คนไทยในต่างประเทศ

ข้อมูลควรทราบสำหรับผู้เดินทางมายูเออีระยะสั้น

ข้อมูลควรทราบสำหรับผู้เดินทางมาท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

----------------------------------------------

***เนื่องด้วยปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้รับทราบว่ามีผู้ที่ใช้การตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวระยะสั้น (tourist/visit visa) ลักลอบทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเภทต่าง ๆ ซึ่งขอแจ้งเตือนว่า ผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น ควรจะได้รับการตรวจลงตรา (visa) ให้ถูกประเภทและจุดประสงค์ในการเดินทาง และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตรวจสอบข้อมูลของนายหน้าหรือบริษัทที่จะมาทำงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี ก่อนเดินทางทุกครั้ง***

1. การตรวจลงตรา (วีซ่า)

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาในยูเออีทุกคนต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ล่วงหน้า โดยโปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ “วีซ่าเข้ายูเออีสำหรับคนไทย”

ทั้งนี้ เมื่อท่านได้รับวีซ่าแล้ว ควรตรวจสอบตัวสะกดชื่อ-นามสกุล หมายเลขและประเภทของหนังสือเดินทางที่ปรากฏในวีซ่าว่าถูกต้องหรือไม่ โดยหากไม่ถูกต้อง โปรดรีบติดต่อกับบริษัทหรือหน่วยงานที่ออกวีซ่าให้โดยทันที

2. เงินสดและบัตรเครดิต

สกุลเงินของยูเออี คือ ดีแรห์ม มีตัวย่อภาษาอังกฤษสองแบบ คือ AED และ Dhs

ค่าเงินดีแรห์มผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1 USD มีค่าเท่ากับ 3.66-3.67 AED ปัจจุบัน 1 ดีแรห์มมีค่าประมาณ 8.5 - 8.7 บาท (สถานะ เดือนมิถุนายน 2562)

ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ต่าง ๆ ในยูเออีรับเงินสดเฉพาะสกุลดีแรห์มเท่านั้น และส่วนใหญ่รับบัตรเครดิตที่มีใช้แพร่หลายทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่สะดวกแลกเงินสกุลดีแรห์มมาจากไทย ควรนำดอลลาร์สหรัฐติดมาเพื่อแลกเป็นดีแรห์ม เพราะได้อัตราแลกเปลี่ยนดีที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลอื่น ๆ ขณะที่เงินบาทไทยก็สามารถแลกได้ตามร้านรับแลกเงินและธนาคารส่วนใหญ่ แต่จะเสียส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่ามาก

3. ภาษา

แม้ภาษาอารบิกจะเป็นภาษาราชการภาษาเดียวของยูเออี แต่เนื่องจากมีชาวต่างชาติอาศัยในยูเออีเป็นจำนวนมาก ภาษาอังกฤษจึงสามารถใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ป้ายต่างๆ มีการบอกเป็นภาษาอาหรับและอังกฤษ

4. ความปลอดภัย

ยูเออีเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูงมาก แทบไม่มีเหตุอาชญากรรม แต่กระนั้นก็ยังควรใช้ความระมัดระวังตามวิสัยทั่วไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ระบบ VPN ในการเข้าอินเตอร์เน็ต เนื่องจากผิดกฎหมายท้องถิ่นด้านความมั่นคงของยูเออี 

5. สภาพอากาศ

อากาศในยูเออีอาจแบ่งได้เป็น 2 ฤดูหลัก ๆ คือ ฤดูร้อน (พ.ค. – ก.ย.) และ ฤดูหนาว (ต.ค. – มี.ค.) ซึ่งคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยในบางปี ในฤดูร้อนอุณหภูมิช่วงกลางวันประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส กลางคืน 30-40 องศาเซลเซียส และความชื้นสูงมาก ส่วนในฤดูหนาว อุณหภูมิช่วงกลางวันประมาณ 20-30 องศาเซลเซียส กลางคืน 15-20 องศาเซลเซียส อากาศค่อนข้างแห้ง และมีหมอกหนาจัดในช่วงเช้าของบางวัน รวมทั้งมีฝนตกประมาณ 5-10 วันต่อฤดู ทั้งนี้ ยูเออีมีแดดออกแรงจัดตลอดปี จึงควรเตรียมแว่นกันแดดมาด้วย

6. การแต่งกาย

แม้ยูเออีจะเป็นประเทศมุสลิมสายกลางที่ค่อนข้างเสรีและเปิดกว้างต่อวัฒนธรรมและศาสนาอื่น ๆ แต่ยังคงมีขนบธรรมเนียมการแต่งกายที่อนุรักษ์นิยมกว่าประเทศไทย จึงควรหลีกเลี่ยงการแต่งกายแบบเปิดเผยซึ่งผิดกฎหมาย โดยหลักแล้ว ควรใส่เสื้อคลุมหัวไหล่ และกางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า (สุภาพสตรีสามารถใส่กางเกงได้หากไม่รัดรูปเกินไป และไม่ต้องมีผ้าคลุมศีรษะ) และควรหลีกเลี่ยงการแสดงออกถึงความใกล้ชิดในที่สาธารณะ เช่น การโอบกอด ซึ่งมีความผิดทางกฎหมายเช่นกันหากมีผู้พบเห็นและร้องเรียน นอกจากนี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังยูเออี แต่งกายให้ตรงกับเพศสภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือจับกุม

7. ยารักษาโรค

ตั้งแต่ปี 2554 รัฐบาลยูเออีได้ประกาศห้ามนำเข้ายา 374 ชนิด ตามรายชื่อดังต่อไปนี้  http://www.thaiembassy.org/abudhabi/contents/files/thai-people-20120618-145833-005429.pdf

รายชื่อดังกล่าวรวมถึงยาสามัญที่คนไทยนิยมใช้ทั่วไป เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาลดน้ำมูกแอคติเฟด เป็นต้น ท่านจึงควรหลีกเลี่ยงการนำยาเหล่านี้ติดตัวในการเดินทาง เพราะหากถูกจับได้จะมีโทษถึงจำคุก และยาเหล่านี้สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปในยูเออีโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่จำเป็นต้องนำติดตัว ท่านต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยการรับรองเอกสาร Notary Public จากกรมการกงสุลไทย และสถานเอกอัครราชทูตยูเออีประจำประเทศไทย และควรนำมาในปริมาณน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

8. เครื่องใช้ไฟฟ้า

ยูเออีใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยจึงสามารถนำมาใช้ที่ยูเออีได้ แต่ควรนำที่เปลี่ยนหัวปลั๊ก (Adapter) ติดมาด้วย เพราะช่องสำหรับเสียบปลั๊กในยูเออีเป็นแบบเหลี่ยมหนา 3 ช่อง (แบบ G ตามเว็บไซต์ http://www.worldstandards.eu/electricity/plugs-and-sockets/ หรือแบบเดียวกับที่ใช้ในสหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ เป็นต้น)

9. สิ่งของที่ห้ามนำเข้าเมือง

- ยา 374 ชนิด ตามที่กล่าวถึงข้างต้น

- สื่ออนาจาร และละเมิดลิขสิทธิ์

- เนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อหมู

- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าได้ไม่เกิน 2 ขวด บุหรี่นำเ้ข้าได้ไม่เกิน 400 มวน หรือมูลค่าไม่เกิน 3,000 ดีแรห์ม มิเช่นนั้นต้องเสียภาษี

- มูลค่าสิ่งของที่นำเข้าประเทศทั้งหมดต้องไม่เกิน 40,000 ดีแรห์ม

- พระพุทธรูปหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางการเมือง

10. เวลาทำการ

วันหยุดราชการของยูเออีคือวันศุกร์และเสาร์ ดังนั้น สถานที่ราชการจะเปิดทำการวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ส่วนใหญ่ระหว่างเวลา 08.00-14.00 น.

ธนาคารในยูเออีเปิดทำการทุกวันยกเว้นวันศุกร์ ส่วนใหญ่ระหว่างเวลา 08.00-14.00 น. ยกเว้นสาขาธนาคารตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะเปิดทำการในช่วงค่ำด้วย

ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทั่วไปเปิดทำการทุกวัน ส่วนใหญ่ระหว่างเวลา 10.00-22.00 น. ยกเว้นวันพฤหัสบดีและศุกร์ ซึ่งบางแห่งเปิดทำการถึง 24.00 น. อย่างไรก็ตาม ทุกวันศุกร์ ร้านค้าบางส่วนนอกห้างสรรพสินค้าจะไม่เปิดทำการก่อน 15.00 น.

ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายของชำทั่วไปเปิดทำการทุกวัน บางแห่งเปิดตลอด 24 ชม. ส่วนสาขาตามห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่เปิดเวลา 08.00-24.00 น.

ร้านอาหารเปิดทำการทุกวัน โดยบางแห่งอาจปิดพักช่วงบ่าย และร้านอาหารตามโรงแรมบางแห่งเปิดเฉพาะช่วงค่ำ

11. โทรศัพท์

รหัสประเทศของยูเออีคือ +971 หากโทรศัพท์จากไทยมายังยูเออี ให้กด +971 และไม่ต้องกดเลข 0 ตัวแรกของหมายเลขโทรศัพท์ท้องถิ่น

การซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในยูเออีจะต้องใช้บัตรประจำตัว Emirates ID ซึ่งออกให้เฉพาะผู้มีวีซ่าพำนักระยะยาวเท่านั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปหากต้องการซื้อซิมการ์ด จะต้องใช้พาสปอร์ตเป็นหลักฐาน และสามารถซื้อซิมการ์ดใช้งานะระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์มือถือไทยสามารถเปิดใช้บริการโรมมิ่งในยูเออีได้ตามปกติ

ทางการยูเออีได้มีการระงับการใช้ Video Call ใน Application บนโทรศัพท์มือถือ เช่น LINE Call, Whatsapp Call หรือ Facetime แต่ยังสามารถใช้ Skype Video Call ได้

12. การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีให้บริการตามร้านอาหารในโรงแรมระดับ 4-5 ดาวทั่วไป และร้านอื่น ๆ อีกบางแห่งที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการ โดยผู้ดื่มต้องมีอายุอย่างน้อย 21 ปีขึ้นไป

นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากร้านค้าทั่วไปเพื่อนำกลับไปดื่มในที่พักได้ เนื่องจากร้านค้าจะตรวจใบอนุญาตซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งออกให้เฉพาะผู้มีวีซ่าพำนักระยะยาวในยูเออีเท่านั้น

การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ มีความผิดตามกฎหมาย และการขนส่งแอลกอฮอล์ (แม้จะไม่ใช่ผู้ซื้อหรือผู้บริโภค) ก็ต้องใช้ใบอนุญาตซื้อเครื่องดื่มประกอบด้วย

13. ภาษี ค่าบริการ และการให้ทิป

สำหรับรัฐอาบูดาบี ค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารตามโรงแรม นอกจากจะคิดตามราคาที่ปรากฏในเมนูแล้ว จะมีการคิดค่าบริการ 10% ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 6% ค่าธรรมเนียมสาธารณูปโภค 4% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% (รวมทั้งหมดแล้ว 25 %) เข้าไปด้วย ส่วนร้านอาหารอื่น ๆ นอกโรงแรมแทบทั้งหมดจะคิดค่าบริการภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น

การให้ทิปตามร้านอาหารไม่ใช่ธรรมเนียมจำเป็นในยูเออี แม้กระทั่งร้านอาหารที่อยู่นอกโรงแรม ดังนั้นจึงขึ้นกับความพอใจของท่านเอง โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ให้ทิปจะให้ประมาณ 5-10% ของยอดค่าใช้จ่าย

14. การถ่ายภาพ

การถ่ายภาพสถานที่ราชการต่าง ๆ และสิ่งก่อสร้างสำคัญที่มิใช่สถานที่ท่องเที่ยวของยูเออีถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และรวมถึงการถ่ายภาพสตรีท้องถิ่น ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวก่อน

15. การเดินทางภายในยูเออี

ท่านที่มีวีซ่าประเภทท่องเที่ยว สามารถนำใบขับขี่ไทยไปขอทำใบขับขี่สากลที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกในประเทศไทย เพื่อนำใบขับขี่สากลมาใช้ขับรถยนต์ในยูเออีได้ (แต่ท่านที่มีวีซ่าพำนักระยะยาว ไม่สามารถใช้ใบขับขี่สากลได้ จะต้องทำใบขับขี่ใหม่ที่ยูเออี) ทั้งนี้ รถยนต์ในยูเออีใช้พวงมาลัยซ้าย

การเดินทางภายในกรุงอาบูดาบีโดยระบบสาธารณะ สามารถใช้แท็กซี่ซึ่งมีบริการจำนวนมาก รวมทั้งรถโดยสารประจำทางในกรุงอาบูดาบีซึ่งมีมาตรฐานค่อนข้างดี มีเครือข่ายในเมืองหนาแน่น และมีค่าโดยสาร 2 ดีแรห์มตลอดสาย

การเดินทางระหว่างเมือง มีรถประจำทางให้บริการระหว่างท่ารถประจำเมืองต่าง ๆ อาทิ ท่ารถโดยสารของกรุงอาบูดาบี อยู่ที่ข้างห้างสรรพสินค้า Al Wahda Mall และมีรถเดินทางไปเมืองดูไบทุกชั่วโมง ค่าเดินทาง 20 ดีแรห์มต่อขา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

16. เทศกาลเดือนถือศีลอด (รอมฎอน)

รอมฎอนเป็นเทศกาลประจำปีตามปฏิทินมุสลิม ซึ่งมีระยะเวลา 30 วัน และจะเลื่อนเร็วขึ้นทุกปีเป็นเวลา 10 วัน ขึ้นอยู่กับผลการสังเกตพระจันทร์ของทางการยูเออี

ในช่วงรอมฎอน ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะงดอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงพระอาทิตย์ตก เป็นผลให้ร้านอาหารต่าง ๆ และร้านกาแฟปิดทำการในช่วงกลางวัน ยกเ้ว้นร้านอาหารตามโรงแรมบางแห่งที่ยังคงเปิดให้บริการ ซึ่งต้องสอบถามเป็นรายกรณีไป

ร้านค้าส่วนใหญ่มักปิดทำการช่วงกลางวัน โดยจะเริ่มเปิดทำการหลังเวลา 20.00 น. ไปจนถึงกลางดึก แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ยังคงเปิดทำการทั้งวันตามปกติ

สำหรับส่วนราชการและธนาคาร ยังคงเปิดให้บริการในช่วงกลางวัน แต่อาจปิดทำการเร็วขึ้น

การดื่มน้ำและรับประทานอาหารในที่สาธารณะในช่วงรอมฎอน แม้จะไม่ใช่โดยผู้นับถือศาสนาอิสลาม ก็ถือว่ามีความผิดทางกฎหมายหากมีผู้พบเห็นและร้องเรียน

17. สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงอาบูดาบี

ชื่อ

คำบรรยาย

ช่วงเวลาเปิด

หมายเหตุ

Sheikh Zayed Mosque หรือ Grand Mosque

มัสยิดใหญ่ที่สุดในยูเออีและติด 10 อันดับของโลก ตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนแรกของยูเออี

ทุกวัน 09.00-22.00 น. ยกเว้นวันศุกร์ 16.30-23.00 น.

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 1-2 ชม.

- สตรีต้องคลุมผมโดยสามารถใช้ผ้าพันคอได้ หากไม่มี สามารถยืมชุดดำยาว (Abaya) ที่มัสยิดได้โดยไม่เสียเงิน

- ชาวมุสลิมสามารถเข้าไปละหมาดได้ตลอดเวลา

- มีไกด์ทัวร์ 3-5 รอบต่อวันโดยไม่เสียเงิน

- http://www.szgmc.ae/en/

โรงแรม Emirates Palace

โรงแรมหรูหราที่สุดในกรุงอาบูดาบี มีค่าก่อสร้างสูงที่สุดในโลก และมีตู้กดทองตู้แรกของโลก

ทุกวันทั้งวัน แต่เปิดให้เฉพาะลูกค้าโรงแรมและผู้จองห้องอาหารหรือบริการอื่นใน รร.

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 30-60 นาที

- การแต่งกาย ต้องสวมกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวเท่านั้น

- http://www.kempinski.com/en/abudhabi/ emirates-palace/welcome/

Qasr Al Hosn Permanent Exhibition

นิทรรศการภาพประวัติศาสตร์ของกรุงอาบูดาบี ข้างวัง Qasr Al Hosn ซึ่งเป็นวังแห่งแรกของกรุง

ทุกวัน 09.00-20.00 น.

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 20-30 นาที

- ช่วงเทศกาล Qasr Al Hosn Festival ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเปิดให้เข้าชมวัง Qasr Al Hosn ด้วย

 

Heritage Village

หมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวยูเออี และร้านค้าของที่ระลึก

เสาร์ – พฤหัสบดี 09.00-17.00 น.

ศุกร์ 15.30-21.00 น. 

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 20-30 นาที

 

Ferrari World Abu Dhabi

สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งพิพิธภัณฑ์รถ Ferrari มีรถไฟเหาะตีลังกาที่เร็วที่สุดในโลก

ทุกวัน 11.00-20.00 น.

