กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : งานสัปดาห์ส่งเสริมสินค้าประมงไทยสู่ตลาดเสฉวนและเทศกาลอาหารทะเลไทย ณ นครเฉิงตู News

กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : งานสัปดาห์ส่งเสริมสินค้าประมงไทยสู่ตลาดเสฉวนและเทศกาลอาหารทะเลไทย ณ นครเฉิงตู

ประสบผลสำเร็จอย่างงดงามสำหรับงาน “สัปดาห์ส่งเสริมสินค้าประมงไทยสู่ตลาดเสฉวน” และ “เทศกาลอาหารทะเลไทย” ที่จัดขึ้นโดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ระหว่างวันที่ 15-22 กันยายน 2560 โดยพิธีเปิดงานดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 2560 ณ ตลาดค้าส่งสินค้าอาหารทะเลชิงสือเฉียว  นครเฉิงตู วัตถุประสงค์ของโครงการข้างต้นเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารทะเลของไทยให้ผู้นำเข้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และผู้บริโภคได้รู้จักเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพิธีเปิดงานฯ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั้งหน่วยงานภาครัฐของนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ผู้ประกอบการอาหารทะเลในท้องถิ่น รวมถึงสื่อมวลชน โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างคับคั่งเป็นจำนวนกว่า 150 ราย

การจัดงาน “สัปดาห์ส่งเสริมสินค้าประมงไทยสู่ตลาดเสฉวน”  ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานต่าง ๆ  เช่น สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครเฉิงตู สำนักงานตรวจสอบและกักกันสินค้านำเข้า-ส่งออก มณฑลเสฉวน คณะกรรมการพาณิชย์นครเฉิงตู สำนักงานการท่าและโลจิสติกส์นครเฉิงตู สำนักงานการต่างประเทศและกิจกรรมชาวจีนโพ้นทะเล นครเฉิงตู สมาคมพาณิชย์และโลจิสติกส์ Cold Chain นครเฉิงตู และคณะผู้บริหารของตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรชิงสือเฉียว ซึ่งเป็น1 ใน 4 ตลาดขายปลีก/ส่งที่ใหญ่ที่สุดในนครเฉิงตู 

ในช่วงสัปดาห์เดียวกัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูยังได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าเหรินเหอชุนเทียน จัดการส่งเสริมการขายสินค้าอาหารทะเล รวมทั้งจัดเทศกาลอาหารทะเลไทยร่วมกับร้านอาหารไทยชื่อดังในท้องถิ่น อาทิ ร้านอาหารไท่เซียงหมี่  4  สาขา  ร้านอาหารอโณทัย  2  สาขา  ร้านอาหาร Never Ending Summer 2 สาขา รวมทั้งภัตตาคารอาหารไทยหั่วอู่ของโรงแรม Holiday Inn

นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต  กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้กล่าวเปิดงานโดยย้ำว่า “ปัจจุบัน ท่าอากาศยานซวงหลิว นครเฉิงตูได้รับอนุญาตให้เป็นด่านนำเข้าสินค้าอาหารทะเลได้ โดยประเภทของอาหารทะเลจากไทยที่สามารถนำเข้าได้ ได้แก่ กุ้งกุลาขาว กุ้งกุลาดำ กุ้งมังกร ปูม้า กั้ง เป็นต้นซึ่งเป็นสิ่งที่ Win-Win ทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวเสฉวนและมณฑลใกล้เคียงที่จะได้รับประทานอาหารทะเลไทยที่สดขึ้นในราคาที่เป็นมิตร ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยก็สามารถส่งสินค้าดังกล่าวมาจำหน่ายในปริมาณที่มากขึ้น  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวเสฉวนที่ในแต่ละปีบริโภคอาหารทะเลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30   ....นอกจากนี้ ในระหว่างการจัดงานฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังได้เชิญผู้ส่งออกสินค้าอาหารทะเลจากไทยจำนวน 6 บริษัท มาเข้าร่วมงานฯ และได้จัดให้ศึกษาดูงาน (1) สำนักงาน CIQ มณฑลเสฉวน เพื่อศึกษากระบวนการอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า – ส่งออกสินค้าทางอากาศ (2) สถานีคาร์โก้ สนามบินนานาชาติซวงหลิว เพื่อศึกษาดูงานการตรวจสอบภาคปฏิบัติภายหลังสินค้าอาหารทะเลถูกน้ำเข้ามาทางอากาศ และ (3) ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนครเฉิงตู ตลาดชิงสือเฉียว และตลาดอิ๋นลี่ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ส่งออกของไทยและผู้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลในมณฑลเสฉวน ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่ผู้ส่งออกของไทยได้มาสำรวจพื้นที่จริง เพื่อศึกษาตลาดและความนิยมของผู้บริโภค… .......”

นายเติ้ง หมิงฮุย รองอธิบดีสำนักงานตรวจสอบและกักกันสินค้านำเข้า-ส่งออก (CIQ) ของมณฑลเสฉวน  ได้ให้เกียรติร่วมกล่าวในพิธีเปิด สรุปว่า “...ปัจจุบัน CIQ เสฉวนดำเนินการพิธีตรวจสอบและกักกันสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเปิดใช้ Single Window เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน CIQ ยังได้ร่วมมือกับศุลกากรเพื่อดำเนินการตรวจสอบสินค้าและเอกสารพร้อมกันและร่วมกันอนุมัติปล่อยสินค้าผ่านด่าน เพื่อลดเวลาการตรวจสอบให้สั้นลง รวมถึงให้บริการนัดเวลาเพื่อตรวจสอบสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มเวลาการทำงานให้ยาวนานขึ้น เพื่อความราบรื่นของการนำเข้าส่งออกสินค้า แม้ว่าจะเป็นในช่วงวันหยุด ...ตั้งแต่มกราคมถึงสิงหาคม 2560 นี้ มีการนำเข้าสินค้าจากไทยแล้ว 445  ล็อตสินค้า ปริมาณ 338.42 ตัน มูลค่าสินค้ากว่า 2,225,800 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 300.90 เพิ่มขึ้นร้อยละ 310.81 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 333.78 ตามลำดับ โดยการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสินค้าอาหารทะเลเหล่านี้ยังได้กระจายไปจำหน่ายยังกรุงปักกิ่ง มณฑลกานซู่ และมณฑลกุ้ยโจว .”

 ผู้มาร่วมงานจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งชาวเสฉวนและไทยต่างแสดงความชื่นชมความคิดริเริ่มของสถานกงสุลใหญ่ฯ และหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงาน “ส่งเสริมสินค้าประมงไทยสู่ตลาดเสฉวน” และ “เทศกาลอาหารทะเลไทย”  เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานดังกล่าวขึ้น และเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารทะเลไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในมณฑลเสฉวนซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีประชากร 90 ล้านคน ไม่มีทางออกทะเล  มีความต้องการนำเข้าสินค้าประมงเพิ่มมากขึ้นทุกปี  และนครเฉิงตูยังเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในภูมิภาคตะวันตกของจีนด้วย  นอกจากนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นยังเป็นเวทีที่ช่วยเสริมความรู้ให้กับผู้ประกอบการไทยเกี่ยวกับการส่งออกมาเสฉวน และนำผู้นำเข้าสินค้าในมณฑลเสฉวนมาทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายกับผู้ส่งออกไทย   ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่กำลังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน ต่อยอดจากการที่สินค้าไทยกำลังเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในตลาดจีน