ความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์ไทยกับฮังการี

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับฮังการี

1. การทูต

ไทยกับฮังการีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเป็นเวลายาวนานกว่า 100 ปี เมื่อวันที่ 26 - 30 มิถุนายน 2440พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสฮังการี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ไทยและฮังการีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2516 โดยฮังการีจัดตั้งสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย เมื่อปี 2521 นอกจากนี้ ฮังการีได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองพัทยา มีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนไทยจัดตั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ เมื่อปี 2532

รายชื่อเอกอัครราชทูตไทยประจำฮังการี

1. ม.ร.ว.สุทธิสวาท กฤดากร

2. น.ส.ทัศนีย์ บุนนาค

3. นายประดาป พิบูลสงคราม

4. นายเฉลิมพล เอกอุรุ

5. นายธวัชชัย ปิยรัตน์

6. นายเปี่ยมศักดิ์ มิลินทจินดา

7. นายกฤต ไกรจิตติ

8. นายสมปอง สงวนบรรพ์

9. นางขันธ์ทอง อูนากูล

10. นายจักรกฤษณ์ ศรีวลี

2. เศรษฐกิจ

2.1 การค้า

- ฮังการีเคยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในยุโรปกลาง แต่ปัจจุบันเช็กเป็นอันดับ 1 และฮังการีเป็นอันดับ 2 ในปี 2558 การค้าไทย-ฮังการีมีมูลค่ารวม 616.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 455.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 160.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 294.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวติดลบที่ร้อยละ -8.30 สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ รถยนต์และส่วนประกอบ อุปกรณ์ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากยาง และเลนส์ สินค้าที่มีการขยายตัวสูงคือ เครื่องหนังและคอมเพรสเซอร์ สินค้าที่ไทยนำเข้าจากฮังการี ได้แก่ รถยนต์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม

 - คู่ค่าหลักของฮังการีคืออียู มีสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของการค้าทั้งหมด อย่างไรก็ดี ฮังการีมีนโยบายจะเพิ่มสัดส่วนการค้ากับประเทศนอกอียูให้เป็น 1 ใน 3 เพื่อลดการพึ่งพิงอียูมากเกินไป โดยฮังการีให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่จีน ซึ่งมีบริษัทมาลงทุนหรือตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคในฮังการีเพิ่มขึ้นมาก และรัฐบาลจีนยังให้เงินกู้แก่ฮังการีเพื่อปรับปรุงทางรถไฟระหว่างเซอร์เบียกับฮังการี

- ไทยและฮังการีได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Joint Commission on Economic Cooperation) ซึ่งได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2548 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2558 ณ กรุงบูดาเปสต์ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทยและ Minister of State (รับผิดชอบการทูตเศรษฐกิจ) ของฮังการีเป็นประธานร่วม

 - ผลการประชุม JCEC ไทย-ฮังการี ครั้งที่ 2 ที่สำคัญ เช่น แสดงความยินดีที่ฮังการีเปิดสำนักงาน Hungarian National Trading House ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2558 ไทยเชิญฮังการีร่วมงาน Thaifex ในเดือนพฤษภาคม 2559 และไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายใต้ JCEC ในปี 2559 โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนงานร่วมระยะ 3 ปี

2.2 การลงทุน

-  การลงทุนของไทยในฮังการี ได้แก่ บริษัท Thai President Foods (Hungary) ซึ่งได้ตั้งโรงงานผลิตบะหมีกึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ Thai Chef และมาม่า ส่วนการลงทุนจากฮังการีที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 4 โครงการ รวมมูลค่า 1,361.5 ล้านบาท ได้แก่

1. บริษัท Amada Cable and Wire Harness (ธุรกิจผลิตสายไฟฟ้า) 75 ล้านบาท

2. บริษัท Csenki (สวนสนุก) 690 ล้านบาท

3. บริษัท Bangkok Solar (โซลาร์เซลล์) 400 ล้านบาท

4. บริษัทผลิตที่นอนยางพารา 196.5 ล้านบาท                                                                                                                

2.3 การท่องเที่ยว

- นักท่องเที่ยวจากฮังการีมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเป็นตลาดใหม่ที่น่าในใจสำหรับไทย  ในปี 2558 มีชาวฮังการีเดินทางไปไทยประมาณ 24,000 – 26,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณร้อยละ 30 ชาวฮังการีนิยมไปเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในกลุ่มชาวฮังการีที่ท่องเที่ยวกับครอบครัว (Family Leisure Trip) กลุ่มแต่งงานใหม่ (Honeymooners) และกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้ โดยที่จำนวนนักท่องเที่ยวฮังการีไปไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก จึงสามารถทำการตลาดส่งเสริมผู้ที่ไปเที่ยวไทยเป็นครั้งแรกได้ (first time visitor)

- ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ททท. ได้เปิดสำนักงานที่กรุงปรากเพื่อดูแลยุโรปกลางและตะวันออก ซึ่งจะช่วยให้ส่งเสริมตลาดในฮังการีได้ดียิ่งขึ้น

2.4 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 - ฮังการีมีศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับนานาชาติและไทยอาจร่วมมือเพื่อการวิจัยได้  โดยเฉพาะด้านแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ จุดเด่นของฮังการีคือ การมีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ทำให้มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยังมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิจัย (National Innovation Office) กับหน่วยงานด้านการค้าและการลงทุน (Hungarian Trade and Investment Agency) เพื่อให้งานวิจัยต่าง ๆ นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าและการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ โดยเฉพาะสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับไทย

3. ความตกลงที่สำคัญกับไทย

ลำดับที่ ความตกลง วันที่ลงนาม
1

ความตกลงทางการค้า 

(ทั้งสองฝ่ายได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกความตกลงฉบับนี้แล้ว เนื่องจากฮังการีได้เข้าเป็นสมาชิก EU และได้มีการลงนาม ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-ฮังการี แทน)

15 กันยายน 2521
2 พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าฮังการี  
3

บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ฮังการี 

(ได้ยกเลิกตามความตกลงทางการค้าไปแล้ว)

 
4 อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2532
5 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ 27 สิงหาคม 2534
6 ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน 
 
18 ตุลาคม 2534
7 ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ 17 กุมภาพันธ์ 2536
8 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งและการสื่อสาร 4 ตุลาคม 2539
9 หนังสือแสดงเจตจำนงสถาปนาความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับรัฐบาลท้องถิ่น กรุงบูดาเปสต์ (Letter of Intent of Cooperation between Bangkok Metropolitan Administration and Local Government of Budapest)  20 กุมภาพันธ์ 2540
10 Memorandum of Understanding between Hungarian Export-Import Bank Ltd. and Export-Import Bank of Thailand 14 พฤษภาคม 2541
11

ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ

(ลงนามครั้งแรกวันที่ 30 มีนาคม 2527 และให้สัตยาบัน วันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ต่อมาในปี 2535 ฮังการีแจ้งความประสงค์ขอแก้ไขหรือยกร่างความตกลงใหม่ ซึ่งฝ่ายไทยได้ตกลงที่จะแก้ไขความตกลงฯ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และได้ลงนามในฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542)

 
12 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร 4 กรกฎาคม 2543
13 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-ฮังการี 19 เมษายน 2544
14 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 9 มิถุนายน 2547
15 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคี 9 มิถุนายน 2547

 

4. การเยือนที่สำคัญ

4.1 ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
28-31 สิงหาคม 2532 เสด็จฯ เยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ
11 กรกฎาคม 2553 เสด็จฯ เยือนฮังการีเป็นการส่วนพระองค์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
18-22 มีนาคม 2537 เสด็จฯ เยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี 
6-11 พฤษภาคม 2543 เสด็จฯ เยือนตามคำกราบทูลเชิญของนายอาร์ปาด เกินซ์ (Arpad Goncz) ประธานาธิบดีฮังการี และทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ (Honorary Professor) จากมหาวิทยาลัยเซ็นต์อิชท์วาน (St. Istvan)
6-11 พฤศจิกายน 2548 เสด็จฯ เข้าร่วมการประชุม World Science Forum
24-26 กันยายน 2549 เสด็จไปทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Special Recognition Award จากคณะกรรมการ Intergovernmental Forum on Chemical Safety ภายใต้การดำเนินงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO)

รัฐบาล

16-21 พฤษภาคม 2531 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนฮังการี อย่างเป็นทางการ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนสหภาพโซเวียตและฟินแลนด์
6-7 มิถุนายน 2554 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนฮังการี เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย - ยุโรป ครั้งที่ 10 (Tenth Asia-Europe Foreign Ministers’ Meeting - ASEM FMM 10)
8 มิถุนายน 2554 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายยานอช มาร์ตอนยิ (János Martonyi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
3-4 มิถุนายน 2556 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนฮังการี

4.2 ฝ่ายฮังการี

รัฐบาล

15-18 กุมภาพันธ์ 2536 นายอาร์ปาด เกินซ์ (Árpád Göncz) ประธานาธิบดีและภริยาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
12-14 กุมภาพันธ์ 2542 นายอาร์ปาด กองซ์ (Árpád Göncz) ประธานาธิบดี และภริยาแวะผ่านประเทศไทยระหว่างเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยนายกองซ์ และภริยาได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2542
23-24 มีนาคม 2550 นายเปแตร์ เมดเยชิ (Péter Medgyessy) อดีตนายกรัฐมนตรีฮังการีเยือนไทย (เป็นส่วนหนึ่งของการเยือนประเทศในแถบเอเชีย ได้แก่ จีนและเวียดนาม) ในฐานะเอกอัครราชทูตผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฮังการี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ระหว่างไทยกับฮังการี โดยได้เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
 วันที่ 23 กันยายน และ 2 ตุลาคม 2552 นายลาสโล โชลยม (Laszlo Solyom) ประธานาธิบดี เดินทางแวะผ่านประเทศไทย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ไปรับและส่ง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยไปร่วมรับและส่งด้ว
29 เมษายน-1 พฤษภาคม 2555 นายยานอช มาร์ตอนยิ (János Martonyi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