บทความเศรษฐกิจ : สำรวจตลาดนมเปรี้ยว ในยุคที่ผู้บริโภคชาวจีนเน้นเรื่องสุขภาพ Article

บทความเศรษฐกิจ : สำรวจตลาดนมเปรี้ยว ในยุคที่ผู้บริโภคชาวจีนเน้นเรื่องสุขภาพ

สำรวจตลาดนมเปรี้ยว ในยุคที่ผู้บริโภคชาวจีนเน้นเรื่องสุขภาพ

“นมเปรี้ยว” คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมชนิดต่าง ๆ หรือจากการหมักบ่มด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกรดแล็กติกเป็นหลัก รวมทั้งจุลินทรีย์อื่นที่ใช้ในการผลิตนมเปรี้ยว นมเปรี้ยวถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร และยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ นมเปรี้ยวแบ่งออก เป็น 2 ประเภท ได้แก่ นมเปรี้ยวชนิดมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ หรือที่คนจีนเรียกว่า นมเปรี้ยวอุณหภูมิต่ำ  (低温乳酸菌饮料) และ นมเปรี้ยวชนิดมีจุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิต หรือ นมเปรี้ยวอุณหภูมิปกติ (常温乳酸菌饮料)

 

ภาพรวมตลาดนมเปรี้ยวในจีนและมณฑลเสฉวน

ตลาดนมเปรี้ยวในจีนมีพัฒนาการเติบโตรวดเร็วมากในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2554-2558 โดยในปี 2558 มูลค่าการค้าในตลาดจีนประมาณ 66,000 ล้านหยวน (นมเปรี้ยวและโยเกิรต์ทั้งยี่ห้อจีนและยี่ห้อต่างประเทศ) หลังจากนั้นการเติบโตเริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากการอิ่มตัวของตลาดผู้บริโภคและการที่ผู้บริโภคหันไปเลือกดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ตามกระแสความนิยม อาทิ โยเกิร์ต ชา กาแฟ และชานมไข่มุก เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในช่วงปี 2560 ตลาดนมเปรี้ยวมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเพราะการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด ปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้า รวมไปถึงสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่แปลกใหม่

ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวจีนสามารถเลือกซื้อนมเปรี้ยวได้อย่างสะดวก ทั้งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงทางร้านค้าออนไลน์ มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ ทั้งยี่ห้อจีนและยี่ห้อต่างประเทศ นอกจากนี้ ในแต่ละเมืองยังมีบริษัทท้องถิ่นที่ผลิตและจำหน่ายนมเปรี้ยวประจำท้องถิ่นอีกด้วย สินค้าท้องถิ่นส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ตามร้านค้าสะดวกซื้อในพื้นที่ และมีบางยี่ห้อเท่านั้นที่จะมีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

 

 

 

 

ยี่ห้อนมเปรี้ยวในมณฑลเสฉวน

มณฑลเสฉวนมีบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายนมเปรี้ยวประจำท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันในพื้นที่อยู่ประมาณ 5 ยี่ห้อ อาทิ ยี่ห้อ Xiongchumo (熊出没), ยี่ห้อ Beike (贝克), ยี่ห้อ Xiaoyang (小样), ยี่ห้อ Changdongle (常动乐),และ ยี่ห้อ Horun (活润) เป็นต้น โดยสินค้าส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อและร้านค้าทั่วไปในพื้นที่ จะมีแค่บางยี่ห้อเท่านั้นที่ติดตลาดและมีจำหน่ายกระจายอยู่ในทั่วไปในจีน ซึ่งบริษัทนมเปรี้ยวเหล่านี้ต่างใช้วิธีปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด ปรับเปลี่ยนรสชาติ ยกระดับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อที่จะเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดนมเปรี้ยวมากขึ้น

 

โอกาสของธุรกิจนมเปรี้ยวไทยในมณฑลเสฉวน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 นายวิทิต เภาวัฒนาสุข กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร บริษัท บีทาเก้น จำกัด นำโดยนายสมเจตต์ อรรถสกุลชัย กรรมการบริหารบอร์ดบีทาเก้นกรุ๊ป เข้าเยี่ยมคารวะและขอรับคำแนะนำจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เกี่ยวกับโอกาส ช่องทางและความเป็นไปได้ในการขยายตลาดสินค้านมเปรี้ยวบีทาเก้นซึ่งเป็นนมเปรี้ยวที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของไทย และปัญหาและอุปสรรคที่อาจพบเจอในการขยายตลาดสินค้านมเปรี้ยวบีทาเก้นในมณฑลเสฉวน

