คนไทยในต่างประเทศ

ข้อมูลทั่วไปประเทศคาซัคสถาน

สาธารณรัฐคาซัคสถาน
Republic of Kazakhstan

 

ข้อมูลทั่วไป (ปี ๒๕๕๘)

ที่ตั้ง   อยู่ในเขตเอเชียกลาง ทางตอนกลางของที่ราบยูเรเซีย ระหว่างรัสเชียและ
อุซเบกิสถาน โดยทิศตะวันออกติดจีน ทิศตะวันตกติดทะเลสาบแคสเปียน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดสาธารณรัฐคีร์กีซ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับ
เติร์กเมนิสถาน

พื้นที่   ๒,๗๑๗,๓๐๐ ตารางกิโลเมตร (ประมาณ ๕ เท่าของไทย และมีพื้นที่มากเป็น
อันดับที่ ๙ ของโลก ถือได้ว่ามีขนาดประมาณยุโรปตะวันตก)

เมืองหลวง   กรุงอัสตานา (Astana) รัฐบาลคาซัคสถานย้ายเมืองหลวงจากอัลมาตี
ไปอัสตานา เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

ประชากร   ๑๗.๗ ล้านคน

ภูมิอากาศ   ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีปฤดูหนาว หนาวจัด (ประมาณ -๑๘ ถึง -๔๐ องศาเซลเซียส) ฤดูร้อน ร้อนจัดและแห้ง (ประมาณ ๒๐-๓๕ อาศาเซลเซียส) 

ภาษา   - ภาษาคาซัคเป็นภาษาประจำชาติ (state language) มีคนใช้ประมาณ ๖๔ %
- ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างเชื้อชาติต่าง ๆ มีคนใช้กว่า ๙๕ %

ศาสนา   อิสลาม ๗๐.๒% (ส่วนใหญ่นับถือนิกายสุหนี่) คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ๒๖.๒%

อเทวนิยม ๒.๘% อื่นๆ ๐.๗%

หน่วยเงินตรา   เทงกี้ (Kazakhstan Tenge) อัตราแลกเปลี่ยน ๑ บาท = ๙.๒๗ เทงกี้
(พฤษภาคม ๒๕๕๙)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ   ๑๒๐ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ประชาชาติต่อหัว    ๖,๗๖๘ ดอลลาร์สหรัฐ

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ   ๑.๒%

อัตราเงินเฟ้อ   ร้อยละ ๑๓.๖

ระบบการปกครอง    - ระบอบสาธารณรัฐ มี ปธน. เป็นประมุข (Presidential Republic) ดำรง
ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดและมีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา นรม. เป็นประธาน ครม. และหัวหน้ารัฐบาล

- คาซัคสถานแบ่งออกเป็น ๑๔ จังหวัด (provinces - oblystar) และ ๓ เทศบาลนคร (cities - qalalar) ทุกจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด (akim) ที่แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี

ประธานาธิบดี    นายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ (Mr. Nursultan Nazarbayev)

นายกรัฐมนตรี    นายการิม มาสซิมอฟ (Mr. Karim Massimov) (ตั้งแต่ เม.ย. ๒๕๕๗)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   นายเยอร์ลาน อิดริสซอฟ (Mr. Erlan Idrissov)

วันชาติ (Independence Day)  ๑๖ ธันวาคม

อุตสาหกรรม   อุตสาหกรรมด้านพลังงานเป็นหลัก (สัดส่วนประมาณ ๖๐% ของการส่งออกทั้งหมด) โดยรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมัน

ทรัพยากรธรรมชาติ    น้ำมัน (มีน้ำมันสำรอง ๒.๕% ของปริมาณน้ำมันโลก) ก๊าซธรรมชาติ (ปริมาณสำรองมากเป็นอันดับ ๑๔ ของโลก) ยูเรเนียม (ปริมาณสำรองมากเป็นอันดับ ๒ ของโลก) โครเมียม เหล็ก ทองแดง (ผลิตได้มากเป็นอันดับ ๔ ของโลก) ทองคำ (ปริมาณสำรองมากเป็นอันดับ ๗ ของโลก) เงิน และ ข้าวสาลี

ตลาดนำเข้าที่สำคัญ    รัสเซีย จีน เยอรมนี สหรัฐฯ ฝรั่งเศส ยูเครน อิตาลี เกาหลีใต้ ตุรกี อุซเบกิสถาน

ตลาดส่งออกที่สำคัญ    จีน เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย ฝรั่งเศส อิตาลี โรมาเนีย กรีซ ออสเตรีย เยอรมนี สเปน

สินค้านำเข้าที่สำคัญ    รถยนต์ เครื่องจักร โลหะ เครื่องบริโภค

สินค้าส่งออกที่สำคัญ   น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โลหะภัณฑ์ เคมี เครื่องจักร ธัญพืช ขนแกะ เนื้อสัตว์ ถ่านหิน

 

การเมืองการปกครอง

คาซัคสถานมีระบบการเมืองแบบรัฐสภาโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ๒ คน และรัฐมนตรี ๑๓ คน ในเดือนกันยายน ๒๕๕๘ ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้แต่งตั้งบุตรสาวคือนาง Dariga Nazarbayeva ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีประธานาธิบดี Nazarbayev เป็นอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งคาซัคสถานตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตและ ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถานตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ จนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้ตั้งแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ๔ ตำแหน่ง ได้แก่ นาย Mukhtar Tleuberdi  ดำรงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่ ๑ และแต่งตั้งนาย Akylbek Kamaldinov นาย Galymzhan Koishybayev และนาย Roman Vessilenko ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน

          นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ คาซัคสถานได้จัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (Mazhilis) ตามที่ ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้ลงนามในกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๙ ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค Nur Otan ของประธานาธิบดี Nazarbayev ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นถึงร้อยละ ๘๒ และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้รับเลือกกลับสู่สภาฯ อีกสมัย
         

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของคาซัคสถานพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
และการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมพื้นฐานของการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รัฐบาลคาซัคสถานอยู่ระหว่างแปรรูปรัฐวิสาหกิจและโดยการแก้กฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การค้า
การลงทุนจากต่างประเทศ

         คาซัคสถานเป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (landlocked) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังทุนและทรัพยากร มหาศาล ในเดือนกันยายน ๒๕๕๗ คาซัคสถานประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติภายใต้วิสัยทัศน์ Nurly Zhol  หรือ ‘เส้นทางสู่อนาคต’ (The Path to the Future) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยง ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป โดยโครงการดังกล่าวได้รับอิทธิพลทางความคิดและแรงผลักดันจากข้อริเริ่มแถบเศรษฐกิจ เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน (The New Silk Road Economic Belt - SREB) คาซัคสถานตั้งเป้าหมายมูลค่าการลงทุน ในวิสัยทัศน์ Nurly Zhol กว่า ๔ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี ๒๕๖๓ โดยปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้วกว่า ๙ พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ 

ปัจจุบันคาซัคสถานต้องการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันที่ประสบ
กับปัญหาราคาลดต่ำลง อีกทั้งยังต้องแก้ปัญหาค่าเงินเทงกี้ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการประกาศลดค่าเงิน
เทงกี้และยกเลิกระบบผูกค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐมาเป็นแบบลอยตัวเสรี

          ในปี ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญของคาซัคสถาน โดยมูลค่าทางการค้าคิดเป็นร้อยละ ๔๕.๕ ของการค้าทั้งหมด กลุ่มเครือรัฐเอกราชร้อยละ ๒๖.๔ และกลุ่มประเทศเอเชียร้อยละ ๒๑.๔ ในขณะที่การค้าระหว่างคาซัคสถานกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย[1](Eurasian Economic Union-EEU) ลดลงกว่าร้อยละ ๒๑ เมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๗ 

นโยบายต่างประเทศและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต คาซัคสถานได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อเอื้ออำนวยต่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของคาซัคสถานเป็นหลัก ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นความเป็นกลางทางการเมือง
ในเวทีระหว่างประเทศ และเข้าร่วมกิจกรรมขององค์การระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ส่งเสริมนโยบายต่างประเทศรอบด้าน (Multi-Vectored Foreign Policy) โดยให้ความสำคัญกับรัสเซีย จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นหลัก รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในเอเชียและประเทศในตะวันออกกลางด้วยการขยายความสัมพันธ์มายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเข้าเป็นสมาชิก Asia Cooperation Dialogue (ACD) Asia – Europe Meeting (ASEM) และความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก ASEAN Regional Forum (ARF)

