ข้อมูลสำคัญรายประเทศ

ข้อมูลทั่วไปลิทัวเนีย

สาธารณรัฐลิทัวเนีย
Republic of Lithuania

1. ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก ทิศเหนือจรดลัตเวีย ทิศตะวันออกและทิศใต้จรด เบลารุส และทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดโปแลนด์และรัสเซีย(แคว้นคาลินินกราด)

พื้นที่

65,300 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนทั้ง 3 ประเทศแถบบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนและเนินทราย ลิทัวเนียเป็นแหล่งอำพัน (Amber) ที่สำคัญ

ประชากร

2.9 ล้านคน (2558)

กลุ่มชนชาติ

Lithuanians ร้อยละ 80 (อาศัยอยู่ในเมืองร้อยละ 68.5 ชนบทร้อยละ 31.5) Russians     ร้อยละ 9 Poles ร้อยละ 7 Byelorussians ร้อยละ 2

เมืองหลวง

กรุงวิลนีอุส (Vilnius)

ภาษา

Lithuanian เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดคือ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคทอลิก ชาวรัสเซียในลิทัวเนีย นับถือศาสนาแคทอลิก นิกายออร์ธอดอกซ์

สกุลเงิน

ยูโร อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 37.73 บาท (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2559)

วันชาติ

16 กุมภาพันธ์

ระบบการเมือง

มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข รัฐธรรมปัจจุบัน ประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2535

ประธานาธิบดี

Ms. Dalia Grybauskaite    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 12 กรกฎาคม 2557 (ค.ศ. 2014)

นายกรัฐมนตรี

Mr. Saulius Skvernelis เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 13 ธันวาคม 2559 (ค.ศ. 2016)

รัฐมนตรีต่างประเทศ

Mr. Linas Linkevicius เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 13 ธันวาคม 2559 (ค.ศ. 2016)

 

2. ดัชนีเศรษฐกิจ (2558)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

41.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

GDP ต่อหัว

 27,723 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราการเจริญเติบโตของ (GDP)

ร้อยละ 1.6

อัตราเงินเฟ้อ                                                

ร้อยละ - 0.6

อัตราการว่างงาน                                    

ร้อยละ 9.4

ดุลการค้าระหว่างประเทศ

ขาดดุล 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นำเข้า

30.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งออก                                                          

28.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเทศนำเข้าที่สำคัญ

รัสเซีย เยอรมนี โปแลนด์ ลัตเวีย เนเธอร์แลนด์

ประเทศส่งออกที่สำคัญ

รัสเซีย เยอรมนี ลัตเวีย โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เอสโตเนีย

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ โลหะ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ อุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหาร

 

3. การเมืองการปกครอง

- ลิทัวเนียมีระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 5 ปี รัฐสภาใช้ระบบสภาเดียว (Unicameral) เรียกว่า Seimas มีจำนวนสมาชิกสภาทั้งหมด 141 คน (71 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อีก 70 คน มาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน) มีวาระดำรงตำแหน่งครั้งละ 4 ปี ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีโดยความยินยอมของรัฐสภา

- ลิทัวเนียได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 และ 23 ตุลาคม 2559 โดย 3 พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด ได้แก่ พรรค Lithuanian Peasant and Greens Union (54 ที่นั่ง) Homeland Union -Lithuanian Christian Democrats (31 ที่นั่ง) และ Lithuanian Social Democratic (17 ที่นั่ง) ซึ่งพรรค Lithuanian Peasant and Greens Union และพรรค Lithuanian Social Democratic ได้จัดตั้ง รบ. ผสม ซึ่งเมื่อนับจำนวนที่นั่งของพรรคเล็ก ๆ และ สส. อิสระที่พร้อมจะให้การสนับสนุน รบ. ใหม่ด้วยแล้วก็จะมีที่นั่งทังหมด 80 ที่นั่งที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ รบ. จากที่นั่งทั้งหมด 141 ที่นั่งในรัฐสภา โดย ครม. รบ. ได้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2559 ซึ่งนาย Lina Linkevicius ได้ดำรงตำแน่ง รมว. กต. อีกครั้ง

- เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2552 นางสาว Dalia Grybauskaite ได้เข้ารับทำหน้าที่ประธานาธิบดีของลิทัวเนีย โดยชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2552 นางสาว Grybauskaite ด้วยคะแนนเสียงถึงร้อยละ 68.18 และต่อมา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2557 นางสาว Grybauskaite ได้เข้ารับทำหน้าที่ประธานาธิบดีของลิทัวเนียอีกเป็นสมัยที่สอง โดยชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 57.87 ทั้งนี้         การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยนางสาว Dalia Grybauskaite จะไม่สามารถลงเลือกตั้งได้ เนื่องจากกฎหมายของลิทัวเนียกำหนดห้ามผู้ใดดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกินสองวาระติดต่อกัน

3.2 ประเด็นด้านนโยบายที่สำคัญ

- ชัยชนะของพรรค Lithuanian Peasant and Greens Union ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นว่า ชาวลิทัวเนียต้องการความเปลี่ยนแปลง ประเด็นสำคัญที่สุด คือ เรื่อง ศก. ซึ่งพรรค Lithuanian Peasant and Greens Union ได้เน้นว่า จะปรับปรุง ศก. และยับยั้งการย้ายถิ่นของชาวลิทัวเนียไป ปท. อียู ที่ร่ำรวยกว่า ทั้งนี้ ในด้านการต่างประเทศพรรค Lithuanian Peasant and Greens Union ได้ยืนยันว่า จะคงนโยบายเดิมของลิทัวเนียไว้ คือ จะยึดมั่นในการเป็นสมาชิกของอียูและ NATO ให้ความสำคัญกับภูมิภาคยุโรป (pro-European policy) และจะเพิ่ม งปม. ด้านความมั่นคงให้มากกว่ารอยละ 2 ของ GDP หลังปี 2561 ซึ่งจะมากกว่าข้อกำหนดอย่างไม่เป็นทางการของ NATO 

- เอกสารนโยบาย รบ. (Government Programme) สำหรับปี 2559 – 2563 ให้ความสำคัญกับสวัสดิการครอบครัว การปรับปรุงระบบสาธารณสุข การแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของภูมิภาค การปรับปรุงคุณภาพและการเข้าถึงการศึกษา การนำเสนอนโยบายภาษีที่ไม่ซับซ้อนและมีความเป็นธรรมมากขึ้น รวมทั้งระบบบำเหน็จบำนาญที่มีความสมดุล และ รบ. จะดำเนินนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองความท้าทายด้านภูมิศาสตร์การเมือง (geopolitical challenges) 

 

 

4. สถานการณ์เศรษฐกิจ

- ภายหลังจากการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต เมื่อเดือนกันยายน 2534 ลิทัวเนียได้เปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจรวมศูนย์มาเป็นระบบเศรษฐกิจแบบการตลาด ทำให้สถานภาพทางเศรษฐกิจของลิทัวเนียมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ประกอบกับลิทัวเนียได้ทำความตกลงการค้าเสรีกับเอสโตเนียและลัตเวียเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2536 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การรวมตลาดของทั้งสามประเทศซึ่งมีจำนวนผู้บริโภค 8 ล้านคนเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่ส่งผลให้เศรษฐกิจของลิทัวเนียเริ่มฟื้นตัวขึ้น อัตราเงินเฟ้อลดลงเป็นลำดับ ค่าเงินสกุลลิตาส ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2536 เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นตามลำดับ และเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2558 ลิทัวเนียได้เปลี่ยนมาใช้สกุลเงิน    ยูโรอย่างเป็นทางการ ซึ่งธนาคารแห่งลิทัวเนียได้ประเมินว่า จะส่งผลให้เศรษฐกิจลิทัวเนียเติบโตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1.9 โดยเฉลี่ยในช่วงปี 2558 – 2565   

- ภายหลังการได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต เศรษฐกิจลิทัวเนียเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี เนื่องจากการเติบโตของภาคการส่งออก และอุปสงค์ภายในประเทศ

- ในช่วงปี 2551 – 2552 ลิทัวเนียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการปฏิรูปเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ และพัฒนาภาคการส่งออก ทำ

ให้ลิทัวเนียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีเศรษฐกิจเติบโตมากที่สุดในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ในปี 2558 เศรษฐกิจลิทัวเนียมีการเติบโตร้อยละ 1.6  และคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 2.0 โดยมองว่าการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนและการลงทุนจะเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตทาง ศก.


4.1 โครงสร้างทางเศรษฐกิจ

- เศรษฐกิจของลิทัวเนียที่สำคัญประกอบด้วยภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน ภาคการก่อสร้าง การค้า การขนส่ง และการบริการ ในด้านเทคโนโลยี ลิทัวเนียเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในการวิจัยและการพัฒนาวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีเลเซอร์ โดยนำวิทยาการเหล่านี้ดังกล่าวมาประยุกต์และใช้ประโยชน์ในกิจการด้านวิศวกรรมและการแพทย์
 

4.2 การลงทุนจากต่างประเทศ
- การค้าการลงทุนจากต่างประเทศในลิทัวเนียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลลิทัวเนียได้ออกกฎหมายหลายฉบับซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อผู้ลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในลิทัวเนีย โดยในปี 2558 มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในลิทัวเนียถึง 144 ล้านยูโร

 

- ปัจจัยต่าง ๆ ที่สนับสนุนการลงทุนในลิทัวเนีย คือ

- ลิทัวเนียเป็นรัฐที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง

- ลิทัวเนียได้รับการจัดอันดับจากรายงาน Doing Business 2017 ของธนาคารโลกให้เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจในอันดับที่ 21 ในโลก และที่ 10 ใน EU ส่วน US Heritage Foundation ได้จัดให้ลิทัวเนียอยู่ที่อันดับ 13 ใน Index of Economic Freedom 2016

- ลิทัวเนียมีระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคมสื่อสารภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง มีท่าเรือปลอดน้ำแข็งซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมกับท่าเรือของประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเหนือ เป็นผู้นำด้านสารสนเทศ โดยมีเครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและเสถียรภาพสูง และมีแรงงานคุณภาพสูงที่มีราคาค่าจ้างที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ หลายประเทศในยุโรป นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) 7 แห่ง เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยการลงทุนภายในเขตที่กำหนดจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่าง ๆ

 

 

5. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐลิทัวเนีย


5.1 ความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง
- ประเทศไทยได้ประกาศรับรองเอกราชสาธารณรัฐลิทัวเนียเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2534 และเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาลงมติเห็นชอบให้ดำเนินการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับลิทัวเนีย ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2536 ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐลิทัวเนียอย่างเป็นทางการ และมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน มีเขตอาณาครอบคลุมลิทัวเนียด้วย

- ปัจจุบันฝ่ายไทยมีนางสาววิมล คิดชอบ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำ  สาธารณรัฐลิทัวเนีย ส่วนฝ่ายลิทัวเนียได้แต่งตั้งให้นางสาว Ina Marciulionyte เอกอัครราชทูตลิทัวเนียประจำจีน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศไทย โดย ออท. Marciulionyte ได้รับพระราชทานอนุญาตให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 59 ในระหว่างรอเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสาสน์ตราตั้ง

- ปัจจุบัน ไทยและลิทัวเนียมีการประชุม Political Consultation เป็นกลไกเพื่อพัฒนาและติดตามความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยได้มีการจัดประชุมครั้งแรกเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนียและปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทย ทั้งนี้ การประชุมครั้งที่สองกำหนดจะจัดในเดือน ก.พ. 2560 ที่ลิทัวเนีย

- ไทยมีกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงวิลนีอุส ได้แก่ นายโรลันดัส วาลิอูนัส (Mr. Rolandas Valiunas) ส่วนกงสุลกิตติมศักดิ์ลิทัวเนียประจำประเทศไทย คือ นางนวลพรรณ ล่ำซำ

5.2 ความสัมพันธ์ทางด้านการค้า

- ปริมาณการค้าไทย-ลิทัวเนีย ช่วง ม.ค. – พ.ย. 2559 มีมูลค่า 31.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่งออก 21.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 9.63  ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 0.46 โดยไทยได้ดุล 11.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปลิทัวเนีย ได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ สิ่งทออื่นๆ ยางพารา รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ข้าว

 

สินค้านำเข้าจากลิทัวเนีย ได้แก่ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่ง ถ่านหิน เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เสื้อผ้าสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ลวดและสายเคเบิล สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์

 

5.3 การลงทุนของไทยในลิทัวเนีย

- ลิทัวเนียเป็นตลาดที่อยู่ห่างไกลจากไทย การขนส่งสินค้าไปลิทัวเนียต้องใช้เวลานาน และมีต้นทุนสูง อีกทั้งเป็นตลาดเล็ก ทำให้นักธุรกิจไทยยังไม่ให้ความสนใจตลาดนี้เท่าที่ควรเพราะมีตลาดยุโรปอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม สินค้าและบริการหลายประเภทมีโอกาสในตลาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ผัก/ผลไม้/อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นต้น

- ปัจจุบันมีบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของไทยเข้าไปลงทุนในลิทัวเนีย 1 บริษัท คือ Indorama Ventures โดยจัดตั้งบริษัท UAB Orion Global Pet เมื่อปี 2547 เป็นโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก PET สำหรับผลิตขวดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยโรงงานมีกำลังการผลิต 0.15 ล้านตัน/ปี มีมูลค่าการลงทุนในลิทัวเนียประมาณ 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างตำแหน่งงานกว่า 160 ตำแหน่ง

- ไทยมีศักยภาพในหลายสาขาที่สามารถเข้าไปลงทุนในลิทัวเนียได้ อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต ICT

อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการกลั่นน้ำมัน เหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมการผลิต พลาสติก ไม้ เฟอร์นิเจอร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ การบริการด้านการขนส่ง ร้านอาหารไทย สปา และนวดแผนไทย เป็นต้น  

6. การท่องเที่ยว

ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวลิทัวเนียเดินทางมาไทยจำนวน 10,754 คน (เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 51) โดย
ชาวลิทัวเนียเดินทางมายังประเทศไทยในลักษณะครอบครัว แหล่งท่องเที่ยวที่นิยม คือ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย ชาวลิทัวเนียนิยมการท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัยด้วย เช่น ดำน้ำ ล่องแก่ง และปีนภูเขา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง และพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาประมาณ 15 – 30 วันต่อครั้ง จึงถือได้ว่า นักท่องเที่ยวชาวลิทัวเนียที่เดินทางไปไทยอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

 

7. การแลกเปลี่ยนการเยือน
ฝ่ายไทย

- วันที่ 22 สิงหาคม – 3 กันยายน 2542 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส    ราชนครินทร์ เสด็จฯ เยือนเดนมาร์ก และเกาะกรีนแลนด์ ลัตเวีย เอสโตเนียและลิทัวเนีย เป็นการส่วนพระองค์
- เดือนกันยายน 2535 คณะทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ (Familiarization Mission) เดินทางเยือนประเทศกลุ่มบอลติก (ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัตเวีย) เพื่อสำรวจลู่ทางการพัฒนาความสัมพันธ์
- วันที่ 3 - 4 พฤษภาคม 2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร) พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย (นาย Rolnas Bernotas) ในระหว่างการประชุม Landmine Conference ที่โมแซมบิก
- วันที่ 1 - 4 ตุลาคม 2546 นายกันตธีร์ ศุภมงคล ผู้แทนการค้าไทย พร้อมคณะภาคเอกชนเดินทางไปเยือนลิทัวเนียตามคำเชิญของนาย Petras Cesna รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจลิทัวเนีย

- วันที่ 20 - 21 พฤษภาคม 2554 คณะทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนายประวิทย์ ชัยมงคล     รองปลัดฯ (Familiarization Mission) เดินทางเยือนประเทศกลุ่มบอลติก (ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัตเวีย) เพื่อสำรวจลู่ทางการพัฒนาความสัมพันธ์

- วันที่ 30 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2554 นายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม Community of Democracy ครั้งที่ 6 ที่ลิทัวเนีย

- วันที่ 6 ธันวาคม 2554 นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของ Organization for Security and Co-operation in Europe (OSCE) ครั้งที่ 18 ที่ลิทัวเนีย

- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลิทัวเนียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14 - 16 เมษายน 2559 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดี Dalia Grybauskaite

ฝ่ายลิทัวเนีย
- วันที่ 10 - 15 พฤศจิกายน 2546 นาย Petras Cesna รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจลิทัวเนีย พร้อมด้วยคณะภาคเอกชน เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของผู้แทนการค้าไทย (นายกันตธีร์ ศุภมงคล) ในระหว่างการเยือน รัฐมนตรี Cesna ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และเข้าพบหารือกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- วันที่ 5 - 7 เมษายน 2547 นาย Antanas Valionis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย และภริยา พร้อมด้วยคณะภาคเอกชน เยือนไทย อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ตามคำเชิญของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในระหว่างการเยือน รัฐมนตรี Valionis ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และเข้าพบหารือกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนการค้าไทย (นายกันตธีร์ ศุภมงคล)
- วันที่ 16 - 25 เมษายน 2548 นาย Gintaras Buzinskas รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลิทัวเนีย พร้อมด้วยคณะ เข้าร่วมการประชุม UN Congress on Crime Prevention and Criminal Justice ที่ประเทศไทย
- วันที่ 1 - 2 มีนาคม 2549 นาย Valdas Adamkus ประธานาธิบดีลิทัวเนียและภริยา เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ในระหว่างการเยือน ประธานาธิบดีฯ และภริยา ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระราชวงศ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลิทัวเนียในช่วงเวลาที่สะดวก นอกจากนี้ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือข้อราชการ

- วันที่ 6 - 11 กันยายน 2554 ดำเนินโครงการนำคณะนักธุรกิจระดับสูงลิทัวเนียเยือนไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมย่อยโครงการสร้างความสัมพันธ์ในระดับเจ้าหน้าที่ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศบอลติก นำโดยนาย Rimvydas Vastakas รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคมลิทัวเนีย นาย Arturas Zuokas นายกเทศมนตรีกรุงวิลนีอุส และนาย Rolandas Valiunas กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำลิทัวเนีย

- วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 นาย Evaldas Ignatavicius ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย ได้เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล) และ      เข้าร่วมการประชุม Political Consultation ไทย - ลิทัวเนีย ครั้งที่ 1 กับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ 12 – 14 ตุลาคม 2559 นาย Neris Germanas ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนียได้เข้าพบหารือผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN – EU Ministerial Meeting ครั้งที่ 21 ที่กรุงเทพฯ

                                                    --------------------------                              

สถานะ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2559