คนไทยในต่างประเทศ

จดหมายข่าวกงสุล

ในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานข่าวทางการบรูไนได้ปฏิบัติการจับกุมผู้กระทำความผิดในกรณีต่างๆ หลายครั้ง ดังนี้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามร่วมกันออกปฏิบัติการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายที่ด่านชายแดนบรูไน-มาเลเซีย
          เมื่อคืนวันที่ 10 มีนาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจ ลิเมา มานิส ร่วมกับเจ้าหน้าที่
ฝ่ายปราบปรามของบรูไนจากหลายหน่วยงาน ได้ตั้งด่านตรวจที่ด่านกัวลา ลูลาร์ ซึ่งเป็นด่านชายแดนระหว่างบรูไน-มาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดนอย่างจริงจัง ผลการดำเนินการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายได้หลายรายการ ซึ่งเป็นชาวบรูไนและชาวต่างชาติที่ลักลอบนำสุราเข้ามาในบรูไน 3 ราย ชาวบรูไนลักลอบนำเข้าบุหรี่ 7 ราย รวมทั้งมีบุหรี่ 1 รายการ และสุรา 2 รายการ ที่ถูกโยนทิ้งที่ด่านโดยไม่พบเจ้าของที่นำเข้ามา และยังจับกุมชาวมาเลเซีย 1 ราย ลักลอบนำข้าวหอมมะลิออกจากบรูไน
          เจ้าหน้าที่ได้เตือนให้สาธารณชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและขอให้พลเมืองดีช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นโรงแรม 2 แห่งย่านกลางเมือง และจับกุมกระทำความผิดรวม 68 ราย

          เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมสอบสวนอาชญากรรมและสถานีตำรวจในเขตบรูไน-มัวราได้เข้าบุกค้นโรงแรมสองแห่งย่านคิวหลับ (Kiulap) และเบอรากัส (Berakas) เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการประกอบกิจกรรมด้านบันเทิงอย่างผิดกฎหมายและศีลธรรม อาทิ การจำหน่ายสุรา การเล่นพนัน และ กิจกรรมที่ผิดศีลธรรมอื่น ๆ ภายในโรงแรมดังกล่าว
          เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงว่าได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 20-40 ปี รวม 68 คน ซึ่งมีทั้งคนบรูไนและคนต่างชาติ และได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายการจัดงานบันเทิงในที่สาธารณะ มาตรา 181  (Public Entertainment Act / Chapter 181) ที่สถานีตำรวจสอบสวนกลาง หากพบว่ากระทำผิดจริง จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์บรูไน
          เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าหากผู้ใดพบว่ามีการกระทำการหรือกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 176 ราย ภายในอาคารพาณิชย์ ย่าน บาตู บาสุรัท

          ในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 16-17 มีนาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามจากกรมศุลกากรและสำนักงานควบคุมยาเสพติดได้เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ย่าน บาตู บาสุรัท และสามารถจับกุมบุคคลทั้งชายและหญิง จำนวน 176 ราย (ชาย 131 ราย หญิง 45 ราย) ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้พบถุงพลาสติกบรรจุใบไม้แห้งและยาเม็ดที่ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดจำนวนมาก จากการตรวจค้นร่างกายผู้ที่อยู่ในอาคารดังกล่าว พบยาเม็ดที่เป็นยาควบคุมที่อาจมีสารเสพติดในตัวผู้ต้องสงสัยหลายราย จึงได้นำตัวผู้ต้องสงสัยเหล่านั้นไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่สถานีตำรวจกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายการจัดงานบันเทิงในที่สาธารณะ มาตรา 181  (Public Entertainment Act / Chapter 181) หากพบว่ากระทำผิดจริง จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์บรูไน และกฎหมายการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด มาตรา 27 (Misuse of Drugs Act Chapter 27)  หมวดที่  6(a) มียาควบคุมไว้ในครอบครอง (possession of controlled drugs section 6(a))  และ หมวดที่ 6(b) การเสพยาควบคุม (consumption of controlled drugs section 6(b))
          เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามจะออกปฏิบัติการตรวจค้นร่วมกันเป็นประจำเพื่อให้สาธารณชนตระหนักถึงการบังคับใช้กฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้เจ้าของอาคารพาณิฃย์สอดส่องดูแลการประกอบกิจกรรมต่างๆ ภายในอาคารของตนและหากพบว่ามีการกระทำที่ต้องสงสัยว่าผิดศีลธรรมหรือผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบต่อไป

          สถานเอกอัครราชทูตจึงขอย้ำเตือนคนไทยในบรูไนว่า ควรหลีกเลี่ยงการกระทำความผิดตามกฎหมายบรูไนในลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะการดื่มสุรา สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การเล่นพนัน ยาเสพติดหรือการค้าประเวณี เนื่องจากอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีได้ทุกเมื่อ และกฎหมายบรูไนมีความเข้มงวดและมีบทลงโทษที่รุนแรง

ขับรถยนต์ในบรูไน ถ้าไม่มีประกันภัยรถยนต์ มีโทษปรับสูงสุด 10,000 ดอลลาร์บรูไน จำคุก 12 เดือน และถูกระงับใบขับขี่รถยนต์ 12 เดือน

          สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอนำเรื่องที่คนไทยในบรูไนฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายจราจรมาแจ้งให้ทราบ เพื่อให้ท่านที่ต้องขับขี่ยวดยานพาหนะในบรูไนฯ ได้รับทราบและระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น เนื่องจากบรูไนฯ มีกฎหมายจราจรที่เข้มงวดและมีบทลงโทษค่อนข้างหนักหากเทียบกับเมืองไทย สิ่งสำคัญที่ทุกท่านควรรับทราบไว้คือ กฎหมายบรูไนบัญญัติให้รถทุกคันต้องมีการทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งอาจเป็นเพียงประกันชั้น 3 ก็ได้ แต่หาก     รถยนต์ที่ขับขี่ไม่มีประกันภัยหรือหมดอายุลงไปแล้ว ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ที่ผ่านมา มีคนไทยในบรูไนฯ หลายคนถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายจราจรมาแล้ว ล่าสุด มีคนไทยรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านจับกุมดำเนินคดีในสองข้อหา ได้แก่  ข้อหาที่ 1ขับรถยนต์โดยป้ายภาษีรถยนต์ (Road Tax) หมดอายุลงไปเป็นระยะเวลา 1 เดือน 16 วัน ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายจราจรมาตรา 68 มีบทลงโทษปรับ 4,000 ดอลลาร์บรูไน จำคุก 3 เดือน และ ข้อหาที่ 2 ขับรถยนต์โดยที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์หมดอายุลงเป็นระยะเวลา 1 เดือน 16 วัน ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ มาตรา 90 มีบทลงโทษ ปรับ 10,000 ดอลลาร์บรูไน จำคุก 12 เดือน และถูกระงับใบขับขี่รถยนต์เป็นระยะเวลา 12 เดือน อย่างไรก็ตาม ในข้อหาแรกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับจำนวน 50 ดอลลาร์บรูไน ที่สถานีตำรวจ ซึ่งผู้ต้องหาได้ไปชำระค่าปรับแล้ว ส่วนข้อหาที่ 2 ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการส่งฟ้องศาลชั้นต้น บันดาร์เสรีเบกาวัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพต่อศาลว่ากระทำความผิดจริง ศาลจึงตัดสินให้ปรับเป็นเงินจำนวน 500 ดอลลาร์บรูไน หรือจำคุก 2 สัปดาห์ แทนการปรับ และ ถูกระงับใบขับขี่รถยนต์เป็นระยะเวลา 12 เดือน

ที่ผ่านมาในอดีต มักมีผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรบ่อย ๆ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยบทนท้องถนน เช่น ขับรถโดยไม่มีป้ายภาษีรถยนต์หรือป้ายภาษีรถยนต์หมดอายุ ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ใข้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ นำรถของผู้อื่นมาขับขี่โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของรถ รถติดฟิล์มกรองแสง และ ขับรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้กระทำความผิดในคดีต่าง ๆ เหล่านี้เป็นจำนวนมาก จึงมีความล่าช้าในการนำคดีขึ้นพิจารณาในชั้นศาล ดังนั้น ทางการบรูไนโดยกรมขนส่งทางบกร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลในเรื่องนี้ จึงมีมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและต้องการให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์เพิ่มมากขึ้น จึงออกกฎจราจรใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นไปตามกฏหมายจราจร (ฉบับแก้ไข) ปี ค.ศ. 2013 ให้เพิ่มค่าปรับสำหรับผู้กระทำความผิดในคดีสามัญที่มักมีผู้กระทำความผิดบ่อย ๆ ดังกล่าว เป็นเงินตั้งแต่ 50-500 ดอลลาร์บรูไน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจได้ทันที โดยไม่ต้องรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล ส่วนคดีที่มีบทลงโทษสูง เช่น ขับรถโดยไม่มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์  ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถหลังจากดื่มสุราหรือเสพยาเสพติดจนมึนเมา ขับรถโดยประมาทจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต เป็นต้น หากผู้กระทำความผิดในข้อหาเหล่านี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงดำเนินคดีโดนส่งฟ้องศาลเช่นเดิม

หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ กฎจราจรและกฎหมายจราจรในบรูไน สามารถสอบถามได้ที่แผนกบังคับใช้กฎหมาย กรมขนส่งทางบกบรูไน (Enforcement Division of the Land Transport Department) หมายเลขโทรศัพท์ 729- หรือ กรมควบคุมจราจรและสอบสวนคดี (Traffic Control and Investigation Department) สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรูไน หมายเลขโทรศัพท์ 2459500 ต่อ 452 2017 หรือเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบกบรูไน  http://www.mincom.gov.bn/ltd/Theme/Home.aspx หรือ http://www.mincom.gov.bn/ltd/Site%20Pages/Land%20Transport%20Department/Regulations/Act%20and%20Regulations.aspx  หากท่านต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการปฎิบัติตามกฎหมายจราจรในบรูไน สามารถสอบถามได้ที่ สถานเอกอัครราชทูต หมายเลขโทรศัพท์ 2653-108-9  วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 8.30-11.30 และ 13.30-16.30 น. วันศุกร์ เวลา 8.30-11.30 และ 14.00-16.30 น.