กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือ ไทย – ฉงชิ่ง ครั้งที่ 2 และสำรวจศักยภาพบริษัทที่มีชื่อเสียงในมหานครฉงชิ่ง ระหว่างวันที่ 11 – 14 ธ.ค. 2560 News

กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือ ไทย – ฉงชิ่ง ครั้งที่ 2 และสำรวจศักยภาพบริษัทที่มีชื่อเสียงในมหานครฉงชิ่ง ระหว่างวันที่ 11 – 14 ธ.ค. 2560

      เมื่อวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2560 นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู และคณะผู้แทนไทย รวม 14 คน เดินทางมาเยือนมหานครฉงชิ่ง โดยเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ (1) กงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู และผู้อำนวยการสำนักงาน   การท่องเที่ยว นครเฉิงตู ได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับมหานครฉงชิ่ง ให้แก่คณะนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 60 สายที่ 2  ณ โรงแรม JW Marriott Chongqing เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560   (2) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือ ไทย – ฉงชิ่ง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 และ (3) สำรวจศักยภาพบริษัทที่มีชื่อเสียงในมหานครฉงชิ่ง ระหว่างวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2560 เพื่อศึกษาลู่ทางเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับมหานครฉงชิ่ง

      การประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือไทย – ฉงชิ่ง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ถือเป็นกิจกรรมหลักของการเยือนมหานครฉงชิ่งครั้งนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นวาระที่ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ แต่ที่จัดขึ้นที่มหานครฉงชิ่งเนื่องจากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ฝ่ายฉงชิ่งที่ไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกพื้นที่ กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู และนายถัง เหวิน รองอธิบดีสำนักงานการต่างประเทศและกิจกรรมชาวจีนโพ้นทะเล (ไว่ปั้น) มหานครฉงชิ่ง ทำหน้าที่ประธานร่วมของการประชุมฯ โดยที่ประชุมฯ ได้หารือถึงความร่วมมือกันใน 9 สาขา ได้แก่ (1) การแลกเปลี่ยนการเยือน (Exchange of visits) (2) เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน (Economy, Trade and Investment) (3) การเกษตร (Agriculture) (4) การท่องเที่ยว (Tourism) (5) การเชื่อมโยงและโลจิสติกส์ (Connectivity and Logistics) (6) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) (7) สาธารณสุข (Public Health) (8) การศึกษา (Education)     9) วัฒนธรรม / ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน (Culture/ People-to-People Relations) และได้รับรอง Record of Discussion ซึ่งสรุปผลการหารือตามสาขาทั้ง 9 เป็นผลของการประชุมฯ อนึ่ง การประชุมฯ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อปี 2557 โดยฝ่ายฉงชิ่งเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมฯ ครั้งที่ 2 นี้ ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายฉงชิ่งให้ความสำคัญเป็น   อย่างมาก โดยมีคณะผู้แทนเข้าร่วมจากหลายหลายหน่วยงาน โดยฝ่ายไทยนอกจากหน่วยงานไทยที่ตั้งอยู่ที่นครเฉิงตูเช่น สถานกงสุลใหญ่ฯ สำนักงานการค้าฯ สำนักงานการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีสำนักงานบีไอโอจากเซี่ยงไฮ้ และสำนักงานศุลกากรจากกว่างโจว เข้าร่วมด้วย สำหรับการประชุมฯ ครั้งที่ 3 ที่ฝ่ายฉงชิ่งเป็นเจ้าภาพในชั้นนี้คาดว่าจะมีขึ้นในปี 2562

      ในด้านการดูงานระหว่างวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2560 นั้น คณะผู้แทนไทย ได้ดูงาน ณ (1) เขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ฉงชิ่ง (Chongqing Highway Logistics Base) ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์     ที่เป็นหนึ่งใน “3 เขต 4 ท่าเรือ” ของศูนย์โลจิสติกส์อาเซียนและนานาชาติหนานเผิง เขตปาหนาน มหานคร   ฉงชิ่ง ครอบคลุมพื้นที่ 137,000 ตร.ม. ภายใน “เขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ฉงชิ่ง” มีการรวบรวมโครงการขนาดใหญ่ 20 โครงการของกลุ่มบริษัทชั้นนำของจีนหลายบริษัท อาทิ กลุ่มบริษัท GLP จากประเทศสิงค์โปร์ บริษัท จิงตง จำกัด (JD.com) (อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน) กลุ่มวิสาหกิจ China South City กลุ่มวิสาหกิจChongqing  Asian International Logispark (CAIL) เป็นต้น ซึ่งคณะมีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์กระจายและคลังสินค้าของบริษัท จิงตง จำกัด (JD.com) ซึ่งถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจีนตะวันตกเฉียงใต้ (2) บริษัท Sanfeng Environmental Industrial Group ผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากการ เผาขยะด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนี โดยได้มีการเรียนรู้ และประยุกต์อุปกรณ์ให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละโรง โดยเครือบริษัท Sanfeng Environment มีโรงงานจำนวน 40 กว่าแห่งกระจายอยู่ทั่วโลก มีแหล่งผลิตอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีและมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการให้บริการจำนวนมาก ถือเป็นบริษัทผลิตพลังงานทดแทนอันดับ 1 ของประเทศ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันขยายการลงทุนอยู่ทั่วมุมโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา (พลิมัธ) เยอรมัน (มิวนิก) เอธิโอเปีย อินเดีย (มุมไบ นิวเดลี ไฮเดอราบัด) และประเทศไทย (ภูเก็ต สระบุรี มหาชัย) และ (3) กลุ่มบริษัท ไท่จี๋ (Taiji Group) บริษัทยา  1 ใน Top 500 บริษัทชั้นนำของจีน มีร้านขายยามากกว่า 10,000 ร้าน มีพนักงานมากกว่า 13,000 คน โรงงานผลิตและวิจัยยากว่า 13 โรงงานในจีน มีผลิตภัณฑ์ยาของบริษัทฯ มากกว่า 1,500 ชนิด และมีผลิตภัณฑ์ยากว่า 50 ชนิดที่ได้รับการอนุรักษ์ระดับชาติ คาดว่าในอนาคตสามารถจะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศนำเข้าวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตยาที่สำคัญของบริษัท และแสดงความสนใจนำเข้าสินค้าสุขภาพของไทยเพิ่มขึ้น อาทิ เครื่องนอนยางพารา       และยาทากันยุง (ปลอดภัยไร้สารเคมี) และ  (4) ศูนย์กลางการค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติชวงฟู่ (Chongqing Shuang Fu International Farm Trade City) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2557    เป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพเป็นอันดับ 1 ของจีนตะวันตก สินค้าส่วนใหญ่มี ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ สินค้าประมง น้ำมันพืช ธัญพืช และอื่นๆ เป็นต้น ปัจจุบันมีการนำเข้าสินค้าผัดสด 7,500 ตัน/ปี และผลไม้ 1,000 ตัน/ปี นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์แสดงสินค้าแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นโดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าแปรรูปเพื่อสุขภาพ อาทิ ชาเขียว มะแขว่น (ฮัวเจียว หรือ Huajiao) น้ำมันพืช ถั่วลิสง ขนบขบเคี้ยว เต้าหู้ยี้ ไข่ไก่ ข้าวสาร สินค้าเกษตรไทยที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้ มีกว่า 15 ชนิด อาทิ มะม่วง ทุเรียน กล้วยไข่ ลำไยอบแห้ง ขนุน ส้มโอ มะพร้าว และมังคุด โดยมีปริมาณการนำเข้าผลไม้ไทยไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน/วัน คาดว่าในอนาคตจะสามารถเพิ่มการนำเข้าสินค้าไทยได้มากขึ้น นับเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรไทยที่สามารถเพิ่มช่องทางและขยายตลาดเข้าสู่มหานครฉงชิ่งได้มากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่ปัจจุบันเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมากของผู้บริโภคฉงชิ่ง