สายตรงจากโคลัมโบ : วัดเกลาณียะราชมหาวิหาร News

สายตรงจากโคลัมโบ : วัดเกลาณียะราชมหาวิหาร

 

ประเทศที่พวกเราถูกส่งทำมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เป็นประเทศที่มีความเป็น อยู่สะดวกสบายเท่ากับบ้านของเรา แม้กระนั้น ข้าราชการอย่างผมก็อดนึกไม่ได้ว่าตนยังโชคดีและมีบุญอยู่บ้างที่ถูกส่งมา ปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศศรีลังกา เพราะศรีลังกาเป็นเมืองพุทธ มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และมีวัฒนธรรมที่สวยงาม

ดังนั้น เมื่อว่างจากการปฏิบัติภารกิจ พวกเราข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ภายใต้การนำของเอกอัครราชทูตพลเดช วรฉัตร จึงมักจะเดินทางไปนมัสการและเยี่ยมชมวัดที่สำคัญต่างๆ ของศรีลังกา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราได้เดินทางไปนมัสการและเยี่ยมชมวัดเกลาณียะราชมหาวิหาร (Kelaniya Raja Maha Viharaya) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบประมาณ 13 กิโลเมตรทางทิศเหนือ วัดแห่งนี้มีความสำคัญต่อชาวพุทธศรีลังกาเพราะเชื่อว่าองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ที่เป็นสาวกอีก 500 รูปได้เคยเสด็จมายังวัดแห่งนี้ในวันวิสาขบูชาตามคำเชิญของเจ้าผู้ครองแคว้น กัลยาณี ซึ่งเป็นพญานาค นามว่า มณีอัคขิกะ (King Maniakkhika) ซึ่งปัจจุบัน ในบริเวณวัดมีพระเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีขาวผุดผ่องขนาดมหึมาซึ่งชาวพุทธศรี ลังกาเชื่อว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระแท่นบัลลังค์ที่องค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าประทับเมื่อคราวมาโปรดพญานาคมณีอัคขิกะและบริวาร

สิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างในยุคเริ่ม แรกของวัด เพราะวัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกช่วงประมาณปี พ.ศ. 300 โดยกษัตริย์ยัฎฐาลาติสสะ (King Yathalatissa)  และได้เจริญรุ่งเรืองสูงสุดในรัชสมัยพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 6 (King Parakramabahu VI) แห่งราชอาณาจักรโกฏเฏ (Kingdom of Kotte) ซึ่งโปรดให้สร้างวัดแห่งนี้ให้เป็นวัดที่ยิ่งใหญ่ มีสิ่งปลูกสร้างมากมาย มีพระสงฆ์พำนักนับร้อย จนกลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สำคัญ และได้ถูกบรรยายว่าวัดแห่งนี้งดงามราวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2048 วัดได้ถูกผู้รุกรานชาวโปรตุเกสเผาทำลายลงจนสิ้นซาก 

ต่อมากษัตริย์กีรติศรีราชสิงหะ (King Kirthi Sri Rajasinghe) ซึ่งปกครองราชอาณาจักรแคนดี้ (Kingdom of Kandy) ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2290 - 2325 ได้ทำข้อตกลงกับผู้ปกครองลังกาในยุคนั้น คือ ฮอลันดา ให้สามารถส่งพระสงฆ์เข้าไปบูรณะวัดได้ ดังนั้น เมื่อปี 2310 ได้โปรดให้พระมปิฏิกามะ พุทธรักขิตตะเถระ (Venerable Mapitigama Buddharakkhita Thera) พร้อมพระสงฆ์จำนวนหนึ่งเดินทางไปปฏิสังขรณ์วัด แต่เหตุการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายซึ่งส่งผลให้ลังกากลายเป็นอาณานิคมของ อังกฤษใด้ทำให้ภารกิจดังกล่าวต้องชะงักลง

ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2431 นางเฮเลนา วิเจวาร์เดนา (Mrs. Helena Wijewardena) เศรษฐีนีแห่งกรุงโคลัมโบได้สนใจและได้อุทิศทรัพย์สินในการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัด ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างที่พบเห็นในบริเวณวัดในปัจจุบันจึงเป็นผลจากแรงศรัทธาของเธอ และครอบครัวทั้งสิ้น จุดเด่นที่สำคัญของวัดคือพระวิหาร ซึ่งประกอบด้วยพระนอน ห้องประดิษฐานพระสารีริกธาตุ และภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องชาดก พุทธประวัติ และเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนาในศรีลังกา ซึ่งภาพเหล่านั้นเป็นผลงานของนายโสริอัส เมนดิส (Solius Mendis) ศิลปินชื่อดังของศรีลังกาที่ได้อุทิศเวลากว่า 20 ปีในการรังสรรค์ภาพจิตรกรรมที่งดงามดังกล่าว 

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อด้วยว่า วัดเกลาณียะเป็นที่สถิตของเทพวิภิศณะ (Vibhishna) หรือพระยาพิเภก น้องชายของท้าวทศกัณฑ์ ซึ่งพระรามมอบหมายให้ปกครองกรุงลงกาสืบแทน และเชื่อกันว่าเทพวิภิศณะนั้นศักดิ์สิทธินัก หากบนบานขอบุตรธิดากับท่าน ก็มักจะสำเร็จตามความปรารถนาทุกราย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ขอเชิญชวนให้ใด้มาพิสูจน์กัน

ในคืนก่อนคืนวันพระจันทร์เต็มดวงของเดือนมกราคมในแต่ละปีจะมีพิธีแห่พระ สารีริกธาตุประจำปีของวัด (Duruthu Perahera หรือ Kelaniya Procession) โดยในขบวนแห่จะมีช้างหลายสิบเชือกเข้าร่วมขบวน และมีขบวนนักเต้นรำที่แต่งตัวแบบศรีลังกาที่มีสีสันสดใสสวยงามแปลกตา ควรค่าที่จะได้ชม

ปัจจุบันวัดเกลาณียะราชมหาวิหารเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาว ศรีลังกาที่สำคัญแห่งหนึ่ง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีโอกาสได้ เดินทางมาเยือนศรีลังกาไม่ควรพลาด 

เนื่อเรื่องโดย นายภานุวัฒน์ พรมมานนท์ เลขานุการเอก