ข่าวประชาสัมพันธ์ : นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) News

ข่าวประชาสัมพันธ์ : นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธานการประชุมและมีผู้นำจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาบวกสาม ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ตลอดจนเลขาธิการอาเซียนและผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เข้าร่วมด้วย

 

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการของแต่ละประเทศ และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์อื่น ๆ ในอนาคต

 

ที่ประชุมนำเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างอาเซียนบวกสามในด้านสาธารณสุข โดยการเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข การแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศทางการแพทย์ การวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนและยาต้านไวรัส การจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นของภูมิภาค 

 

ในด้านสังคม เน้นการช่วยเหลือคนชาติของประเทศอาเซียนบวกสาม การลดผลกระทบจากข่าวปลอม และการใช้ประโยชน์จากองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และในด้านเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการรักษาตลาดที่เปิดกว้างและห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะสินค้าที่สำคัญ เช่น อาหาร ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น การส่งเสริมการเดินทางและเคลื่อนย้ายของประชาชนเพื่อคงไว้ซึ่งพลวัตทางเศรษฐกิจ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ประกอบการ MSMEs การกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนฟื้นฟูหลังการระบาด รวมถึงการใช้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่พหุภาคีเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาค ในการนี้ ผู้นำประเทศคู่เจรจาบวกสามได้ย้ำความสำคัญของการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ภายในปีนี้ เพื่อกระตุ้นการค้าและสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจ

 

นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอสถานการณ์และมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ในประเทศไทย และได้เสนอจัดตั้ง “กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19” ด้วยการจัดสรรจากกองทุนความร่วมมือของอาเซียนและกับประเทศบวกสามที่มีอยู่แล้ว มาสนับสนุนการจัดหาชุดตรวจและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสาธารณสุขในภูมิภาค และการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจด้วยการใช้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยกตัวอย่างของไทยที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินการในเรื่องนี้

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองถ้อยแถลงร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันและระบุถึงมาตรการที่ได้หารือในที่ประชุม รวมทั้งสนับสนุนข้อเสนอของไทยในการจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 ด้วย

แหล่งข้อมูล: กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย
(http://www.mfa.go.th/main/th/news3/6885/116648-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%AA.html)