 

บีทาเก้นได้เข้ามาก่อตั้งบริษัทขึ้นในนครคุนหมิงแล้วเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งนครคุนหมิงถือเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ เชื่อมโยงการขนส่งจากไทยผ่านเส้นทาง R3A ได้ และขณะนี้เห็นศักยภาพของมณฑลฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะในนครเฉิงตู

 

เหตุผลที่ควรขยายธุรกิจนมเปรี้ยวมาที่นครเฉิงตู โดย ศูนย์บีไอซี เฉิงตู

1) เฉิงตูเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่และมีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาคจีนตะวันตก ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ชอบจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างประเทศ มีรสนิยม พิถีพิถัน และชอบทดลองสินค้าแปลกใหม่

2) เฉิงตูมีเส้นทาง R3A+ ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากเส้นทาง R3A ที่เชื่อมโยงการขนส่งจากไทยมายังนครคุนหมิงและส่งต่อมายังนครเฉิงตูด้วยระยะเวลาเพียง 3-5 วัน อย่างไรก็ตาม การที่นมเปรี้ยวมีอายุการเก็บรักษาที่ไม่นาน การขนส่งและลักษณะการกระจายสินค้าจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณา

3) เฉิงตูเป็น Hub ที่สำคัญของภูมิภาคจีนตะวันตก ที่เป็นแหล่งรวมและกระจายสินค้าได้ทั้งทางบก + ราง + อากาศ ไปยังมณฑลอื่น ๆ ในประเทศจีน รวมถึงไปยังต่างประเทศทั้งในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และยุโรป

 

ข้อคิดและคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการไทย โดย บีทาเก้น

บีทาเก้น เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาดจีน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้  ก็ประสบพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคไม่น้อย ผู้แทนของบีทาเก้น กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศคือ “Teamwork” ซึ่งการที่มีทีมทำงานที่มีความเข้มแข็ง วางแผนการทำงานอย่างมีขั้นตอนและมีระบบแบบแผน จะทำให้งานประสบความสำเร็จได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ บีทาเก้นยังเรียนรู้ประสบการณ์จากทั้งผู้ล้มเหลวและผู้ที่ประสบความสำเร็จ ศึกษาปัญหาและอุปสรรคก่อนการเข้ามาลงทุน ศึกษากฎระเบียบและข้อกฎหมาย รวมทั้งการสำรวจตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้ทำให้เป็นบีทาเก้นประสบความสำเร็จในการเปิดบริษัทที่เวียดนาม และการทำธุรกิจที่นครคุนหมิงก็มีความสดใส ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรจะศึกษาเป็นแบบอย่างก่อนที่จะเข้ามาทำการค้าขยายตลาดหรือลงทุนในจีน หรือในประเทศ CLMV

ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคชาวจีนเน้นเรื่องสุขภาพ เชื่อได้ว่าตลาดผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวของจีนจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพในอนาคตและมีโอกาสในการขยายตัวอีกมาก ไม่เพียงแค่นมเปรี้ยว แต่รวมไปถึงสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรืออาหารเสริม โดยจะต้องเป็นสินค้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผ่านการรับรองคุณภาพอย่างถูกต้องและครบถ้วน และควรจะมีความโดดเด่นและความหลากหลายในด้านของรสชาติ ที่จะดึงดูดใจกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนในการทดลองความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ปัจจุบัน สินค้าประเภทนมเปรี้ยวของไทยยังเข้าสู่ตลาดจีนไม่มาก ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดและลงทุน หรือมองหาคู่ค้าในตลาดจีน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยก็ควรศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าวเพื่อสามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานและข้อบังคับของจีนต่อไป

 

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ภายใต้การกำกับดูแลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู

แหล่งที่มา

1.คณะผู้บริหารบริษัท บีทาเก้น จำกัด

2.http://data.chinabaogao.com/shipin/2017/1162cb92017.html

3.http://www.foodaily.com/market/show.php?itemid=14573

ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“บีทาเก้น” พกจุดแข็ง “นมเปรี้ยวไทยที่คนจีนนิยมมากที่สุด” บุกจีน

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/interesting-facts/detail.php?SECTION_ID=518&ID=18595

Moonlight Trading รุกหนัก พา “บีทาเก้น” บุกตลาดออนไลน์จีน

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/interesting-facts/detail.php?SECTION_ID=488&ID=18477