บริการ

งานทะเบียนราษฎร์

งานทะเบียนราษฎร์

การแจ้งเกิดให้แก่บุตร (ที่มีสามี และ/หรือภรรยาถือสัญชาติไทย)

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอแจ้งเกิด 

1. สำเนาหนังสือเดินทาง/สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา - มารดา

2. ทะเบียนสมรสของบิดา - มารดา 

* หากบิดา-มารดาจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายของประเทศอื่นที่มิใช่ของประเทศไทย จะต้องนำทะเบียนสมรสดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องนำไปรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศที่จดทะเบียนสมรส

3. สูติบัตรของทางการยูเออี  

ค่าธรรมเนียม

- ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ระยะเวลาดำเนินการ

ประมาณ 30-45 นาที โดยขอให้ผู้ที่มาแจ้งเกิดติดต่อกับฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +971 2 557 6551 ต่อ 111 ในวันและเวลาราชการ


 

การแจ้งตายของบุคคลสัญชาติไทย

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอแจ้งตาย

1. หนังสือเดินทางของผู้ตาย

2. ใบมรณบัตรของทางการยูเออี 

3. หนังสือเดินทางของผู้แจ้ง

ค่าธรรมเนียม

- ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ระยะเวลาดำเนินการ

ประมาณ 30-45 นาที โดยขอให้ผู้้ที่แจ้งการตาย ติดต่อกับฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +971 2 557 6551 ต่อ 111 ในวันและเวลาราชการ


การจดทะเบียนสมรส

เพื่อความสะดวกในการรับรองเอกสารและนำเอกสารกลับไปใช้ที่ประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ขอแนะนำให้ผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสทั้งผู้ที่ถือสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ ควรมีถิ่นพำนักในยูเออี (มี UAE Residence Visa) เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรส

ชาย
1. หนังสือเดินทาง
2. บัตรประจำตัวประชาชน
3. ทะเบียนบ้าน
4. หนังสือรับรองความเป็นโสดจากภูมิลำเนาที่ตนเองมีถิ่นที่อยู่ โดยหนังสือรับรองต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรส 
5. ใบทะเบียนหย่า (กรณีเคยหย่ามาก่อน) 
6. หากจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติ ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพของคู่สมรส (หนังสือรับรองความเป็นโสดรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นๆ) โดยขอให้คู่สมรสชาวต่างชาติติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตของชาติตนเองเพื่อขอรับคำแนะนำ

หญิง

1. หนังสือเดินทาง
2. บัตรประจำตัวประชาชน
3. ทะเบียนบ้าน
4. หนังสือรับรองความเป็นโสดจากภูมิลำเนาที่ตนเองมีถิ่นที่อยู่ โดยหนังสือรับรองต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรส 
5. ใบทะเบียนหย่า (กรณีเคยหย่ามาก่อน)
6. หากจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติ ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพของคู่สมรส (หนังสือรับรองความเป็นโสดรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นๆ) โดยขอให้คู่สมรสชาวต่างชาติติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตของชาติตนเองเพื่อขอรับคำแนะนำ
7. ใบรับรองแพทย์ในกรณีจดทะเบียนก่อนครบ 310 วัน หลังจากจดทะเบียนหย่า ***

ค่าธรรมเนียม

- ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ระยะเวลาดำเนินการ

ประมาณ 30 นาที

- ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรส ติดต่อกับฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี เพื่อนัดหมายและตรวจสอบเอกสาร โดยติดต่อได้ที่ +971 2 557 6551 ต่อ 111 ในวันและเวลาราชการ หรือทางอีเมล์ thaiauh@emirates.net.ae 



การจดทะเบียนหย่า

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนหย่า

1. ใบทะเบียนสมรส
2. หนังสือเดินทาง
3. บัตรประจำตัวประชาชน
4. ทะเบียนบ้าน
 

ค่าธรรมเนียม

- ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ระยะเวลาดำเนินการ

ประมาณ 30 นาที

- ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนหย่า ติดต่อกับฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี เพื่อนัดหมายและตรวจสอบเอกสาร โดยติดต่อได้ที่ +971 2 557 6551 ต่อ 111 ในวันและเวลาราชการ หรือทางอีเมล์ thaiauh@emirates.net.ae 


การนำเอกสารมารับรองกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี 


1. เจ้าของเอกสารมารับรองเอกสารด้วยตนเอง

คนไทย: ต้องแสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางต่อเจ้าหน้าที่
คนต่างชาติ: ขอให้แสดงหนังสือเดินทางและเอกสารการพำนักอาศัยอยู่ในยูเออี


2. ในกรณีที่ไม่ใช่เจ้าของเอกสาร

- จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสาร พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/สำเนาหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

* เอกสารที่จะรับรองจะต้องมีต้นฉบับมาแสดงด้วยเสมอ


3. การรับรองเอกสารภาษาไทยที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในประเทศที่พำนักอยู่

- ผู้ร้องสามารถติดต่อบริษัทเอกชนในการแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาท้องถิ่น โดยภายหลังการแปล สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการรับรองเอกสาร และผู้ร้องจะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของยูเออี เพื่อนำไปใช้ในประเทศดังกล่าวต่อไป

4. การรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยราชการในประเทศไทยไปใช้ในประเทศมุสลิม

1. ต้องนำเอกสารภาษาไทยไปแปลเป็นภาษาอาหรับและรับรองที่สำนักจุฬาราชมนตรี ตั้งอยู่ที่ 24 หมู่ 12 ถนนมิตรไมตรี
แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ โทร. 988-1656

2. นำเอกสารที่สำนักจุฬาราชมนตรีรับรองแล้วไปทำการรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ

3. นำเอกสารไปทำการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศก่อนที่จะนำไปใช้

4. ทั้งนี้ ในบางกรณี อาจจำต้องนำไปให้กระทรวงการต่างประเทศนั้นๆ รับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตก่อน จึงจะใช้เป็นหลักฐานยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ของประเทศนั้นได้้

* หากเป็นเอกสารที่จะใช้ในศาลต้องนำเอกสารนั้นไปรับรองที่กระทรวงยุติธรรมอีกครั้งหนึ่งถึงจะใช้ได้ตามกฏหมาย


การรับรองสำเนาถูกต้อง (เฉพาะคนไทย)

- นำต้นฉบับของเอกสารภาษาไทยไปแสดงที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมถ่ายสำเนา 1 ชุด เพื่อรับรอง


หนังสือมอบอำนาจ

ผู้มอบอำนาจต้องมาลงนามต่อหน้าที่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมเอกสารประกอบ คือ

- สำเนาบัตรประชาชน/สำเนาหนังสือเดินทาง
- เอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้ที่จะมอบอำนาจให้  (บัตรประชาชน เอกสารยืนยันตัวบุคคล)
- กรณีเป็นชาวต่างชาติ จะต้องให้บุคคลดังกล่าวยื่นขอรับรองลายมือชื่อตนเองจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศตนเองพร้อมตราประทับเจ้าหน้าที่กงสุล พร้อมกับนำเอกสารไปยังกระทรวงการต่างประเทศยูเออีเพื่อรับรองเอกสาร และจึงจะนำมาใช้กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ได้