สารพันข่าวและบทความ : อินเดียส่งออกยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 96 จากปีที่ผ่านมา News

สารพันข่าวและบทความ : อินเดียส่งออกยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 96 จากปีที่ผ่านมา

อินเดียส่งออกยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๖ จากปีที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์ The Economic Times ฉบับวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๐ ได้รายงานข่าวเรื่อง  Natural rubber exports from India reach highest in last four years ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

๑. การส่งออกยางธรรมชาติของอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ ๙๖ ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๐ โดยมีปริมาณรวม ๒๐,๐๓๐ ตัน ขณะที่การส่งออกในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๘-๒๕๕๙ อินเดียส่งออกยางธรรมชาติไปยังต่างประเทศเพียง ๘๖๕ ตัน  และในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๕-๒๕๕๖ อินเดียส่งออกยางธรรมชาติรวม ๓๐,๕๙๔ ตัน   ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่วงที่ผ่านมา อินเดียมีการส่งออกยางธรรมชาติน้อย ก็เนื่องมาจากการที่ราคายางธรรมชาติในตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มตกต่ำมาโดยตลอด

๒. ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๐ อินเดียส่งออกยางธรรมชาติหลายประเภท ได้แก่ (๑) ยางแผ่นรมควัน ส่งออกรวม ๓๖๓ ตัน (๒) ยางธรรมชาติมาตรฐานของอินเดีย หรือ ISNR  ส่งออกรวม ๖,๕๐๘ ตัน (๓) น้ำยางข้น  ส่งออก ๑๓,๐๒๓ ตัน  และ (๔) ยางประเภทอื่นๆ  ส่งออกรวม ๑๓๖ ตัน โดยประเทศผู้นำเข้าได้แก่ เยอรมนี บราซิล สหรัฐฯ อิตาลี ตุรกี เบลเยี่ยม จีน อียิปต์ เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย ปากีสถาน สวีเดน เนปาล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

๓. ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนต่อการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกยางธรรมชาติของอินเดีย ก็คือ การปรับปรุงภาพลักษณ์ของยางธรรมชาติจากอินเดีย โดยคณะกรรมการยาง (Rubber Board) ได้มีนโยบายสร้างความแตกต่างของยางธรรมชาติจากอินเดียในตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๔ โดยเน้นเป้าหมายการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ยางของอินเดียที่มีคุณภาพ  ทั้งนี้ คณะกรรมการยางอินเดียจะรับรองคุณภาพยางธรรมชาติเพื่อการส่งออกภายใต้แบรนด์ Indian Natural Rubber ซึ่งผลจากการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ซื้อยางจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 

๔. การส่งออกยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นนี้ ได้มีส่วนช่วยในการรักษาเสถียรภาพของราคายางในประเทศของอินเดียมิให้ตกต่ำลง และลดการนำเข้า ขณะที่อุปสงค์ยางธรรมชาติในอินเดียได้ลดลง โดยเฉพาะช่วงฤดูการผลิตที่สูงสุด ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ – มีนาคม ๒๕๖๐     

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลสถิติการส่งออกยางธรรมชาติของอินเดียดังกล่าวกับคณะกรรมการยางของอินเดียแล้ว ทราบว่า สถิติข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง 

การที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอีกครั้ง ก็เนื่องจากว่า เอกสาร  Rubber Statistics News ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของคณะกรรมการยางของอินเดีย ล่าสุด ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๙ – ธันวาคม ๒๕๕๙ อินเดียมีการส่งออกยางธรรมชาติเพียง ๓,๕๒๒ ตัน  ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการยางของอินเดียแจ้งเพิ่มเติมว่า สถิติการส่งออกยางธรรมชาติของอินเดียตามที่ปรากฎในรายงานข่าว The Economic Times เป็นสถิติล่าสุดของการส่งออกในปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๐ (เมษายน-มีนาคม)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนั้น เท่าที่สอบค้นมาได้ พบว่า ในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๙ - ธันวาคม ๒๕๕๙ อินเดียมีการผลิตยางธรรมชาติรวม ๕๐๒,๐๐๐ ตัน แต่มีการบริโภคยางธรรมชาติในช่วงเดียวกันรวม ๗๗๕,๙๗๕ ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๐ ผลผลิตยางพาราของอินเดียน่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนส่งผลให้มียางพาราเหลือเพื่อการส่งออกอีกจำนวนมากเกือบ ๒๐,๐๐๐ ตัน

และจากรายงานในปี ๒๕๕๗ อินเดียมีการใช้ยางโดยรวมของอุตสาหกรรมต่างๆ รวม ๑,๐๑๘,๐๐๐ ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ ๓.๗ โดยอุตสาหกรรมยานยนต์อินเดีย เป็นผู้บริโภคยางพารารายใหญ่ โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ ๕๕ (ปี ๒๕๕๓) รองลงมาได้แก่ อุตสาหกรรมยางใน/รถจักรยาน ร้อยละ ๑๑ รองเท้า ร้อยละ ๑๐ สายยาง ร้อยละ ๕ และอื่นๆ ร้อยละ ๑๙

 แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านการผลิตและมีความสำคัญต่อตลาดยางพาราโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศผู้ส่งออกยางมายังอินเดียด้วย แต่การปรับตัวของอินเดียที่ได้มีนโยบายส่งเสริมการส่งออกยางพาราและการปรับปรุงคุณภาพยางธรรมชาติเพื่อส่งออกมายังตลาดโลก เช่น แบรนด์ Indian Natural Rubber ซึ่งมีการรับรองคุณภาพยางด้วยนั้น  ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญเช่นกัน  ดังนั้น ผู้ผลิตยางพาราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจึงจำเป็นจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิตยางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น

******************************

รายงานโดย ดร. พรพิมล สุคันธวณิช

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน