ความสัมพันธ์

Trade and Economic Relations

การค้า
- ฮังการีเคยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในยุโรปกลาง แต่ปัจจุบันเช็กเป็นอันดับ 1 และฮังการีเป็นอันดับ 2 ในปี 2558 การค้าไทย-ฮังการีมีมูลค่ารวม 616.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 455.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 160.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 294.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวติดลบที่ร้อยละ -8.30 สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ รถยนต์และส่วนประกอบ อุปกรณ์ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากยาง และเลนส์ สินค้าที่มีการขยายตัวสูงคือ เครื่องหนังและคอมเพรสเซอร์ สินค้าที่ไทยนำเข้าจากฮังการี ได้แก่ รถยนต์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม

- คู่ค่าหลักของฮังการีคืออียู มีสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของการค้าทั้งหมด อย่างไรก็ดี ฮังการีมีนโยบายจะเพิ่มสัดส่วนการค้ากับประเทศนอกอียูให้เป็น 1 ใน 3 เพื่อลดการพึ่งพิงอียูมากเกินไป โดยฮังการีให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่จีน ซึ่งมีบริษัทมาลงทุนหรือตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคในฮังการีเพิ่มขึ้นมาก และรัฐบาลจีนยังให้เงินกู้แก่ฮังการีเพื่อปรับปรุงทางรถไฟระหว่างเซอร์เบียกับฮังการี

- ไทยและฮังการีได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Joint Commission on Economic Cooperation) ซึ่งได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2548 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2558 ณ กรุงบูดาเปสต์ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทยและ Minister of State (รับผิดชอบการทูตเศรษฐกิจ) ของฮังการีเป็นประธานร่วม

- ผลการประชุม JCEC ไทย-ฮังการี ครั้งที่ 2 ที่สำคัญ เช่น แสดงความยินดีที่ฮังการีเปิดสำนักงาน Hungarian National Trading House ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2558 ไทยเชิญฮังการีร่วมงาน Thaifex ในเดือนพฤษภาคม 2559 และไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายใต้ JCEC ในปี 2559 โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนงานร่วมระยะ 3 ปี

การลงทุน

- มีการลงทุนจากฮังการีที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 4 โครงการ รวมมูลค่า 1,361.5 ล้านบาท ได้แก่

1. บริษัท Amada Cable and Wire Harness (ธุรกิจผลิตสายไฟฟ้า) 75 ล้านบาท

2. บริษัท Csenki (สวนสนุก) 690 ล้านบาท

3. บริษัท Bangkok Solar (โซลาร์เซลล์) 400 ล้านบาท

4. บริษัทผลิตที่นอนยางพารา 196.5 ล้านบาท

- การลงทุนของไทยในฮังการี ได้แก่ บริษัท Thai President Foods (Hungary) ซึ่งได้ตั้งโรงงานผลิตบะหมีกึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ Thai Chef และมาม่า

การท่องเที่ยว

- นักท่องเที่ยวจากฮังการีมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเป็นตลาดใหม่ที่น่าในใจสำหรับไทย ในปี 2558 มีชาวฮังการีเดินทางไปไทยประมาณ 24,000 – 26,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณร้อยละ 30

- ชาวฮังการีนิยมไปเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในกลุ่มที่ท่องเที่ยวกับครอบครัว (Family Leisure Trip) กลุ่มแต่งงานใหม่ (Honeymooners) และกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้ โดยที่จำนวนนักท่องเที่ยวฮังการีไปไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก จึงสามารถทำการตลาดส่งเสริมผู้ที่ไปเที่ยวไทยเป็นครั้งแรกได้ (first time visitor)

- ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ททท. ได้เปิดสำนักงานที่กรุงปรากเพื่อดูแลยุโรปกลางและตะวันออก ซึ่งจะช่วยให้ส่งเสริมตลาดในฮังการีได้ดียิ่งขึ้น

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 - ฮังการีมีศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับนานาชาติและไทยอาจร่วมมือเพื่อการวิจัยได้ โดยเฉพาะด้านแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ จุดเด่นของฮังการีคือ การมีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ทำให้มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยังมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิจัย (National Innovation Office) กับหน่วยงานด้านการค้าและการลงทุน (Hungarian Trade and Investment Agency) เพื่อให้งานวิจัยต่าง ๆ นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าและการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ โดยเฉพาะสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับไทย