวไปตามความจำเป็น

2.  รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้กระทรวงฯ ทราบ และอนุมัติการอพยพคนไทย

3.  ประสานตำรวจเพื่อสนับสนุนการอารักขาเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และคนไทย  ตลอดจนประสานสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา

4.  เคลื่อนย้ายคนไทยจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ไปยังสถานที่อพยพ โดยประสานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ

5.  ในกรณีที่ไม่สามารถใช้เครื่องบินหรือเรือของสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ   สถานเอกอัครราชทูตฯ จะขอให้กระทรวงต่างประเทศประสานงานไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อส่งกำลังทหารมารับคนไทยกลับประเทศไทย

6.  ขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานเจ้าหน้าที่สนามบินปลายทางในประเทศไทย เพื่อเตรียมการเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจเอกสารของคนไทยที่อพยพ  รวมทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และรถพยาบาล มารับผู้บาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นจากการอพยพ

 

ขั้นที่ 3 สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้                               

1.  หากสถานเอกอัครราชทูตฯ วิเคราะห์สถานการณ์แล้วว่า มีความรุนแรงมาก  สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการแจ้งกระทรวงการต่างประเทศทราบ และประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำติมอร์ฯ  และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา

2.  ดำเนินการอพยพตามแนวทางที่วางไว้

3.  สถานเอกอัครราชทูตฯ สำรวจจำนวนคนไทยที่เดินทางมายังจุดนัดพบและอพยพ แล้วรายงานกลับมายังประเทศไทย

4.  เอกอัครราชทูต จะเป็นผู้สั่งการในการออกเดินทาง และรายงานการอพยพต่อปลัดกระทรวง

 

การดำเนินการปิดที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตฯ (หากจำเป็น)

1.  ประสานกระทรวงฯ เรื่องการขนย้ายและทำลายเอกสารสำคัญทางราชการ

2.  หากมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับลูกจ้างท้องถิ่น ให้มอบหมายให้ลูกจ้างท้องถิ่นของสถานเอกอัครราชทูตฯ ปฏิบัติหน้าที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตฯ (ภายนอกอาคาร) และขอให้กระทรวงการต่างประเทศติมอร์ฯ จัดเจ้าหน้าที่มารักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตฯ  ส่วนคนอื่นๆ ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้จนกว่าจะได้รับการสั่งการ

 

*หมายเลขโทรศัพท์ Hotline ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี*

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี ได้ตั้งหมายเลขโทรศัพท์ Hotline ที่เปิด 24 ชั่วโมง หรือหมายเลขฉุกเฉิน เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยในติมอร์ฯ  ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์  +670 7872 6892 

 

************************************************************************************************************

แนวทางการปฏิบัติสำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศติมอร์-เลสเต

 

ขั้นเตรียมการ (ภาวะปกติ)

1.  แจ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงให้แจ้งที่หมายเลข 331 0609 หรือ +670 7872 6892

2.  เตรียมชุดเอกสารการเดินทางให้พร้อมอยู่เสมอ สามารถเดินทางได้ทันทีหากจำเป็นหนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน ควรหมั่นตรวจสอบและทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ (ใช้เวลารับเล่มราว 3 สัปดาห์)                                          

3. สื่อสารและแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างคนไทยด้วยกันและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างสม่ำเสมอ      

4.  รับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ เป็นประจำ                                                                                                                     

 

ขั้นปฏิบัติ                                                      

ขั้นที่1 สถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง                                                                                         

1.  รับฟังข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตฯ  โดยปฏิบัติตามแนวทางในขั้นเตรียมการ

2.  เตรียมชุดเอกสารการเดินทางให้พร้อมอยู่กับตัวตลอดเวลา พร้อมเดินทางหากจำเป็น                        

3.  อยู่ในสถานที่ปลอดภัย  เก็บเสบียงและเชื้อเพลิงให้พร้อมในยามจำเป็น

4.  ติดต่อสื่อสารเรื่องสถานการณ์กับคนไทยและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างสม่ำเสมอ                          

 

ขั้นที่ 2 สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรง                                                                                                                 

1.  โทรศัพท์มือถือต้องสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา เพื่อรับฟังข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตในการอพยพไปยังจุดนัดพบที่กำหนดไว้                                                                                      

2.   นำชุดเอกสารการเดินทางติดตัวตลอด เพื่อสะดวกในการตรวจสอบรายชื่อ

3.   นำเสื้อผ้าและสิ่งของไปเพียงพอต่อการเดินทางอพยพฉุกเฉินเท่านั้น  ไม่อนุญาตให้เอาสิ่งของที่เกินความจำเป็น เพราะจะเป็นภาระในการเดินทาง และเพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว                                                                                               

 

ขั้นที่ 3 สถานการณ์รุนแรงจนรัฐบาลติมอร์ไม่สามารถควบคุมไว้ได้                                                                  

       ปฏิบัติตามแนวทางของสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน