คนไทยในต่างประเทศ

ข้อมูลควรทราบสำหรับผู้พำนักอาศัยในยูเออีระยะยาว

ข้อมูลควรทราบสำหรับผู้ที่จะพำนักอาศัยระยะยาวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

----------------------------------------------

หมายเหตุ: สามารถศึกษาข้อมูลจากหน้าเพจ “ข้อมูลควรทราบสำหรับผู้เดินทางมายูเออีระยะสั้น” ซึ่งมีข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นและควรทราบในเบื้องต้น

1. การเตรียมตัวเพื่อการเดินทาง

1.1 การขอรับการตรวจลงตราสำหรับตนเองและครอบครัว

ผู้ที่จะเดินทางมาทำงานซึ่งได้รับการตรวจลงตราประเภท Employment Visa เมื่อท่านเดินทางถึงยูเออีแล้ว จะต้องตรวจสุขภาพและเดินเรื่องเอกสารตามขั้นตอนของทางการยูเออีเพื่อขอรับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ (Residence Permit) และใบอนุญาตทำงาน (Labour Card) หลังจากนั้น ท่านจึงจะสามารถนำครอบครัวมาพำนักอยู่ด้วยที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ โดยตนเองเป็นสปอนเซอร์ขอ Residence Visa ให้แก่ครอบครัว

ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “วีซ่าเข้ายูเออีสำหรับคนไทย” ในหน้าหลักของเว็บไซต์

นอกจากนี้ เมื่อท่านได้รับ Residence Permit แ้ล้ว จะต้องติดต่อสำนักงาน Emirates Identity Authority เพื่อขอทำบัตรประจำตัว Emirates ID ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการติดต่อธุระแทบทุกเรื่อง เช่น การซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ การรักษาพยาบาล เป็นต้น

1.2 การติดต่อที่เรียนให้บุตร / ระบบการศึกษา

ทั่วไป

- ระบบการศึกษายูเออีคล้ายกับของไทย คือ ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษา 6 ปี และปริญญาตรี 4 ปี

- แทบทุกสถาบันใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสอน ยกเว้นในสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรการสอนด้านศาสนาหรืออิสลามศึกษา

- สถาบันการศึกษาภาครัฐทั้งหมดและเอกชนบางแห่ง จะมีการแยกชั้นเรียนและพื้นที่ในสถานศึกษาสำหรับเพศชาย-หญิง เพื่อไม่ให้ปะปนกัน

ระดับอนุบาล ยูเออีมีโรงเรียนอนุบาลหลายแห่ง มีหลักสูตรก่อนวัยเรียนทั้งแบบอังกฤษ และอเมริกา เวลาเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 8.30 – 13.00 น.

ระดับประถม-มัธยมศึกษา โดยทั่วไปชาวต่างชาติจะต้องเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของเอกชนเท่านั้น อาบูดาบีมีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง และมีหลายหลักสูตร โดยทั่วไปภาคการศึกษาจะแบ่งเป็น 3 ภาค คือ ก.ย. – ธ.ค. / ม.ค.-มี.ค. / เม.ย.- มิ.ย.

การสมัครสามารถทำได้ในช่วงที่เดินทางมาถึง โดยขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการศึกษา โดยทั่วไปจะมีการทดสอบโดยนัดวันให้นักเรียนทำข้อสอบเข้า เพื่อใช้ประกอบการพิจารณารับเข้าศึกษา เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ ใบรายงานผลการเรียนล่าสุดจากสถานศึกษาเดิม (ผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการไทย กระทรวงการต่างประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย) สำเนาหนังสือเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครอง สำเนาสูติบัตร รูปถ่าย ประวัติการฉีดวัคซีนและประวัติทางการแพทย์ และ Transfer certificate

ระดับอุดมศึกษา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีสถาบันอุดมศึกษารัฐบาล 3 แห่ง ซึ่งในจำนวนนั้นมี Zayed University เพียงแห่งเดียวที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติ แต่นอกจากนี้ ยังมีสถาบันเอกชนอีกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสาขาของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เช่น New York University Abu Dhabi และ Paris-Sorbonne University Abu Dhabi เป็นต้น โดยสามารถค้นหารายชื่อสถาบันเอกชนที่รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รับรองได้ที่ https://www.caa.ae/caaweb/DesktopModules/InstPrograms.aspx

สถาบันที่สอนภาษาอาหรับแก่ชาวต่างชาติ มีหลายแห่ง อาทิ British Council และ Mother Tongue Institute เป็นต้น

1.3 การเตรียมของใช้และเอกสารส่วนตัว

ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายในยูเออีตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปและมีตัวเลือกหลากหลาย รวมถึงวัตถุดิบประกอบอาหารไทย/อาหารเอเชียหลายประเภท เนื่องจากมีชาวต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาศัยอยู่มาก

เอกสารส่วนตัวที่ควรนำมาด้วย อาทิ ใบขับขี่ เอกสารการศึกษา บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว (พื้นหลังสีขาวหากเป็นไปได้) หรือหากมีการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการทั้งของไทยและยูเออี ขอให้ดำเนินการรับรองเอกสารผ่านกรมการกงสุล (ถนนแจ้งวัฒนะ) และสถานเอกอัครราชทูตยูเออีประจำประเทศก่อนเดินทาง

1.4 การจัดส่งของใช้ส่วนตัวไปจากประเทศไทย (ทางอากาศ / ทางเรือ)

สามารถจัดส่งได้ทั้งทางอากาศและทางเรือ โดยสายการบิน Etihad ซึ่งมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ – อาบูดาบี หรือสายการบินที่บินเข้าอาบูดาบีได้แก่ Gulf Air และ Oman Air ทั้งนี้ อาจใช้บริษัทชิปปิ้ง ซึ่งจะมีบริษัทตัวแทนที่อยู่ปลายทางดำเนินการต่อให้ โดยส่งของมาในชื่อของตัวเอง และส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น Airwaybill หรือ Bill of Lading / Invoice / Packing List ให้บริษัทตัวแทนที่อยู่ปลายทาง (กรณีจัดส่งโดยบริษัทชิปปิ้ง บริษัทตัวแทนปลายทางจะเป็นผู้ออก Clearance Certificate ให้) เพื่อนำไปออกของจากสนามบินหรือท่าเรือ โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมออกของและภาษี

1.5 การเตรียมเงินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงแรก

การนำดร๊าฟเข้าบัญชีธนาคารจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงควรนำเงินสดหรือ travellers’ cheque ติดตัวมาด้วย (เป็นสกุลดอลลาร์หรือยูโร) โดยสามารถแลกเป็นเงินท้องถิ่นได้ตามเคาน์เตอร์รับแลกเงินซึ่งมีอยู่ทั่วไป ซึ่งจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าธนาคาร และบัตรเครดิตสามารถใช้ได้ตามห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาเก็ตในยูเออี

2. การดำรงชีวิตประจำวัน

2.1 สภาพทั่วไปในประเทศ

ยูเออีเป็นประเทศมุสลิมสายกลาง มีชาวต่างชาติอาศัยและทำงานอยู่มาก (ราว 90%) ทั้งจากประเทศตะวันตกและเอเชีย จึงเป็นสังคมที่มีความหลากหลาย แม้ยูเออีจะเป็นประเทศมุสลิม แต่ก็เปิดกว้างในด้านสังคม ศาสนา และการดำรงชีวิตสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในยูเออี ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในยูเออีประมาณ 8,000-10,000 คน

2.2 การติดต่อชุมชนคนไทย

ช่องทางที่ท่านจะสามารถรับทราบข่าวสารสำคัญและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับคนไทยในยูเออีได้สะดวกรวดเร็วที่สุด คือ หน้า Facebook ของหน่วยงานและสมาคมคนไทย ดังนี้

- สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี https://www.facebook.com/thaiembassy.abudhabi

- สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ https://www.facebook.com/RTCGDXB

- สมาคมสตรีไทยในอาบูดาบี https://th-th.facebook.com/pages/Thai-Womens-Club-Abu-Dhabi/149490325095595

2.3 เครือข่ายการคมนาคม การสื่อสาร และไปรษณีย์

ยูเออีเป็นประเทศที่มีเครือข่ายโทรคมนาคมที่ดีทั้งในและระหว่างประเทศ ผู้ให้บริการมีสองเครือข่ายใหญ่ คือ Etisalat และ du ซึ่งให้บริการครบวงจรทั้งโทรศัพท์บ้าน มือถือ อินเตอร์เน็ต และโทรทัศน์เคเบิ้ล

การใช้โทรศัพท์ระหว่างหมายเลขบ้าน (landline) ภายในรัฐเดียวกันจะไม่คิดค่าโทร และมีช่วงเวลาที่คิดอัตราพิเศษสำหรับโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ (ทั้งจากโทรศัพท์บ้านและมือถือ) คือ ทุกวันศุกร์ทั้งวัน และระหว่างเวลา 14.00 – 16.00 น. และ21.00 -07.00 ของทุกวัน อัตราค่าโทรศัพท์ไปประเทศไทยนาทีละประมาณ 14 บาท (ช่วงเวลาพิเศษ) และ 20 บาท (ช่วงเวลาปกติ)

โทรศัพท์มือถือเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปมีทั้งระบบเติมเงิน (pre-paid) และระบบเรียกเก็บค่าบริการภายหลัง (post-paid) โดยการซื้อซิมการ์ดต้องใช้บัตรประจำตัว Emirates ID เพื่อลงทะเบียน

โทรศัพท์สาธารณะส่วนใหญ่จะต้องใช้บัตรโทรศัพท์ ซึ่งมีขายตามร้านขายของชำและร้านค้าทั่วไป

ในยูเออีไม่มีการส่งไปรษณีย์ตามบ้าน แต่จะส่งตามตู้ไปรษณีย์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ หรือที่เรียกว่า P.O. Box โดยผู้ใช้บริการสามารถเช่าตู้ไปรษณีย์ หรือใช้ตู้ไปรษณีย์ของบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ การส่งไปรษณีย์สามารถใช้บริการของไปรษณีย์ยูเออีหรือบริษัทจัดส่งของและจดหมายด่วนเอกชนทั่วไป เช่น DHL FEDEX ARAMEX เป็นต้น

2.4 การขับรถยนต์ในรัฐอาบูดาบีและยูเออี

รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะการเดินทางที่นิยมใช้มากที่สุดในยูเออี เนื่องจากราคารถยนต์และน้ำมันค่อนข้างถูก ถนนมีสภาพดี และสภาพการจราจรไม่ติดขัดนัก อีกทั้งน้ำมันรถยนต์ในยูเออีโดยเฉพาะเบนซินมีราคาถูกเนื่องจากรัฐบาลอุดหนุนราคา 

การจำกัดความเร็ว การขับรถในยูเออีจะมีป้ายจำกัดความเร็วอยู่ในทุกจุดโดยใชัหน่วยกิโลเมตร/ชั่วโมง โดยป้ายแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

- ป้ายสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีทั้งตัวเลขและข้อความเตือน: จำกัดความเร็วตามที่ระบุบนป้าย เช่น ป้าย 140 หมายถึง หากขับเร็วตั้งแต่ 141 กม./ชม. ขึ้นไปถือว่ามีความผิด

- ป้ายกลม มีตัวเลขเพียงอย่างเดียว: อนุโลมให้ขับรถความเร็วเกินกว่าตัวเลขในป้ายได้ไม่เกิน 19 กม. เช่น ป้าย 60 หมายถึง สามารถขับได้ถึงความเร็ว 79 กม./ชม. หากขับตั้งแต่ 80 กม./ชม. ขึ้นไปถือว่ามีความผิด

ในยูเออีมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเรดาร์จับความเร็วค่อนข้างถี่ การขับรถเกินความเร็วที่กำหนดจึงถูกจับได้ง่าย ความผิดจราจรฐานเกินความเร็ว มีค่าปรับตั้งแต่ 300 ดีแรห์มขึ้นไป นอกจากนี้ การฝ่าไฟแดงถือว่ามีความผิดร้ายแรงกว่าการขับรถเกินความเร็วจำักัด

ช่องการจราจร ช่องซ้ายสุดของถนนถือเป็นช่องการจราจรที่เร็วที่สุด ซึ่งหลายครั้งจะมีผู้ขับรถเกินความเร็วใช้ช่องดังกล่าว โดยเฉพาะบนถนนหลวง หากรถในช่องซ้ายสุดไล่ทันรถคันข้างหน้าก็มักจะขับจี้ท้ายรถและสาดไฟขอทาง ดังนั้น ท่านควรหลีกเลี่ยงการขับรถในช่องซ้ายสุดเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจ

ค่าธรรมเนียมจอดรถ ในกรุงอาบูดาบี ที่จอดรถสาธารณะบางแห่งจะมีค่าธรรมเนียมการจอด (Mawaqif) โดยสังเกตจากขอบทางเท้า หากมีสีฟ้า-ดำ มีค่าธรรมเนียม 2 ดีแรห์ม/ชม. หากมีสีฟ้า-ขาว มีค่าธรรมเนียม 3 ดีแรห์ม/ชม. โดยมีตู้จ่ายค่าจอดรถตั้งอยู่เป็นระยะ ซึ่งต้องชำระเงินแล้วนำใบเสร็จไปวางไว้ที่กระจกหน้ารถ ทั้งนี้ ไม่มีค่าธรรมเนียมการจอดรถระหว่างเวลา 00.00-08.00 น. ของทุกวัน และทั้งวันสำหรับวันศุกร์และวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม หากจอดรถหลังเวลา 21.00 น. โปรดหลีกเลี่ยงเขตที่มีป้ายกำกับว่าเป็นที่จอดรถสำหรับผู้พำนักอาศัยในเขตนั้น อนึ่ง การจอดรถแล้วไม่จ่ายค่าธรรมเนียม หรือจอดผิดเขตในเวลาบางช่วง หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะมีค่าปรับ และช่วงเวลาการเก็บค่าธรรมเนียมการจอดรถในกรุงอาบูดาบีในช่วงรอมฎอนอาจแตกต่างจากช่วงปกติ ซึ่งรัฐอาบูดาบีจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าในแต่ละปี

ค่าธรรมเนียมทางด่วน การขับรถในเมืองดูไบบนถนน Sheikh Zayed Road ซึ่งเปรียบเสมือนทางด่วนที่ตัดผ่านเมืองดูไบโดยไม่มีไฟจราจร จะมีด่านเก็บเงินอัตโนมัติอยู่เป็นระยะที่เรียกว่าด่าน Salik แต่ละด่านมีค่าธรรมเนียม 4 ดีแรห์ม ซึ่งผู้ขับรถยนต์จะต้องซื้อสติกเกอร์ Salik ติดที่ด้านในของกระจกหน้ารถ และเติมเงินให้เพียงพออยู่เสมอ (ซื้อได้ตามปั๊มน้ำมันทั่วไป)

2.5 การจับจ่ายใช้สอย

มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งในอาบูดาบี และมีห้างร้านอื่นๆ ทั่วไป ร้านที่ขายของเฉพาะเหมือนกันมักจะอยู่ในย่านเดียวกัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ช่าง ฯลฯ เป็นต้น สำหรับของใช้ประจำวันทั่วไปสามารถซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของชำซึ่งกระจายอยู่ทั่วไป บางแห่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง

เครือซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ราคาย่อมเยา ได้แก่ Abu Dhabi Co-operative Society (เรียกสั้น ๆ ว่า Co-op), Carrefour, Lulu Hyper Market และ Choitram

เครือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก-กลางที่ราคาสูงขึ้นมาและมีผลิตภัณฑ์คุณภาพดีขึ้น ได้แก่ Spinneys, Waitrose และ Abela

สินค้าส่วนใหญ่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตมีราคาใกล้เคียงหรือแพงกว่าในประเทศไทยเล็กน้อย ตัวอย่างราคาสินค้าคุณภาพปานกลาง เช่น

- น้ำ 1.5 ลิตร = 2 ดีแรห์ม

- นม 1 ลิตร = 5.50 ดีแรห์ม

- น้ำอัดลม 1 กระป๋อง = 2-3 ดีแรห์ม

- น้ำส้ม/น้ำแอปเปิ้ล 1 ลิตร = 6 ดีแรห์ม

- ข้าวสารกระสอบ 5 กก. = 25 ดีแรห์ม

2.6 เนื้อหมูและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่มีหมูเป็นส่วนประกอบจะซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเท่านั้น ซึ่งได้แก่เครือ Spinneys, Abela และ Waitrose

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซื้อได้ตามร้านที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย เช่น Spinneys และ African and Eastern เป็นต้น ผู้ซื้อจะต้องมีใบอนุญาตจึงจะสามารถซื้อได้ โดยมีการจำกัดมูลค่าการซื้อต่อเดือนประมาณ 10 เปอร์เซ็นของเงินเดือน ผู้พำนักอาศัยในรัฐอาบูดาบีสามารถขอทำใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ https://www.auhsl.ae/

2.7 วัตถุดิบอาหารไทย

ในกรุงอาบูดาบีมีร้านขายของชำเอเชีย 2-3 แห่ง คือร้าน Tropical Trading และ Queen Saba ที่มีสินค้าสำหรับประกอบอาหารไทย ผักไทย ผลไม้และอาหารกระป๋องไทยจำหน่าย แต่ไม่ได้มีในปริมาณที่มากหรือหลากหลาย สำหรับข้าวสาร และซ้อสบางอย่าง เช่น น้ำปลา น้ำมันหอย สามารถหาได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป บางอย่างหากไม่สามารถหาซื้อในอาบูดาบีได้ อาจหาซื้อได้จากร้านไทยในดูไบ

2.8 การรักษาพยาบาลและมาตรฐานด้านสาธารณสุข

ยูเออีจัดว่ามีการรักษาพยาบาลและมาตรฐานด้านสาธารณสุขค่อนข้างดี มีบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศตะวันตก เอเชีย และอาหรับประเทศอื่นๆ ตามกฎหมายแรงงานยูเออีกำหนดให้นายจ้างต้องรับผิดชอบค่าประกันสุขภาพของลูกจ้าง ภรรยาและบุตร 3 คนของลูกจ้างด้วย ซึ่งสามารถนำบัตรประกันสุขภาพไปใช้บริการตามโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน หรือตามศูนย์อนามัยตามที่ระบุในเงื่อนไขการใช้บริการของบัตรประกันสุขภาพ

2.9 สถานที่พักผ่อนในเวลาว่างและเทศกาลต่าง ๆ

ห้างสรรพสินค้าเป็นที่ที่คนนิยมใช้เวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุดมากที่สุด โดยช่วงเดือนมกราคมและมิถุนายนของทุกปีจะเป็นช่วงลดราคาสินค้ามากเป็นพิเศษ ระหว่าง 25-75%

อาบูดาบีมีสวนสาธารณะกระจายอยู่หลายแห่ง ในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยเฉพาะวันศุกร์ในช่วงที่อากาศไม่ร้อนเกินไป คนนิยมที่จะพาครอบครัวออกมาปิกนิกตามสวนสาธารณะ มีสโมสรกีฬาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของโรงแรม จะต้องสมัครเป็นสมาชิก หรือเสียค่าใช้บริการเป็นครั้งไป และมีสโมสรสำหรับสตรีโดยเฉพาะด้วย

เทศกาลและกิจกรรมทางวัฒนธรรม กีฬา และดนตรีต่าง ๆ มักมีขึ้นในช่วงฤดูหนาวซึ่งอากาศเย็นสบาย โดยตัวอย่างรายการประจำปีที่น่าสนใจในกรุงอาบูดาบี มีดังนี้

ชื่อ

คำบรรยาย

ช่วงเวลาและสถานที่

หมายเหตุ

Abu Dhabi Film Festival (ADFF)

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ รวมกว่า 100 เรื่องในแต่ละปี

- ตุลาคม 9 วัน

- โรงแรม Emirates Palace และโรงภาพยนตร์ VOX Marina Mall

- ค่าเข้าชม 30 AED ต่อเรื่อง

- สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี

- http://www.abudhabifilmfestival.ae/en/

Abu Dhabi Science Festival

นิทรรศการวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนและครอบครัว ในลักษณะซุ้มกิจกรรมหลากหลาย

- พฤศจิกายน 10 วัน

- ริมชายหาดถนน Corniche ตัดกับ Khaleej Al Arabi

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- http://www.abudhabisciencefestival.ae/

Abu Dhabi Art

นิทรรศการรวมผลงานหอศิลป์ชื่อดังทั่วโลก (เน้นภาพวาด)

- พฤศจิกายน 4 วัน

- Manarat Al Saadiyat

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- เวลาเปิด 14.00 – 22.00 น.

- http://www.abudhabiartfair.ae/

F-1 Abu Dhabi Grand Prix

การแข่งขันรถ Formula One

- พฤศจิกายน 3 วัน

- สนาม Yas Marina Circuit

- แพกเกจเข้าชมตั้งแต่ 1,500 AED ขึ้นไป ซึ่งรวมถึงคอนเสิร์ตนักร้องชื่อดังระดับโลก 2-3 คน

- http://www.yasmarinacircuit.com/en/formula-1

Mubadala World Tennis Championship

รายการเทนนิสอุ่นเครื่องซึ่งมีมือวางอันดับต้น ๆ ของโลก 6 คนร่วมแข่ง

- ช่วงสิ้นปี/ขึ้นปีใหม่ 3 วัน

- สนามเทนนิสใน Zayed Sports City

- ค่าเข้าชมตั้งแต่ 150 AED ต่อวันขึ้นไป

- http://www.mubadalawtc.com/Home.aspx

Abu Dhabi HSBC Golf Championship

รายการกอล์ฟ European Tour ซึ่งมีมือวางอันดับต้นโลกๆ ของโลกและนักกอล์ฟไทยลงแข่ง

- มกราคม 4 วัน

- สนาม Abu Dhabi Golf Club

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- http://www.abudhabigolfchampionship.com/

Qasr Al Hosn Festival

เทศกาลแสดงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวยูเออีและประวัติศาสตร์ของกรุงอาบูดาบี ในลักษณะซุ้มจำลอง

- กุมภาพันธ์ 10 วัน

- วัง Qasr Al Hosn และบริเวณรอบนอก

- ค่าเข้าชม 10 AED

- เวลาเปิด 16.00 – 22.00 น.

- http://qasralhosnfestival.ae/

Abu Dhabi Festival

เทศกาลรวมการแสดงดนตรีและระบำคลาสสิก

- มีนาคม 4 สัปดาห์

- โรงแรม Emirates Palace

- ค่าเข้าชมขึ้นกับประเภทการแสดง ส่วนใหญ่ตั้งแต่ 200 AED ต่อรายการขึ้นไป

- http://www.abudhabifestival.ae/en

2.10 วัดและสถานที่ประกอบศาสนกิจ

ไม่มีวัดไทยในยูเออี แต่บางครั้งชุมชนชาวไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบจะมีการนิมนต์พระสงฆ์หรือจัดกิจกรรมทางศาสนา เช่น การนั่งสมาธิ บ้างในบางโอกาส ซึ่งจะแจ้งข่าวให้ทราบล่วงหน้าตามช่องทางของแต่ละหน่วยงาน

นอกจากนี้ ยังสถานที่ประกอบศาสนาของศาสนาอื่น เช่น โบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ อยู่ในกรุงอาบูดาบีและเมืองดูไบ

2.11 ธนาคาร การโอนเงิน การฝากเงิน การขอบัตรเครดิต

สามารถขอเปิดบัญชีธนาคารได้ด้วยตนเอง หรือบริษัทนายจ้างเป็นผู้ดำเนินการเปิดบัญชีเนื่องจากบางหน่วยงานหรือบริษัทมีการจ่ายเงินเดือนโดยผ่านธนาคาร โดยสามารถเลือกเปิดบัญชีเงินท้องถิ่นหรือเป็นดอลลาร์สหรัฐได้ และการขอบัตรเครดิตสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเปิดบัญชีกับทางธนาคารแล้ว และหลายแห่งไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายปี

ยูเออีให้มีการโอนเงินได้เสรี เคาน์เตอร์รับแลกเปลี่ยนเงินส่วนใหญ่จะมีบริการโอนเงินไปต่างประเทศ โดยจะคิดอัตราเป็นดอลลาร์สหรัฐ และได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าธนาคาร การโอนเงินกลับประเทศไทยจะเสียค่าธรรมเนียมการโอนครั้งละ 25 ดีแรห์ม ไม่ว่าจะโอนเงินจำนวนเท่าใด

2.12 โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อต่างๆ

การรับสัญญาณโทรทัศน์ในยูเออีทำได้ 2 แบบ คือ

-          การติดกล่องรับสัญญาณจานดาวเทียม ซึ่งกล่องปกติราคาประมาณ 200 ดีแรห์ม และไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน โดยสามารถรับสถานีช่องข่าว ภาพยนตร์ กีฬา บันเทิง ฯลฯ ทั้งท้องถิ่นและนานาชาติได้หลายช่องที่ไม่คิดค่าสมาชิก นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนกล่องให้รับสัญญาณช่อง Thai TV Global Network ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม อพาร์ทเมนท์บางแห่งไม่มีจานดาวเทียมส่วนกลาง หรือไม่อนุญาตให้ผู้เช่าติดจานดาวเทียมส่วนตัว

-          การติดเคเบิ้ลทีวี โดยมีผู้ให้บริการ 3 รายใหญ่ คือ Etisalat, du และ OSN ซึ่งมีค่าสมาชิกรายเดือนแตกต่างกันไปตามแพกเกจที่เลือก ทั้งนี้ ในส่วนของ Etisalat และ du สามารถติดเคเบิ้ลทีวีเป็นแพกเกจเสริมจากอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์บ้านได้ ซึ่งจะรวมแล้วจะค่าใช้จ่ายถูกกว่าติดแยกแต่ละส่วน

สถานีวิทยุ มีหลายช่องทั้งที่เป็นภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ

หนังสือพิมพ์ มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาษาอังกฤษ 4 ฉบับ ได้แก่ The National (อาบูดาบี) Gulf News, Khaleej Times และ Gulf Today (ดูไบ) มีนิตยสารและวารสารภาษาอังกฤษจำนวนมากขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่ราคาจะสูงกว่าราคาหน้าปก บางครั้ง 2-3 เท่า

2.13 การซื้อสินค้าใช้แล้ว (ของมือสอง)

โดยที่ยูเออีเป็นสังคมที่มีชาวต่างชาติมาทำงานและย้ายเข้าย้ายออกอย่างต่อเนื่อง จึงมีผู้ต้องการซื้อสินค้าเพื่อตั้งต้นในการพำนักอาศัยพร้อม ๆ กับผู้ต้องการขายสินค้าเพื่อเดินทางออกจากประเทศอยู่ตลอดเวลา ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจะมีบอร์ดติดประกาศขายสินค้าใช้แล้ว และมีเว็บไซต์สำหรับซื้อ-ขายสินค้าใช้แล้วในยูเออีอยู่หลายเว็บ โดยเว็บที่นิยมใช้มากที่สุดในขณะนี้ คือ uae.dubizzle.com ซึ่งมีสินค้าทุกประเภท รวมทั้งที่พักอาศัย

2.14 ข้อแนะนำทั่วไป

- ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในกรุงอาบูดาบีจะมีนิตยสารรายสัปดาห์รวบรวมรวมข่าวสาร ปฏิทินกิจกรรม และแนะนำร้านอาหารและสถานทีที่น่าสนใจในกรุงอาบูดาบี อาทิ Abu Dhabi Week ซึ่งเป็นนิตยสารแจกฟรี หรือ Time Out ซึ่งมีราคา 9 ดีแรห์ม

- ผู้อยู่อาศัยระยะยาวอาจสนใจซื้อหนังสือ Entertainer ซึ่งวางแผงประจำแต่ละปีปฏิทิน เป็นหนังสือรวบรวมคูปองส่วนลดลักษณะซื้อ 1 แถม 1 สำหรับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานที่ท่องเที่ยว มากกว่า 100 ร้อยแห่งในกรุงอาบูดาบีและดูไบ (แยกเมืองละ 1 เล่ม) ซึ่งในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการรับประทานอาหารและพักผ่อนนอกบ้านได้ โดยหนังสือ Entertainer Abu Dhabi มีราคา 395 ดีแรห์ม ขณะที่ของดูไบแพงกว่าเล็กน้อย

3. การจัดหาที่พักอาศัย

3.1 ลักษณะที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป

อาบูดาบีเป็นเมืองขนาดปานกลางที่มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่พักอาศัยในอาบูดาบีมีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย ที่พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ (หรือมีเฟอร์นิเจอร์เฉพาะในห้องครัว เช่น ตู้เย็น เตาแก๊ส เครื่องซักผ้า) โดยตัวเลือก serviced apartment ยังมีไม่มากนักและส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาวจึงทำให้มีราคาสูงมาก ที่คนส่วนใหญ่อาศัยจึงจะเป็นลักษณะอพาร์ทเม้นต์ซึ่งบางครั้งอยู่ในอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยรวมกัน บางแห่งจะมียามรักษาความปลอดภัย สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และที่จอดรถส่วนตัวให้

การเดินทางภายในตัวเมืองอาบูดาบีไม่ไกลกันมากนัก และสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่ได้สะดวก ดังนั้น การเลือกทำเลที่พักจึงอยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน

ทั้งนี้ รัฐอาบูดาบีมีกฎหมายห้ามผู้เช่าบ้านปล่อยเช่าให้ผู้อื่นแบบทำสัญญาต่อ ดังนั้น ท่านจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ชื่อเจ้าของคู่สัญญาเช่าบ้านคือเจ้าของบ้านที่แท้จริง

3.2 วิธีหาบ้านพัก

ส่วนใหญ่ต้องใช้บริการผ่านนายหน้า เนื่องจากอาคารที่พักบางแห่งจะไม่ให้เข้าชมหากไม่มีนายหน้า โดยนายหน้าจะพาชมห้องพักจนกว่าจะได้ห้องที่เป็นที่พอใจ อย่างไรก็ตาม อาจดูตัวเลือกที่พักล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์ uae.dubizzle.com และเว็บไซต์หาบ้านอื่น ๆ เช่น propertyfinder

3.3 อัตราค่าเช่า

โดยทั่วไปนายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดที่พักให้พนักงาน หรือบางบริษัทอาจให้เป็นเงินแทนค่าที่พักแล้วให้พนักงานจัดหาที่พักเองตามที่พอใจ อัตราค่าเช่าบ้านพักส่วนใหญ่คิดเป็นรายปี ราคาขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง ความเก่า-ใหม่ของตึก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ เช่น ที่จอดรถส่วนตัว สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย บริการซ่อมบำรุง เป็นต้น

ตัวอย่างค่าเช่าบ้านพักในกรุงอาบูดาบี (ดีแรห์ม/ปี - ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์และค่าน้ำค่าไฟ)

 

สตูดิโอ

(< 30 ตร.ม.)

1 ห้องนอน

(30-70 ตร.ม.)

2 ห้องนอน

(70-140 ตร.ม.)

3 ห้องนอน

(>140 ตร.ม.)

คุณภาพต่ำ

25,000

40,000

60,000

80,000

คุณภาพดี

70,000

120,000

180,000

200,000

3.4 การทำสัญญา ค่านายหน้า และค่ามัดจำความปลอดภัย

นายหน้าส่วนใหญ่คิดค่าบริการประมาณร้อยละ 5 ของอัตราค่าเช่าบ้านพักในการทำสัญญาเช่าบ้านพักครั้งแรก (การต่อสัญญาปีถัด ๆ ไป ไม่ต้องเสียค่านายหน้า) ทั้งนี้ หากพอใจกับที่พักและคิดว่าจะอยู่เกินกว่า 1 ปี ก็อาจเจรจากับนายหน้าหรือเจ้าของพักเพื่อขอทำสัญญาครั้งละ 2 ปีหรือนานกว่านั้นแต่ขอจ่ายเป็นรายปี เพื่อป้องกันการขึ้นราคาของบ้านพักในปีถัดไป

นอกจากนี้ เจ้าของที่พักส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่ามัดจำความปลอดภัย (Security deposity) ในการทำสัญญาเช่าบ้านพักครั้งแรก จำนวน 5,000 ดีแรห์ม และจะคืนให้ผู้เช่าหลังออกจากที่พัก เมื่อตรวจสอบสภาพบ้านพักแล้วปรากฏว่าไม่มีความเสียหายที่จำเป็นต้องซ่อมบำรุง

3.5 การขอติดตั้งโทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่นๆ

เมื่อทำสัญญาเช่าบ้านเรียบร้อยแล้ว สามารถนำสำเนาสัญญาเช่าบ้านกับเอกสารแสดงตัวไปติดต่อหน่วยงานด้านประปาและไฟฟ้าอาบูดาบี เพื่อให้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าและน้ำประปาภายใต้ชื่อของผู้เช่าบ้าน เช่นเดียวกับการขอติดตั้งโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต คือต้องนำสำเนาสัญญาเช่าบ้านกับเอกสารแสดงตัวไปติดต่อองค์การสื่อสารยูเออี (Etisalat)

ทั้งนี้ ในอาคารอพาร์ทเมนท์บางแห่งซึ่งใช้ระบบ Central Air Condition ค่าไฟฟ้าที่ผู้เช่าต้องจ่ายจะไม่รวมไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเครื่องปรับอากาศ (ซึ่งเจ้าของอาคารเป็นผู้จ่าย)

3.6 การซื้อที่พักอาศัย

ในระยะหลังรัฐอาบูดาบีอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อที่พักอาศัยได้เขตที่มีการก่อสร้างใหม่ เช่น Al Raha, Al Reem และ Saadiyat Island เป็นต้น โดยมีระยะเวลาถือครองกรรมสิทธิ์ 99 ปี อย่างไรก็ตาม ราคาต่อตารางเมตรในเขตดังกล่าวค่อนข้างสูงเมื่อเีทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และขึ้นลงได้รวดเร็วตามแนวโน้มตลาด

4. การซื้อรถยนต์และทำใบขับขี่

4.1 การซื้อรถยนต์

รถยนต์ในยูเออีมีราคาถูกกว่าเมืองไทยประมาณร้อยละ 30-50 แล้วแต่ยี่ห้อ เนื่องจากไม่มีภาษีสรรพสามิต ส่วนใหญ่สามารถซื้อรถยนต์ได้จากบริษัทตัวแทนท้องถิ่นทั่วไป สำหรับในกรุงอาบูดาบี ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์มือสองสามารถชมสินค้าได้ที่ Motor World ซึ่งเป็นแหล่งรวมรถยนต์มือสอง อยู่ใกล้กับสนามบินอาบูดาบี

4.2 การนำเข้ารถยนต์

การนำเข้าสามารถทำได้เหมือนการส่งของมาทางเรือ หรือหากต้องการนำเข้าผ่านบริษัทตัวแทนท้องถิ่นก็สามารถทำได้ โดยจ่ายค่าบริการและค่าธรรมเนียมและภาษีตามปกติ

4.3 การทำประกันรถยนต์

สามารถเลือกซื้อประกันจากบริษัทประกันต่างๆ ได้ โดยการทำประกันชั้นหนึ่ง รถยนต์จะ ต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปี หากรถอายุเกิน 5 ปี จะต้องทำประกันชั้น 3 เท่านั้น

ประกันแต่ละครั้งมีอายุ 13 เดือน และค่าเบี้ยประกันปกติจะอยู่ระหว่าง 4-6% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะนั้นตามที่บริษัทประเมิน

4.4 การทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์

โดยจะต้องมีหนังสือจากบริษัทนายจ้างหรือสปอนเซอร์ถึงสำนักงานจราจร เพื่อขอทำใบขับขี่ ใบขับขี่มีอายุครั้งละ 10 ปี หากมีใบขับขี่ของไทยสามารถนำใบขับขี่มาแปลเป็นภาษาอาหรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูต เพื่อนำไปเป็นเอกสารประกอบการขอทำใบขับขี่ยูเออีได้โดยสามารถลดขั้นตอนการสอบภาคปฎิบัติ บางอย่างได้

ทั้งนี้ ท่านที่มี Residence Permit ไม่สามารถใช้ใบขับขี่สากลในยูเออีได้ (ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยว)

4.5 การขายรถยนต์

เมื่อสามารถตกลงซื้อขายรถยนต์แล้ว ต้องส่งเอกสารรถยนต์ สำเนาหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัว สำเนาใบขับขี่ของผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมหนังสือขอโอนรถยนต์ให้กับผู้ซื้อ ไปติดต่อดำเนินการ ที่สำนักงานจราจร ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทะเบียน ป้ายใหม่ และค่าประกันรถยนต์ในชื่อของผู้ซื้อ แต่หากมีค่าปรับจากการขับขี่ผิดกฎจราจรของผู้ขาย ผู้ขายต้องรับผิดชอบก่อนการโอนรถยนต์

---------------------------------------------------

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี

เมษายน 2561