- ค่าบัตรเข้าชม: General 250 AED, Premium (ไม่ต้องต่อแถวรอเครื่องเล่น) 450 AED

- มีส่วนลดสำหรับเด็ก ครอบครัว ผู้จองล่วงหน้า และผู้มีถิ่นพำนักในยูเออี และมีแพกเกจลดราคาบัตรหากซื้อร่วมกับ Yas Waterworld

- หากเป็นไปได้ควรใช้เวลาเยี่ยมชมทั้งวัน

- http://www.ferrariworldabudhabi.com/en-gb.aspx

Yas Waterworld

สวนน้ำกลางแจ้ง

ทุกวัน 10.00-18.00 น.

- ค่าบัตรเข้าชม: General 240 AED, Premium (ไม่ต้องต่อแถวรอเครื่องเล่น) 440 AED

- มีส่วนลดสำหรับเด็ก ครอบครัว ผู้จองล่วงหน้า และผู้มีถิ่นพำนักในยูเออี และมีแพกเกจลดราคาบัตรหากซื้อร่วมกับ Ferrari World

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 4-5 ชม.

- http://yaswaterworld.com/en#home

F-1 Yas Marina Circuit

สนามแข่งขันรถ Formula One

ไกด์ทัวร์วันอังคาร-เสาร์ รอบ 10.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น. (ต้องจองล่วงหน้า)

- ค่าไกด์ทัวร์ 125 AED

- มีบริการเช่ารถแข่งขับในสนามจริงด้วย

- หากต้องการถ่ายรูปสนามแข่งโดยไม่เสียค่าเข้าชม สามารถไปที่ร้านอาหาร Johnny Rocket’s ชั้น 2 ของ Yas Marina Central จะมีระเบียงที่ติดกับขอบสนามแข่ง

- สามารถไปวิ่งหรือขี่จักรยานในสนามจริงได้ในวันเวลาและที่สนามกำหนด

- http://www.yasmarinacircuit.com/

Masdar City

โครงการเมืองตัวอย่างขนาด 6 ตร.กม. ที่ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด และเป็นที่ตั้งของสำนักงาน มหาวิทยาลัย และร้านอาหาร

ตลอดเวลา

- ไม่เสียค่าเข้าชม

- เวลาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ย 60-90 นาที โดยสามารถจองไกด์ทัวร์ล่วงหน้าได้

- http://www.masdar.ae/en/masdar-city/plan-your-visit

 

Louvre Abu Dhabi

รัฐบาลยูเออีได้ร่วมกับรัฐบาลฝรั่งเศสในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ Louvre Abu Dhabi ขึ้น โดยมีงานศิลปะและสิ่งของจากพิพิธภัณฑ์ Louvre ในกรุงปารีส และงานสะสมของรัฐบาลยูเออีจัดแสดงด้วย

วันศุกร์- วันเสาร์
เปิดทำการ 10.00 - 22.00 น.
วันอาทิตย์/วันอังคาร/วันพุธ/วันพฤหัสบดี เปิดทำการ 10.00 - 20.00 น.

ปิดให้บริการวันจันทร์

- https://www.louvreabudhabi.ae/

- ค่าเข้าชม คนละ 63 ดีแรห์ม/ครั้ง

- บัตรสมาชิกรายปีใบละ 420 ดีแรห์ม/ปี (เข้า-ออกได้ไม่จำกัด) 

Qasr Al Watan (Presidential Palace) ทำเนียบประธานาธิบดี เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมสถานที่ภายในพระราชวังได้ เปิดทำการทุกวัน 
ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายก่อน 18.45 น.)
 

https://www.qasralwatan.ae

ค่าเข้าชมคนละ 60 ดีแรห์ม หากมาเป็นกลุ่มเกิน 15 คนขึ้นไปสามารถจ่ายเงินค่าเข้าชมแบบกลุ่มได้ในราคา 600 ดีแรห์ม

 

 หมายเหตุ: สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เปลี่ยนเวลาเปิดทำการในช่วงรอมฎอน จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของแต่ละที่

18. กรณีฉุกเฉิน เหตุด่วน เหตุร้าย

ท่านสามารถติดต่อตำรวจและรถพยาบาลยูเออีได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 999 และหากต้องการความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตฯ นอกเวลาราชการ โปรดติดต่อหมายเลขฮอทไลน์ +971561121348 

******************************

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี

มิถุนายน 2562