ข้อมูลทั่วไป : เขตเศรษฐกิจมณฑลเสฉวน Article

ข้อมูลทั่วไป : เขตเศรษฐกิจมณฑลเสฉวน

ปัจจุบันรัฐบาลมณฑลเสฉวน มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนายกระดับความเจริญเติบโตในพื้นที่พร้อมกันทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ โดยพยายามดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ เร่งส่งเสริมเขตนิคมอุตสาหกรรมในเมืองที่มีศักยภาพหลายแห่ง ซึ่งประกอบด้วยอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ไอทีการบิน และรถยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ มณฑลเสฉวนมีเขตอุตสาหกรรมกว่า 200  แห่ง โดย แห่งเป็นอุตสาหกรรมระดับชาติ  

นอกจากนี้ รัฐบาลมณฑลเสฉวนยังได้วางพื้นฐานการพัฒนา ด้วยการกำหนดเขตเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ เพื่อการผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของมณฑลฯ ตลอดจน กระจายความเจริญไปสู่ทุกภูมิภาคและท้องถิ่น โดยเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ มีดังนี้

1. เขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่ง

เขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่ง(成渝经济区)ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยมีนครเฉิงตู มณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่ง เป็นจุดศูนย์กลางของการพัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 206,100 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 15 เมือง (117 เขต) ในมณฑลเสฉวนและ 31เขต ในนครฉงชิ่ง และมีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 91.402 ล้านคน เขตเศรษฐกิจกลุ่มดังกล่าวครอบคลุมเมืองเศรษฐกิจสำคัญในมณฑลเสฉวน รวมไปถึงนครฉงชิ่ง อันประกอบด้วย 1) เขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉิงตู-เหมียนหยาง-เล่อซาน 2) เขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉิงตู-ซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง 3) เขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉิงตู-เหน่ยเจียง-ฉงชิ่ง 4) เขตพัฒนาเศรษฐกิจฉงชิ่ง-กวางอัน-ต๋าโจว 5) เขตพัฒนาเศรษฐกิจตามเส้นทางแม่น้ำ    

โดยเขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่ง เป็นเขตเศรษฐกิจกลุ่มหลักที่สำคัญแห่งที่ 4 ในจีน ต่อจาก เขตเศรษฐกิจกลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง,เขตเศรษฐกิจกลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก และ เขตเศรษฐกิจกลุ่มมหานครปักกิ่ง-เทียนสิน-มณฑลเหอเป่ย (รวม 8 เมืองของมณฑลเหอเป่ย) ในปี 2011 มูลค่ารวม GDP ของเขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่งอยู่ที่ 2.75 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2010 ถึง 16.2 %ครองสัดส่วน 7% ของค่า GDP ทั่วประเทศจีน อีกทั้ง เขตเศรษฐกิจดังกล่าว ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่จีนตะวันตก เนื่องด้วย เป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ระดับแนวหน้าของจีน เป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ประชากรในพื้นที่มีคุณภาพมีความรู้ความสามารถในระดับสูง

ที่มา : Sichuan Investment Service Guide

ตามแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่ง ระบุว่าจะผลักดันให้นครเฉิงตูและนครฉงชิ่งเป็นศูนย์กลางที่มีศักยภาพสูงสามารถรองรับการพัฒนาในอนาคต เป็นหัวรถจักรชักนำความเจริญเติบโตมาสู่พื้นที่จีนตอนในภาคตะวันตก โดยเริ่มจากการเสริมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและยกระดับการบริการสาธารณะในเขตชนบท รวมถึง วางแผนการบริหารจัดการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและลดช่องว่างรายได้ของประชาชนเมืองกับชนบท นอกจากนั้น ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบอุตสาหกรรมหลักของเขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่งให้มีความทันสมัยเพิ่มมากขึ้น โดยเร่งรัด

พัฒนาภาคเกษตรกรรมสมัยใหม่ อาทิ ด้านการเพาะปลูกพืชและผลไม้ การเลี้ยงสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น อีกทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชั้นนำเดิมในท้องถิ่น ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุอุปกรณ์ การผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมทางเคมีและด้านการสาธารณสุข เป็นต้น ตลอดจน ยกระดับอุตสาหกรรมภาคบริการ ได้แก่ การขนส่งโลจิสติกส์ การเงินการธนาคาร การค้าขายระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว เป็นต้น 

ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่ง เป็นตลาดที่มีประชากรมากที่สุดในภาคตะวันตกของจีนและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นตัว กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเป็นสำคัญ คาดการณ์ไว้ว่า ปี 2015 เขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่งจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในจีนตะวันตก และในปี 2020 เขตเศรษฐกิจกลุ่มเฉิงตู-ฉงชิ่งจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน

2.เขตเศรษฐกิจระดับชาติของมณฑลเสฉวน

เขตเศรษฐกิจระดับชาติของมณฑลเสฉวน แบ่งออกเป็น 5 เขตตามลักษณะภูมิภาค โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจไว้ ดังนี้  

                                                   

            ที่มา : Sichuan Investment Service Guide

2.1 เขตเศรษฐกิจเฉิงตู (ประกอบด้วยเมืองเฉิงตู เต๋อหยาง เหมียนหยาง เหมยซานและจือหยาง) เร่งผลักดันและเพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนา เพื่อยกระดับเขตเศรษฐกิจเฉิงตูให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในจีนตะวันตก เป็นใจกลางการคมนาคมขนส่งและการสื่อสาร เป็นฐานของอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัยและฐานของนวัตกรรมใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน ฐานของการแปรรูปสินค้าเกษตรกรรม   

2.2 เขตเศรษฐกิจเสฉวนตอนใต้ (ประกอบด้วยเมืองอี๋ปิน จื้อก้ง เน้ยเจียงและเล่อซาน) เร่งสร้างและพัฒนาให้เขตนี้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจคลื่นลูกใหม่ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและน่าจับตามองมากที่สุดในมณฑลเสฉวน และอาศัย “เส้นทางขนส่งทางน้ำ” เป็นตัวกลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเน้นพัฒนาและปรับปรุงระบบการขนถ่ายระบายสินค้าของท่าเรือหลูโจว ท่าเรืออี๋ปิน ให้มีความทันสมัยและมีความสามารถในการขนส่งและรองรับสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น

2.3 เขตเศรษฐกิจเสฉวนตะวันออกเฉียงเหนือ (ประกอบด้วยเมืองหนานชง สุ้ยหนิง ต๋าโจว กว่างอัน ปาจงและกว่างหยวน) วางเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นฐานการผลิตพลังงาน สารเคมี และฐานการแปรรูปผลิตภัณฑ์เประสิทธิภาพการผลิตก๊าซธรรมชาติ น้ำมันและเกษตรที่สำคัญในจีนตะวันตก อีกทั้งเร่งเพิ่มปรับปรุงการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2.4 เขตเศรษฐกิจเสฉวนตะวันตก (ประกอบด้วยเมืองพานจือฮวา หย่าอันและเขตปกครองตนเองเหลียงซาน) วางแแผนจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างชาญฉลาดและใช้สอยให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด โดยเฉพาะแร่ธาตุวาเนเดียมและไทเทเนียม ในขณะเดียวกัน เร่งคิดค้นนวัตกรรมทาง เทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นฐานอุตสาหกรรมแร่ธาตุวาเนเดียมและไทเทเนียมที่ สำคัญในจีน ตลอดจน พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิม ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวมากขึ้น  

2.5 เขตเศรษฐกิจเสฉวนตะวันตกเฉียงเหนือ (ประกอบด้วยเขตปกครองตนเองกันจือและอาป้า) อนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติพร้อมกับพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อีกทั้ง ผลักดันอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ภายใต้ระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานและทันสมัย ปรับปรุงภาคเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ตลอดจน ส่งเสริมภาคการบริการสาธารณะให้มากขึ้นเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น 

3. เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ นครเฉิงตู

เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่(天府新区)นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยเป็นเขตเศรษฐกิจลำดับที่ 4 ในจีนต่อจากเขตเศรษฐกิจผู่ตงนครเซี่ยงไฮ้เขตเศรษฐกิจปินไห่ นครเทียนสิน และเขตเศรษฐกิจเหลียงเจียง นครฉงชิ่ง ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,578 ตาราง กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 3 เมือง (นครเฉิงตู เมืองเหมยซาน เมืองจือหยาง) 7 เขต (เขตเกาซิน เขตซวงหลิว เขตหลงฉวนอี้ เขตซินจิน เขตเผิงซาน เขตเจี่ยนหยาน และเขตเหรินโส้ว) และ 37 ตำบล มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 650 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 1.736 ล้านคน และในปี 2011 มีมูลค่ารวม GDP ประมาณ 77,100 ล้านหยวน

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ เน้นพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัยเป็นสำคัญ เป็นศูนย์รวมของภาคการบริการระดับไฮเอนท์ และเป็นเขตชุมชนที่มีความทันสมัยในแบบสากลเหมาะสำหรับการประกอบธุรกิจ การลงทุน และพักอยู่อาศัย

เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน คือ เป็นประตูบานสำคัญในการเชื่อมต่อของจีนตอนในภาคตะวันตกกับต่างประเทศ เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเป็นพื้นที่สาธิตเพื่อการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยรัฐบาลได้วางกรอบยุทธศาสตร์พัฒนาในเขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ออกเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1: ปี 2011-2015 ช่วงเริ่มต้นการพัฒนา  

ในระยะเริ่มต้น จะมุ่งมั่นพัฒนาในพื้นที่อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อถึงปี 2015 โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายจะสามารถเริ่มเข้าทดลองใช้งานในระบบได้ พื้นที่ในโครงการพัฒนาเริ่มดำเนินการพัฒนาตามกรอบที่วางไว้ อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่และการบริการระดับไฮเอนท์ เริ่มวางกลยุทธ์แผนการพัฒนาในขั้นต้น รวมถึง เร่งบรรลุเป้าหมายของมูลค่ารวม GDP ที่จำนวน 250,000 ล้านหยวน    

ระยะที่ 2: ปี 2016-2020 ช่วงกลางการพัฒนา

รับช่วงต่อจากระยะเริ่มต้น โครงการพัฒนาพื้นที่จะสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเมื่อถึงปี 2020 อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่และอุตสาหกรรมการบริการระดับไฮเอนด์จะมีความชัดเจนขึ้น เขตชุมชนระดับสากลจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในขั้นต้น ตลอดจน เร่งบรรลุเป้าหมายของมูลค่ารวม GDP ที่จำนวน 650,000 ล้านหยวน     

ระยะที่ 3: ปี 2021-2030 ช่วงการพัฒนาในระยะยาว

ในระยะยาว จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเมื่อถึงปี 2030 เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่จะกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสำหรับการแข่งขันในตลาดโลกและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลสำคัญต่อทิศทางของเศรษฐกิจโลก อีกทั้ง เร่งบรรลุเป้าหมายของมูลค่ารวม GDP ที่จำนวน 1.2 ล้านล้านหยวน    

นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ มีข้อดีที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีนตอนใน 5 ประการ ได้แก่

1) อาศัยอิทธิพลทางเศรษฐกิจของนครเฉิงตู (เมืองใหญ่ในจีนตะวันตกที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง) ทั้งในด้านมูลค่ารวม GDPด้านจำนวนรายรับและค่าครองชีพของประชากรในเมืองและชนบทที่สูงที่สุดในจีนตะวันตกและเป็นเขตการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสากลมากที่สุดตามแผนพัฒนาภาคตะวันตกของจีน

2) เป็นตลาดของจีนตอนในที่เพียบพร้อมด้วยศักยภาพสำหรับการเจริญเติบโตมากที่สุด เป็นเมืองที่มีตลาดของประชากรขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ประมาณ 1 ร้อยล้านคน เป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรด้านการผลิตที่มีคุณภาพชั้นเยี่ยม รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี          

3) เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางโลจิสติกส์ระบบรางที่สำคัญจากจีน ผ่านเอเชียกลาง สู่ทวีปยุโรป และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศในจีนตะวันตกโดยเฉพาะกับทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งประกอบด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์ ระบบรางและทางอากาศ   

4) เป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สำคัญในจีนตะวันตกโดยภายในเขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่ มีเขตนิคมอุตสาหกรรมระดับประเทศ 2 แห่ง ซึ่งมีบริษัทชั้นนำในด้านต่างๆ มาลงทุนประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมาก อาทิ บริษัทโทรคมนาคมสื่อสาร บริษัทผลิตอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

5) สมบูรณ์ด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่มากมาย กอปรกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงสามารถดึงดูดผู้คนให้มาลองสัมผัสและเยี่ยมชม   

ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจใหม่เทียนฝู่กำลังจะกลายเป็นช่องทางและเวทีสำคัญสำหรับการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ข่าวสาร เทคโนโลยีและวัฒนธรรมของจีนตอนในภาคตะวันตกกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้