กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมหารือกับคณะนักธุุรกิจร้านอาหารไทยและสปาไทยในมหานครฉงชิ่ง News

กิจกรรมสถานกงสุลใหญ่ : รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมหารือกับคณะนักธุุรกิจร้านอาหารไทยและสปาไทยในมหานครฉงชิ่ง

        รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมหารือกับคณะนักธุรกิจร้านอาหารไทยและสปาไทยในมหานครฉงชิ่ง

           เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ดร.จุฑาภรณ์ เฟิลแคร์ กงสุล รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู พร้อมด้วย นางสาววรรณงาม เผือนพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครเฉิงตู นางสาวพรพรหม ไทยวรรณศรี ข้าราชการในโครงการ นปร. 12 และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้ร่วมหารือถึงความร่วมมือในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยผ่านอาหารไทยและสปาไทย และได้ถือโอกาสหารือเพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคของการประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยและสปาไทยในมหานครฉงชิ่ง โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้จัดการประชุมหารือในลักษณะบรรยากาศที่เป็นกันเอง ณ ร้าน Xin Shan ข้างห้างสรรพสินค้าซินกวงเทียนตี้

           ในการหารือร่วมกับคณะนักธุรกิจร้านอาหารไทยในช่วงเช้า ดร.จุฑาภรณ์ เฟิลแคร์ ได้กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในมหานครฉงชิ่งให้มากยิ่งขึ้น โดยเล็งเห็นศักยภาพของผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในมหานครฉงชิ่งที่มีส่วนร่วมในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในมหานครฉงชิ่งทั้งสิ้น 50 ร้าน และสถานกงสุลใหญ่ยินดีที่จะสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารไทยในส่วนที่ราชการไทยสามารถกระทำได้ โดยเฉพาะการช่วยเหลือในการแก้ปัญหาข้อจำกัดในการประกอบการร้านอาหารไทยและร้านสปาไทยในเชิงนโยบายโดยความพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันกับรัฐบาลมหานครฉงชิ่งและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้เชิญชวนให้แต่ละร้านไทยส่งพ่อครัวเข้าร่วมอบรมโครงการการอบรมเชฟปรุงอาหารไทยในช่วงเดือนกันยายน 2562 นี้ ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครเฉิงตู ยังได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหมาย Thai SELECT และกระบวนการขออนุมัติ ซึ่งผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  

           ต่อมาในช่วงบ่าย ได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการสปาไทยในมหานครฉงชิ่ง โดยผู้ประกอบการสปาได้สะท้อนความคิดเห็นว่า มีความยินดียิ่งที่สถานกงสุลใหญ่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจสปาไทย โดยปัจจุบันธุรกิจสปาไทยได้รับความนิยมจากชาวจีนในมหานครฉงชิ่ง ทางร้านจึงมีการจ้างหมอนวดจากประเทศไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการด้านแรงงาน จึงขอให้สถานกงสุลใหญ่ช่วยผลักดันและหารือเรื่องดังกล่าวกับทางการจีน นอกจากนี้ สปาไทยในมหานครฉงชิ่งยังมีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สปาจากเมืองไทยด้วย จึงเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์สปาไทยที่จะเข้ามาเปิดตลาดในมหานครฉงชิ่ง

           การหารือในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือต่อไปในอนาคต และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยและสปาไทยมีความผูกพันและมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย และพร้อมที่จะร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ในการส่งเสริมและเผยแพร่สินค้าและวัฒนธรรมไทยต่อไปในอนาคต