นอกจากนี้ คาซัคสถานยังคงดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุกและมีทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะ
ประเด็นความเชื่อมโยง (connectivity) กับภูมิภาคต่างๆ โดยการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงกับประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง  ตามด้วยความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน สังคมและวัฒนธรรม ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเพิ่มกับประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา ลาตินอเมริกา และหมู่เกาะแปซิฟิก รวมทั้งความสำคัญกับประเด็นเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ การก่อการร้าย โรคระบาด ปัญหาสิ่งแวดล้อม ยาเสพติด และความมั่นคง
ด้านพลังงาน (Energy Security) เป็นต้น

คาซัคสถานได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิก World Trade Organization (WTO) อย่างเป็นทางการ
เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ ส่วนองค์กรอื่นๆ ที่คาซัคสถานเป็นสมาชิก ได้แก่ Shanghai Cooperation Organization (SCO)[2], Commonwealth of Independent States (CIS), Organization for Security and Cooperation in Europe (OSCE)[3] และ Organisation of Islamic Cooperation (OIC) นอกจากนี้ คาซัคสถานเป็นผู้ก่อตั้ง
การประชุมระหว่างประเทศอย่าง Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia (CICA)[4] ซึ่งประธานาธิบดี Nazarbayev เสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ ๔๗ เมื่อวันที่
๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ปัจจุบัน ถึงแม้จีนจะดำรงตำแหน่งประธาน CICA (ต่อจากคาซัคสถานและตุรกี) ระหว่าง ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ แต่สำนักเลขาธิการ CICA อยู่ที่กรุงอัสตานา
          ประธานาธิบดี Nazarbayev เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งองค์การความร่วมมืออิสลามเพื่อ
ความมั่นคงทางอาหาร (Islamic Organisation for Food Security – IOFS) ภายใต้ OIC โดยมีสำนักงานใหญ่
ณ กรุงอัสตานา ซึ่งได้จัดประชุมสมัชชาทั่วไปขององค์การฯ เมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ เมษายน ๒๕๕๙ ณ กรุงอัสตานา  นอกจากนี้ เมืองอัลมาตี ยังได้รับเลือกจาก Islamic International Educational, Cultural and Scientific Organization ให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอิสลาม (Capital of Islamic Culture) แห่งปี ๒๕๕๘

สำหรับบทบาทของคาซัคสถานในองค์กรระหว่างประเทศนั้น คาซัคสถานได้ดำรงตำแหน่งประธาน OSCE ในปี ๒๕๕๓ และประธาน SCO ระหว่าง ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างประเทศหุ้นส่วน
ความร่วมมือแห่งเอเชียใน OSCE ในปี ๒๕๕๔ ดำรงตำแหน่งประธาน OIC ในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ และดำรงตำแหน่ง
ประธานกลุ่มประเทศ CIS ปี ๒๕๕๘ นอกจากนี้ คาซัคสถานได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพงาน EXPO ๒๐๑๗ รวมถึง
อยู่ระหว่างการรณรงค์รับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วาระปี ค.ศ. ๒๐๑๗-๒๐๑๘ พร้อมกับไทย

หลายปีที่ผ่านมา คาซัคสถานได้ยกสถานะของตนในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การเป็นเจ้าภาพ
การเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในซีเรียเมื่อปี ๒๕๕๘ การจัดตั้งธนาคารเชื้อเพลิงยูเรเนียมพลังงานต่ำของ
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA  Low Enriched Uranium Bank) ในคาซัคสถาน เป็นการตอกย้ำนโยบายของคาซัคสถานในเรื่องการลดอาวุธนิวเคลียร์ การเป็นเจ้าภาพจัด Retreat for the Landlocked Developing Countries (LLDCs) เมื่อปี ๒๕๕๗  

คาซัคสถานได้ริเริ่มการจัดประชุม The Congress of Leaders of World and Traditional Religions ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เพื่อเป็นเวทีเสวนาระหว่างกลุ่มศาสนาต่าง ๆ และส่งเสริมขันติธรรมของการอยู่ร่วมกัน
โดยนาย Ban Ki Moon เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวชื่นชมข้อริเริ่มของคาซัคสถานดังกล่าวระหว่างการหารือ
กับประธานาบดี Nazarbayev เพื่อเข้าร่วมการประชุม The Fifth Congress of Leaders of World and Traditional Religions เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ ณ กรุงอัสตานา

          เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ ประธานาธิบดี Nazarbayev ได้แถลงนโยบายการต่างประเทศของคาซัคสถาน ระหว่างการประชุมคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศประจำคาซัคสถาน ประจำปี ๒๕๕๙ ซึ่งประธานาธิบดี Nazarbayev ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศรอบด้าน โดยให้ความสำคัญการประเทศในเอเชียกลาง การขยาย
ความร่วมมือกับสหภาพยุโรป การขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ การสร้างความสัมพันธ์กับโลกมุสลิม
และประเทศในตะวันออกกลาง การเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีกับเอเชียแปซิฟิก พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาในมิติเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งในมิติเศรษฐกิจคาซัคสถาน
ให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจกับภูมิภาคยูเรเชียด้วยการยกระดับสถานะของคาซัคสถานให้เป็นจุดศูนย์กลาง
ของยูเรเชียด้วยการพัฒนาความร่วมมือภายใน EEU การผลักดันจากข้อริเริ่มแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมใหม่
ของจีน การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันใน SCO และการยกระดับ CICA เป็น OSDA ส่วนในมิติความมั่นคงระหว่างประเทศ
คาซัคสถานหวังผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการระงับข้อพิพาท
การพัฒนา Plan of Global Strategic Initiative และการลดอาวุธ คาซัคสถานสนับสนุนการปฏิบัติการเชิงรุก
ในการต่อต้านการสะสมอาวุธ และวางนโยบายให้ศตวรรตที่ ๒๑ เป็นศตวรรษแห่งการลดอาวุธนิวเคลียร์ของ
มวลมนุษยชาติ การขอรับการสนับสนุนจากทุกประเทศต่อการลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวร UNSC วาระปี
ค.ศ. ๒๐๑๗-๒๐๑๘

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน

. ความสัมพันธ์ทั่วไป

๑.๑ ความสัมพันธ์ทางการทูต
         
ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับคาซัคสถานเมื่อปี ๒๕๓๕ โดยไทยมีสถานเอกอัครราชทูต
ณ กรุงอัสตานา และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองอัลมาตี ส่วนคาซัคสถานมีสถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถาน
ประจำประเทศไทย และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำจังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ
การเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คาซัคสถานประจำกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกอนุมัติบัตร  ทั้งนี้ ไทยและคาซัคสถานมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน (Joint Commission for Bilateral Cooperation – JC) เป็นกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเวที
ในการทบทวน ติดตาม และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในมิติต่าง ๆ โดยได้ประชุมแล้ว ๒ ครั้ง ในปี ๒๕๔๖ และ ๒๕๕๕ โดยคาซัคสถานมีกำหนดจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ครั้งที่ ๓ ณ กรุงอัสตานา ในปี ๒๕๕๙ นอกจากนี้ ไทยและคาซัคสถานมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำ ๒ ครั้งในปี ๒๕๓๖ (ปธน. คาซัคสถานเยือนไทย) และปี ๒๕๔๗ (นรม. ไทยเยือนคาซัคสถาน) ล่าสุด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบท
ในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งจากสาธารณรัฐคีร์กีซเสด็จฯ กลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๙

๑.๒ ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ไทยกับคาซัคสถานมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น คาซัคสถานได้ให้การสนับสนุนไทยในการสมัครเป็นสมาชิก
การประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในภูมิภาคเอเชีย (CICA) ในทางกลับกันไทยได้สนับสนุนคาซัคสถานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือเอเชีย (ACD) และการประชุม
เอเชีย-ยุโรป (ASEM)
          ๑.๓ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

         คาซัคสถานเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในเอเชียกลางของไทย แม้ว่าเศรษฐกิจของคาซัคสถานได้รับ
ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำและเงินเทงกี้ที่อ่อนค่า ในปี ๒๕๕๘ การค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานมีมูลค่า ๔๗.๒๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก ๓๖.๒๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า ๑๐.๙๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุล ๒๕.๓๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังคาซัคสถาน ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ไขมันพืชและสัตว์ เม็ดพลาสติก เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ในขณะที่สินค้าสำคัญ
ที่นำเข้าหลักจากคาซัคสถาน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ ด้ายและเส้นใย ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด การลงทุน ปัจจุบันคาซัคสถานได้เข้ามาลงทุนในไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต
มูลค่าประมาณ ๑๕๕ ล้านบาท โดยขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๘ มีแรงงานไทยทำงานในคาซัคสถาน ๑๙๓ คน ส่วนใหญ่ทำงานที่เมือง Atyrau และ Aktau ในอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน ผู้ประกอบอาหารและพนักงานสปาในเมืองใหญ่ของคาซัคสถาน

          รัสเซียและคาซัคสถานได้ทาบทามให้ไทยเข้าร่วมความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับ EEU ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของข้อเสนอดังกล่าว

         ๑.๔ การท่องเที่ยว
         ปัจจุบันสายการบิน Air Astana ให้บริการเที่ยวบินตรงจากเมืองอัลมาตีและกรุงอัสตานา (เฉพาะช่วงฤดูหนาว) มายังกรุงเทพฯ โดยนักท่องเที่ยวคาซัคมาสถานนิยมเดินทางไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี ๒๕๕๘ มีชาวคาซัคสถาน
จำนวน ๕๙,๔๙๒ คนเดินทางมายังประเทศไทย

๑.๕ ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
          ชาวคาซัคนิยมกีฬามวยไทย โดยมีการจัดตั้งสมาคมมวยไทยแห่งคาซัคสถาน อีกทั้งมีนายกรัฐมนตรีคาซัคสถาน ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นแห่งเอเชีย (Federation of Amateur Muaythai of Asia-FAMA) นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ได้สถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับกรุงอัสตานา เมื่อปี ๒๕๔๗ เมืองพัทยาสถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับเมืองชิมเคนต์ (Shymkent) เมื่อปี ๒๕๔๕

         ๑.๖ การพัฒนาข้าราชการพลเรือน
          ไทยและคาซัคสถานมีความร่วมมือทวิภาคีด้านการพัฒนาข้าราชการพลเรือนผ่านบันทึกความเข้าใจว่าด้วย
ความร่วมมือด้านข้าราชการพลเรือนไทย-คาซัคสถาน และความร่วมมือพหุภาคีผ่านกรอบความร่วมมือระหว่าง Regional Hub of Civil Service การสนับสนุนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)  

      ๒. ความตกลงที่สำคัญ

๒.๑ ความตกลงที่ลงนามแล้ว

               ๑. ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน

               ๒. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศไทย-คาซัคสถาน

               ๓. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าและอุตสาหกรรม
คาซัคสถาน (สหภาพหอการค้าและอุตสาหกรรมคาซัคสถานได้ถูกยกเลิกและได้มีการจัดตั้ง National Chamber
of Entrepreneurs in Kazakhstan ในปี ๒๕๕๖ ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการสอบถาม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยถึงความจำเป็นในการมีความตกลงฉบับใหม่)

               ๔. พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-คาซัคสถาน

               ๕. ความตกลงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกรุงอัสตานาและกรุงเทพฯ (บ้านพี่เมืองน้อง)
               ๖. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องเมืองพัทยาและเมืองชิมเคนท์

               ๗. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านข้าราชการพลเรือนไทย-คาซัคสถาน
         ๒.๒ ความตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

               ๑. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนไทย-คาซัคสถาน
               ๒. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในด้านกีฬาไทย-คาซัคสถาน
               ๓. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม การศึกษา และกีฬาไทย-คาซัคสถาน
               ๔. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยความช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกันทางกฏหมายในคดีอาญา

               ๕. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ
               ๖. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
               ๗. อนุสัญญายกเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับคาซัคสถาน

               ๘. ความตกลงด้านการค้าไทย-คาซัคสถาน
               ๙. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-คาซัคสถาน
               ๑๐. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย-คาซัคสถาน  
               ๑๑. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดฯ ไทย-คาซัคสถาน
               ๑๒. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ

. การเยือนที่สำคัญ

๓.๑ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์

- ในเดือนเมษายน ๒๕๔๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนคาซัคสถาน ในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลคาซัคสถาน
- ในเดือนเมษายน ๒๕๕๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี
เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบทในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งในวโรกาสเสด็จฯ เยือนทาจิกิสถาน

- ในเดือนเมษายน ๒๕๕๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เมืองอัลมาตี
เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบทในระหว่างเปลี่ยนเครื่องบินพระที่นั่งจากสาธารณรัฐคีร์กีซเสด็จฯ กลับประเทศไทย

รัฐบาล

- ในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๗ นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเยือน
กรุงอัสตานา เพื่อลงนามข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนาความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง

- ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ของ CICA ครั้งที่ ๒

- ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการต่างประเทศเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๙ ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอด CICA ครั้งที่ ๒

- ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐ นายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๖๓

- ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ นายจริยวัฒน์ สันตะบุตร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเดินทาง
เข้าร่วมการประชุม Focus Group ด้านเศรษฐกิจไทย-คาซัคสถาน

- ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง
การต่างประเทศ เดินทางเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ
เยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ของ CICA ครั้งที่ ๔

.๒ ฝ่ายคาซัคสถาน

รัฐบาล

- ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๖ ประธานาธิบดี Nursultan Nazarbayev เดินทางเยือนประเทศไทย
อย่างเป็นทางการ 

- ในเดือนเมษายน ๒๕๔๐ นาย Kassym – Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๕๓ 

- ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ นาย Kassym – Jomart Tokayev รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ ๖๑ และเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ นาย Nurlan Yermekbayev รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของ CICA

- ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นาย Kairat Sarybay รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบ
หารือกับนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศไทย ก่อนการเดินทางไป
เยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ

- ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นาง Gulshara Abdykalikova รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและ
การคุ้มครองทางสังคมของประชากร เดินทางเยือนไทยเพื่อร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือ
ทวิภาคีไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ ๒

 


[1] Eurasian Economic Union ประกอบด้วย รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และสาธารณรัฐคีร์กีซ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรวม ๔.๕๕ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (อาเซียน ๒.๔ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีประชากรรวมทั้งสิ้น ๑๗๐ ล้านคน (อาเซียน ๖๒๕ ล้านคน) มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย  EEU มีนโยบายส่งเสริมการค้าเสรีภายในกลุ่ม ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และแรงงานเป็นไปอย่างเสรี และพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่ง ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร แรงงาน และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ฯลฯ จึงทำให้ EEU เป็นเขตเศรษฐกิจที่น่าจับตามองพัฒนาการต่อไป

[2] SCO ก่อตั้งในปี ๒๕๔๔ ที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยผู้นำจีน คาซัคสถาน สาธารณรัฐคีร์กีซ รัสเซีย ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งพัฒนามาจาก (Shanghai Five) เดิม ๕ ประเทศ ยกเว้นอุซเบกิสถาน ที่ได้ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๓๙ เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับพรมแดน
ของประเทศสมาชิก และต่อมาอุซเบกิสถานเข้าร่วมในปี ๒๕๔๔ จึงได้เปลี่ยนชื่อองค์การมาเป็นดังในปัจจุบัน และขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุม
ด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษา พลังงาน การคมนาคม

[3] OSCE เป็นเวทีปรึกษาหารือผ่านเวทีทางการทูตเพื่อระงับข้อพิพาทและข้อขัดแย้งในยุโรป มีประเทศสมาชิก ๕๗ ประเทศ จากภูมิภาคยุโรป เอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และอเมริกาเหนือ และมีประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ ๑๑ ประเทศ จากเอเชีย ๕ ประเทศ และเมดิเตอร์เรเนียน
๖ ประเทศ โดยไทยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศเดียวที่เป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือของ OSCE

[4] CICA ก่อตั้งเพื่อเป็นกลไกส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย มีสมาชิก ๒๖ ประเทศ (สมาชิกต้องมีดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่ง
ในเอเชีย) ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อียิปต์ อินเดีย อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คาซัคสถาน สาธารณรัฐคีร์กีซ มองโกเลีย ปากีสถาน ปาเลสไตน์ กาตาร์ เกาหลีใต้ รัสเซีย ทาจิกิสถาน ไทย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุซเบกิสถาน และเวียดนาม (ไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ ๑๗ เมื่อปี ๒๕๔๗)

 

**************************

สถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย

เอกอัครราชทูต นาย Marat Yessenbayev

ที่ตั้ง Office 804A, GPF Witthayu Towers,

93/1 Wireless Road, Bangkok 10330

Tel: 02 254 3043/45    Fax: 02 254 3042

***************************

กองเอเชียใต้และเอเชียกลาง

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

พฤษภาคม ๒๕๕๙